
พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย โกลบอล เฟลโลว์ 2018
พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร วัย 40 ปี
โดย เจียรนัย อุตะมะ
พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร วัย 40 ปี คนไทยเพียงคนเดียวที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น 2018 โกลบอล เฟลโลว์ ของไอเซนฮาวร์ เฟลโลว์ชิพ ที่ก่อตั้งโดยประธานาธิบดี ดไวท์ ไอเซนฮาวร์ แห่งสหรัฐ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2496 และให้ทุนปีแรก 2497
ในแต่ละปีไอเซนฮาวร์ เฟลโลว์ชิพ จะคัดเลือกผู้นำในแต่ละประเทศที่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ทำอยู่และมีความต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลง เพื่อร่วมในการพัฒนาประเทศและสร้างสันติภาพในทุกมิติของโลกผ่านเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่จากประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฟลโลว์ขององค์กรแห่งนี้ที่เป็นคนไทย อาทิ วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รพี สุจริตกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสนิทสุดา เอกชัย คอลัมนิสต์บางกอกโพสต์ เป็นต้น โดยบุคคลเหล่านี้จะกลายเป็นเครือข่ายทางความคิดที่จะค่อยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เมื่อสมาชิกแต่ละประเทศต้องการคำแนะนำในการศึกษาหาความรู้ในเรื่องที่ตนเองสนใจในแต่ละประเทศ
2018 โกลบอล เฟลโลว์ มีทั้งหมด 25 คน จาก 25 ประเทศ ที่อยู่ในสายงานอาชีพต่างกัน อาทิ คนอังกฤษเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิที่นำเด็กติดยามาปั้นเป็นนักกีฬา คนฟิลิปปินส์ที่ศึกษาการสร้างเมืองของสหรัฐ หัวหน้าผู้นำฝ่ายค้านจาไมกา อดีต รมว.สาธารณสุขโรมาเนีย แต่ละคนมีแผนการเดินทางที่แตกต่างกัน
พิพัฒน์ได้รับรางวัลนี้เมื่อเดือน ธ.ค. 2560 ได้ทุนไปศึกษาดูงานที่สหรัฐเมื่อเดือน เม.ย.-พ.ค. 2561 โดยเพิ่งเดินทางกลับไทย เขามุ่งเน้นไปดูงานด้านผลกระทบของเทคโนโลยีทางการเงินต่อสถาบันการเงินและการส่งเสริมนวัตกรรมด้านการเงิน การไปครั้งนี้ได้มีการประชุม 10 ครั้งใน 7 สัปดาห์ เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็น
เขาเล่าว่า มีคนแนะนำไปสมัครขอทุนนี้และได้รับคัดเลือก ผ่านการสัมภาษณ์โดยหัวข้อที่สัมภาษณ์นั้นได้สอบถามประสบการณ์ ความสำเร็จในสิ่งที่ทำอยู่ และคาดหวังว่าจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในหน้าที่ที่ทำได้
ทั้งนี้ เทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) ในสหรัฐหลายกลุ่มอยู่ในเมืองใหญ่ เช่น บอสตัน ซานฟรานซิสโก ลอสแองเจลิส และแอตแลนตา โดยสตาร์ทอัพช่วยธนาคารได้จากการที่คนอเมริกันต้องเสียค่าธรรมเนียมจากเช็คเด้งสูง เมื่อใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ตรวจสอบ ถ้าพบธนาคารจะเสนอเงินกู้ให้โดยไม่คิดดอกเบี้ย
นอกจากนั้น ยังนำระบบไอทีมาวิเคราะห์ลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในการคาดการณ์สถานะทางการเงิน เช่น เงินสด เพื่อปล่อยกู้ที่ช่วยไม่ให้ดอกเบี้ยเงินกู้เอสเอ็มอีแพง
ฟินเทคมี 2 ประเด็น คือ การสร้างข้อมูล มีแพลตฟอร์มในการแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยผู้คุมกฎเกณฑ์มีความสำคัญในการสนับสนุนและปกป้องนวัตกรรม
การไปครั้งนี้ได้ไปเรียนรู้นโยบายของรัฐบาลสหรัฐอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เสนอนโยบายโอบามาแคร์ ซึ่งมีต้นทุนเกิดขึ้นต้องมีการถกเถียงกัน ใครได้ ใครเสีย จะตัดงบส่วนไหนไปใช้ แผนสร้างรายได้และการระดมทุน ต่างจากนโยบายช็อปช่วยชาติที่แทบไม่มีใครคัดค้าน
“ทำอย่างไรให้ประชาชนทุกกลุ่มได้มีตัวแทนเข้ามาถกเถียง มีการตัดสินใจ วิเคราะห์ ที่สหรัฐมีผู้เชี่ยวชาญและผู้นำทางความคิดจำนวนมาก ในเมืองไทยมีสถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) อาจารย์ในมหาวิทยาลัย”
ทั้งนี้ ผู้กำหนดนโยบายต้องเปิดกว้างทำเพื่อสังคมส่วนรวม รับฟังความเห็น แลกเปลี่ยนข้อมูล เมืองต่างๆ ต้องส่งความคิดเห็นกลับมา อย่างการประมูลคลื่นโทรคมนาคมให้ความสำคัญกับการออกแบบคือ ผู้บริโภค โปรดิวเซอร์ มีสถาบันอิสระมาวิเคราะห์ โดยไม่มีอิทธิพลจากฝั่งใดฝั่งหนึ่งมากจนเกินไป
การบริจาคของบริษัทที่หักลดหย่อนภาษีได้ ต้องห้ามบริจาคเกี่ยวกับการเมือง ทั้งนี้ คนอเมริกันไม่ชอบรัฐบาลจึงมักจะบริจาคเงินเพื่อสนองความต้องการทางการเมืองและเพราะความน่าเชื่อถือขององค์กร
สื่อจากเนเธอร์แลนด์ ระบุว่า การเลือกเรื่องที่จะเขียนข่าวมีแรงจูงใจจากคนอ่าน สื่อออนไลน์อย่างนิวยอร์กไทมส์จึงขายข่าวให้สมาชิก ทำให้ปราศจากอิทธิพลของผู้ลงโฆษณา
นอกจากนั้น ยังได้ไปดูการประชุมประจำผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัท เบิร์กไชร์แฮ ธาเวย์ บริษัทด้านการลงทุนของวอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนชื่อดังของโลก มีนักลงทุนเข้าประชุมถึง 4.2 หมื่นคน เบิร์กไชร์แฮ ธาเวย์ ลงทุนหุ้นบริษัท แอปเปิ้ล จากก่อนหน้าเคยประกาศว่าไม่อยากลงทุน ในหุ้นเทคโนโลยี โดยจ้างมืออาชีพเข้ามาช่วยทำความเข้าใจ
ในที่ประชุมนักลงทุนถามว่า ทำไมเบิร์กไชร์แฮ ธาเวย์ ไม่ลงทุนในบริษัท ไมโครซอฟท์ ของบิลเกตต์ ทั้งที่บิลเกตต์นั่งเป็นกรรมการในเบิร์กไชร์แฮ ธาเวย์ ทั้งนี้ บัฟเฟตต์ ตอบว่า คงเป็นการโง่เขลา ถ้านำเงินไปลงทุนเพราะถ้าลงทุนก่อนไมโครซอฟท์ประกาศอาจเป็นเรื่องใหญ่
พิพัฒน์ในฐานะผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการที่ดูแลสายงานวิจัยที่ดูแลด้านการลงทุนและให้คำแนะนำแก่ลูกค้า บล.ภัทร ที่ต้องเชื่อมโยงสายงานวิจัยกับสายงานการตลาด โดยทีมของเขาทั้งหมดรวมถึงพิพัฒน์ 6 คน ภายในทีมจะมีการแบ่งหน้าที่ดูแลผลิตภัณฑ์ที่จะแนะนำลูกค้า ทั้งหุ้นรายตัว กองทุนหุ้น กองทุนต่างประเทศ พันธบัตร กองทุนพันธบัตร กองทุนตลาดเงิน เป็นต้น
เขาทำงานที่ บล.ภัทร ประมาณ 8 ปี จบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ช่วงปี 2540 ได้ทุนอานันทมหิดลไปเรียนด้านเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย เบิร์กเลย์ สหรัฐ จนจบปริญญาเอก เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ไอเอ็มเอฟ วอชิงตัน ดี.ซี. นักวิเคราะห์อาวุโสที่ธนาคารแห่งนิวยอร์ก
พิพัฒน์กลับมาเมืองไทยปี 2553 เพื่อใช้ทุนอานันทมหิดล หลังจากขอผ่อนผันเพื่อสะสมประสบการณ์ทำงานมาพอสมควรแล้ว และเข้ามาทำงานที่ภัทร เริ่มงานแรกเป็นนักวิเคราะห์กลุ่มสถาบันการเงิน ดูกลุ่มธนาคาร และเติบโตในสายงานเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
เขาคาดหวังว่าจะมีการรวมตัวกันสำหรับเครือข่ายที่มีแนวคิดคล้ายกันในสายงานที่หลากหลายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในสังคม ผ่านองค์กรไม่แสวงกำไรแห่งใดแห่งหนึ่งในประเทศเพื่อสร้างสรรค์สังคมให้ไปในทิศทางที่ควรจะเป็นต่อไป







