
โมเดลธุรกิจนั้น สำคัญไฉน (3)
หากความสำเร็จของธุรกิจเริ่มต้นที่ A ไปสู่จุดสูงสุดที่ Z “โมเดลธุรกิจที่เฉียบคม”
โดย ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย [email protected]
หากความสำเร็จของธุรกิจเริ่มต้นที่ A ไปสู่จุดสูงสุดที่ Z “โมเดลธุรกิจที่เฉียบคม” จะทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่สามารถย่อระยะเวลาเดินทางจากจุด A ไป H ได้เร็วขึ้นวิธีการทำธุรกิจแบบเก่าที่ “ทำตามใจที่ใฝ่ฝัน” ไร้ซึ่งโมเดลเป็นแนวทาง อาจทำให้เราเสียเวลาและต้นทุนในการลองผิดลองถูกโดยใช่เหตุ ลองไป 3 ครั้ง อาจ “บังเอิญถูก” สัก 1 ครั้ง เสียต้นทุนไปโดยเปล่าประโยชน์ 66.66%
ดังนั้น ศ.ฟาลติน เจ้าพ่อแห่งการสร้างผู้ประกอบการใหม่ จึงระบุว่า ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ควรต้องมี “โหงวเฮ้ง” ที่จะประสบความสำเร็จ ดังนี้ 1) ต้องมีแนวคิดสร้างโมเดลธุรกิจ ด้วยไอเดียใหม่เพื่อหาที่ยืนของตัวเองในตลาดให้ได้ 2) ต้องสู้ได้ทุกรูปแบบ วิ่งสู้ฟัด ไม่ใช่นักบริหารธุรกิจนั่งโต๊ะสั่งการ และ 3) ต้องประกอบแนวคิดธุรกิจมาจากชิ้นส่วนต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว รอบๆ ตัวเรานี่ล่ะ และสามารถพลิกแพลง เปลี่ยนแปลงกระบวนท่าได้ง่าย
โหงวเฮ้งอันดับ 1 ที่จริงเป็นเรื่องของความคิดที่มองให้ทะลุไปสู่ปลายทาง การสร้างโมเดลธุรกิจทำให้เราสามารถทำ Proof of Concept (POC) ก็คือ การทดสอบโมเดล ของเราเบื้องต้นว่า มันใช่ไหม ใช้ได้จริงไหม ก่อนที่ลงมือทำจริง วิธีการทดสอบอาจเป็นการทดลองเล็กๆ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจหนึ่งที่มาจากงานวิจัยของเพื่อนของ “เชกา” เอง เพื่อนนำเสนอไอเดียมาให้ทำเป็นธุรกิจและประสบความสำเร็จไปแล้ว คือ “ธุรกิจดนตรีบำบัดเพื่อการพัฒนาสมองให้แก่เด็ก เด็กพิเศษ และผู้สูงอายุที่มีความจำเสื่อมลง” ก็ได้ทำ POC ทดสอบโมเดลธุรกิจจากการทดลองเปิดสอนที่บ้านก่อนเป็นเวลา 6 เดือน
ในช่วง 6 เดือนนี้เอง เป็นโอกาสทองที่ได้ทดลองปรับเปลี่ยนโปรแกรมการสอนจนได้โปรแกรมที่สมบูรณ์มากพอที่จะลงเป็นธุรกิจจริงได้ กล่าวคือ เด็กพิเศษที่มาทดลองเรียนมีการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมจนคนรอบข้างสังเกตได้ เด็กเก่งยิ่งเรียนได้ดีขึ้นกว่าเดิม ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีลูกค้าในอนาคตเกิดขึ้น เนื่องจากกลุ่มผู้ปกครองเด็กพิเศษได้บอกต่อๆ กัน จึงเกิดความมั่นใจว่าโมเดลนี้ใช้ได้และนำไอเดียมาลงทุนจริงในที่สุด ปัจจุบันนี้จากไอเดียเล็กๆ ที่มองเห็นโลกในเชิงบวกของเพื่อนที่ไม่เคยทำธุรกิจมาตลอดชีวิตได้สร้าง “มายโลดี้สตูดิโอ” ให้กลายเป็น “สตูดิโอดนตรีวันหยุดเพื่อการพัฒนาสมอง” ที่ประสบความสำเร็จไปแล้วแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ มีลูกค้ารอคิวเข้าเรียนยาวแต่มิอาจรับได้เพราะชั่วโมงเรียนเต็ม ถึงขนาดต้องพิจารณาขยายเวลาเรียน ขยายพื้นที่และเปิดรับครูใหม่มาฝึกอบรมให้มีความรู้ตามโปรแกรมของเรา นี่เป็นผลจากการที่ได้ทำ POC ของโมเดลธุรกิจมาก่อนค่ะ
โหงวเฮ้งอันดับ 2 เป็นเรื่องของ “ความบ้า” ค่ะ ใครก็ตามที่อยากจะเริ่มต้นชีวิตเป็นผู้ประกอบการใหม่และประสบความสำเร็จได้ในยุคนี้ เบื้องต้นต้องถามตัวเองก่อนว่า “เราบ้าพอหรือเปล่า” บ้าที่จะทำงานวันหยุดในขณะที่คนอื่นพากันไปเที่ยว บ้าที่จะนอนดึกในขณะที่คนอื่นนอนหลับอย่างสบายบนที่นอนนุ่มนิ่ม บ้าที่จะลงมือทำเองแทนที่จะเสียเงินจ้างลูกน้องหนึ่งโขยงมาช่วยทำ ชีวิตมีความเสี่ยงที่จะเสียแฟนให้เพื่อน และเสียเพื่อนไปเพราะไม่มีเวลา ฯลฯ
ยกตัวอย่างนักลงทุนมือใหม่รายหนึ่งที่นำไอเดียธุรกิจ พริกอบแห้ง มาให้ดู ที่จริงธุรกิจนี้ไม่เลวเลยเพราะมีความต้องการอย่างมาจากตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะตลาดจีนซึ่งต้องการเครื่องเทศจากไทย เช่น พริก ตะไคร้ ใบมะกรูด บรรดาวัตถุดิบในการปรุงอาหารและยาสมุนไพรส่งออกกันเดือนละหลายตู้คอนเทนเนอร์ ในการพัฒนาโมเดลและแผนธุรกิจ ผู้ประกอบรายนี้สร้างแผนผังองค์กรมาครบตามฟังก์ชั่นงานทางธุรกิจที่ร่ำเรียนมาจากมหาวิทยาลัยเลยค่ะ คือ มีบุคลากรด้านต่างๆ ตั้งแต่ผู้จัดการฝ่ายขาย ฝ่ายผลิต ฝ่ายบัญชี นับไปได้ 12 คน ตนเองเป็นนั่งผู้จัดการ เมื่อทำแผนการเงินดู Cashflow แล้วแค่ค่าใช้จ่ายเงินเดือนก็ไม่พอใช้แล้วค่ะ ข้อนี้เป็นข้อผิดพลาดของหลายๆ คนที่เห็นตั้งแต่เริ่มร่างแผนธุรกิจกันเลย
ก็เลยถามเขาว่า จะทำเองได้ไหมตั้งแต่การขาย การควบคุมการผลิต บัญชีจ้างเอา เริ่มต้นเจ้าของกิจการต้องทำเองค่ะ จึงจะไปรอด งานใดที่ทำเองไม่ได้ให้จ้างเอาต์ซอร์ส การลงทุนใดที่เป็นภาระหนี้สินในขณะที่ยังไม่มีความมั่นคงให้เช่า เรียกว่า “อาศัยปีกของผู้อื่นพยุงให้บินลอยขึ้นได้ก่อน” (Startup With Others’ Wings) เมื่อรากฐานมั่นคงแล้วจึงหาพื้นที่สร้างฐานยิงจรวดของตนเอง ดังนั้น จึงต้องบ้าพอที่จะทำงานหนักอย่างนี้ค่ะ Entrepreneur ไม่ใช่ Business Manager ทฤษฎีในชั้นเรียน MBA อาจใช้ไม่ได้...หลายๆ คนที่เริ่มต้นกิจการใหม่อาจคาดไม่ถึง โดยเฉพาะเมื่อคิดกู้เงินมาลงทุนซื้อรถซื้อตึกซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงในกระแสเงินสดตั้งแต่เริ่มต้นกิจการค่ะ
โหงวเฮ้งของผู้จะประสบความสำเร็จอันดับ 3 เป็นเรื่องของการมองเห็นประโยชน์จากสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา และนำมันมาใช้ประโยชน์ ที่เรียกว่าสร้างธุรกิจจากสิ่งที่อยู่รอบตัวเรานั้น อาจหมายถึงความชอบส่วนตัวของเรา พื้นฐานเดิมของครอบครัวเราที่มีความเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่ง ทรัพยากรที่เรามีอยู่ก็ได้
ธุรกิจหลายอย่างมาจากความชอบส่วนตัวของเจ้าของกิจการ เช่น ธุรกิจร้านน้ำหอมแห่งหนึ่งในกรุงโซล ที่ชื่อว่า Salon Du Parfumeur ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆ อยู่ในซอยเท่านั้น แต่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ สินค้าก็ไม่ได้วางขายบนห้างใหญ่ ไม่ใช่แบรนด์ที่จะสามารถไปชนกับน้ำหอมแบรนด์เนมต่างๆ ได้ โดยเฉพาะสินค้าเครื่องหอมเกาหลีแทบจะไม่ได้มีความนิยมในกลุ่มลูกค้าในประเทศเลย ทว่า ในวันนี้น้ำหอมจากร้านเล็กๆ ที่ดำเนินกิจการโดยชายหนุ่มคนหนึ่ง จัดเป็นเพียงสินค้าแฮนด์เมด ที่มาออกงาน “Seoul International Handmade Fair” ได้กลายเป็นเทรนด์ที่กลุ่มคนเกาหลีกลุ่มหนึ่งแสวงหาไปแล้ว
(อ่านต่อฉบับหน้า)







