
เศรษฐกิจหมุนเวียน เทรนด์ธุรกิจ โรดแมป PTTGC
เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy นับเป็นเทรนด์ธุรกิจที่กำลังถูกจับตาด้วยหลักการจัดการของเสีย
โดย เจียรนัย อุตะมะ
เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy นับเป็นเทรนด์ธุรกิจที่กำลังถูกจับตาด้วยหลักการจัดการของเสีย โดยการนำวัตถุดิบที่ผ่านการผลิตและบริโภคแล้วเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ หรือนำมาใช้ซ้ำ เนื่องจากโลกของเรานับวันจะใช้ทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น อุณหภูมิโลกก็สูงขึ้น ขณะที่ขยะกำจัดเท่าใดก็ไม่มีวันหมดเหล่านี้ ล้วนทำให้ระบบเศรษฐกิจต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตและปัญหามลภาวะของสิ่งแวดล้อมที่มากขึ้น
เศรษฐกิจหมุนเวียนจึงเป็นคำตอบของภาคธุรกิจเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เนื่องจากจะเปลี่ยนวงจรของธุรกิจให้หมุนเวียนด้วยตัวเองให้ได้มากที่สุด เข้าใจง่ายๆ ก็คือการนำทรัพยากรหมุนเวียนกลับมาใช้ ให้เป็นวัสดุใหม่ ซึ่งทรัพยากรก็เอามาจากตัวสินค้าที่ใช้แล้วนั่นเอง ดังนั้นเศรษฐกิจหมุนเวียนจึงตั้งอยู่บนหลักการ 2 ข้อ ได้แก่ การรักษาและเพิ่มการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด
ประเทศที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ เยอรมนี ญี่ปุ่น จีน เป็นต้น หันมาดูประเทศไทยกันบ้างพบว่าในแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ได้กำหนดยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตด้วยคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 12 กำหนดโดยองค์การสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องแผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม การตื่นตัวของภาคธุรกิจของไทยในเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนนั้นยังมีไม่มากนัก และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เป็นหนึ่งในบริษัทที่ทำเรื่องนี้
สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า PTTGC พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในกระบวนการผลิต จัดทำโครงการลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการอนุรักษ์พลังงานของโรงงาน ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานลดลงได้ถึง 570 ล้านบาท ในปี 2560 นอกจากนี้ยังมีโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักการ 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) ซึ่งปี 2560 สามารถลดปริมาณการใช้น้ำได้ถึง 7.69 ล้านลูกบาศก์เมตร
บริษัทเล็งเห็นความสำคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านโครงการ Upcycling Plastic Waste โดยทำงานร่วมกับหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน นักศึกษา ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ให้มุ่งมั่นพัฒนาการนำขยะพลาสติก หรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้แล้วมาแปรรูป ผ่านการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เป็นสินค้าแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ หรือของตกแต่งบ้าน ทำให้สามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าและยาวนาน โดยมีเป้าหมายเพื่อการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
โครงการที่โดดเด่นเป็นรูปธรรมแล้วคือโครงการที่ดำเนินงานร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และมูลนิธิอีโคอัลฟ์ สเปน เพื่อมุ่งส่งเสริมการจัดการปัญหาขยะในทะเลและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของไทยให้สวยงามอย่างยั่งยืน ได้ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าจากการรีไซเคิลขวดพลาสติกนำมาจำหน่าย และใช้ในหลากหลายกิจกรรม เช่น เสื้อวิ่งมาราธอน และคาดว่าปลายปีนี้จะมีสินค้าสู่ตลาดที่จะนำมาให้ประชาชนได้ร่วมอนุรักษ์และดูแลสิ่งแวดล้อมจากการ Upcycling Plastic Waste
บริษัทได้ให้ความสำคัญคือการปลูกฝังจิตสำนึกสู่เยาวชนในการสร้างความตระหนักรู้ตลอดจนเกิดพฤติกรรมด้านการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยผ่านโครงการโรงเรียนธนาคารขยะ ที่ทำให้นักเรียนรู้จักการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีสามารถนำไปขายเพื่อให้เกิดรายได้และยังสร้างวินัยในการออม พร้อมกันนี้ในปี 2561 ได้วางแผนสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดล ในการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับการจัดการข้อมูลธนาคารขยะอย่างมีประสิทธิภาพ และขยายเครือข่ายโรงเรียนธนาคารขยะกว่าอีก 10 โรงเรียน ในพื้นที่ จ.ระยอง
นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนโรง Recycle Plastic เชิงพาณิชย์ เพื่อเป็นตัวอย่างนำร่องในการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างครบวงจร พร้อมกับส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพลาสติก Recycle รวมทั้งการแสวงหา สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ที่สามารถนำผลิตภัณฑ์พลาสติกกลับมาใช้ใหม่ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของพลาสติกได้ในระบบเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ในปี 2561 นี้ PTTGC ได้ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำกลยุทธ์สู่เป้าหมายเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy Strategy โดยจะศึกษาว่าทั่วโลกได้มีการดำเนินการเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างไร โครงการต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่จะต่อยอดทำอะไรได้อีกหรือไม่ รวมถึงการกำหนดแนวทางการดำเนินธุรกิจด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับกลุ่มบริษัท PTTGC
การจัดทำกลยุทธ์ดังกล่าวจะให้ความสำคัญในเรื่อง ของ 5Rs ต่อยอดจาก 3Rs เดิม ที่ประสบความสำเร็จอย่างดี ประกอบด้วย Reduce (ลดการใช้หรือใช้น้อยเท่าที่จำเป็น) Reuse (การใช้ซ้ำ) Recycle (การแปรรูปมาใช้ใหม่) Refuse (ปฏิเสธการใช้สารเคมีที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม) และ Renewable (ใช้ทรัพยากรแบบหมุนเวียน) โดยแผนการปฏิบัติ 5Rs จะมีความเข้มข้นของการบริหารจัดการของเสียทั้งวงจรการผลิต และผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นสู่ผู้ใช้ทั้งกลุ่มลูกค้าจนถึงผู้บริโภค สามารถยืดอายุการใช้งานของวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
แนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนจึงเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ซึ่งจำเป็นจะต้องได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไป เพื่อให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือกับเทคโนโลยีที่กำลังจะเปลี่ยนไป รวมไปถึงการสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ผลิตและผู้บริโภคให้ยอมรับในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อเตรียมความพร้อมให้ไทยก้าวสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป







