posttoday
เศรษฐกิจรอบสัปดาห์

เศรษฐกิจรอบสัปดาห์

10 มิถุนายน 2561

กดปุ่มใช้เกณฑ์ไอซีโอสิ้นเดือน มิ.ย.

กดปุ่มใช้เกณฑ์ไอซีโอสิ้นเดือน มิ.ย.

เศรษฐกิจรอบสัปดาห์

นางทิพยสุดา ถาวรามร รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า จะเริ่มใช้เกณฑ์กำกับดูแลการเสนอขายโทเคนดิจิทัลและธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ไอซีโอ) ภายในเดือน มิ.ย.นี้ โดยให้เน้นป้องกันความเสียหายที่เกิดจากการลงทุน จึงจำกัดเงินลงทุนรายย่อยไม่เกิน 3 แสนบาท/บริษัท และวงเงินรวมไม่เกิน 4 เท่าของส่วนของผู้ถือหุ้น หรือไม่เกิน 70% ของมูลค่าที่เสนอขาย

อีกทั้งเน้นควบคุมตัวกลางและผู้ทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ได้แก่ ศูนย์กลางซื้อขายแลกเปลี่ยน นายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายแลกเปลี่ยน และผู้ให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนในนามตัวเองนอกศูนย์กลางซื้อขาย ซึ่งตอนนี้มีผู้เสนอเป็นตัวกลางแล้ว 10 ราย และอนุญาตให้ 7 ประเภทคริปโทเคอเรนซีระดมทุนไอซีโอ

ไม่เลื่อนใช้บัญชีเดียวขอเงินกู้

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กระทรวงการคลัง และสมาคมธนาคารไทย ได้ออกมาร่วมยืนยันว่า มาตรการจัดทำบัญชีเดียวสำหรับการใช้ยื่นเสียภาษีและใช้ประกอบการขอสินเชื่อของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ยังมีผลบังคับใช้ตามกำหนดเดิมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2562 โดยจะไม่มีการเลื่อนใช้มาตรการบัญชีเดียวออกไปเป็นเวลา 3 ปี หรือจนถึงปี 2564

ทั้งนี้ จะมีแอ็กชั่น แพลนเป็นเวลา 3 ปี ให้เอสเอ็มอีปรับตัวเป็นขั้นบันได เช่น ปรับไดนามิกของสเตตเมนต์และงบการเงินที่เคยแตกต่างกันระหว่างการซื้อขายจริงกับการลงบัญชีก็ทยอยปรับให้ถูกต้อง โดยธนาคารจูงใจเอสเอ็มอีให้ทำบัญชีเดียวด้วยการกำหนดดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำกว่าปกติ และคนที่ทำบัญชีเดียวก็จะได้สินเชื่อเร็วขึ้น

เร่งดันเศรษฐกิจไทยโต 5%

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2562 ประมาณ 3 ล้านล้านบาท จะถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ 4 แสนล้านบาท และช่วยเศรษฐกิจฐานรากอีก 4 แสนล้านบาท เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ของประเทศ ขณะเดียวกันจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวได้ถึง 5% ในอนาคต

ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องเร่งทำคือการสร้างการเติบโตเศรษฐกิจให้ขยายตัวแบบไม่กระจุกตัว ปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ และกระจายการเติบโตของเมืองใหม่ให้ได้ 15-20 เมือง รวมทั้งเดินหน้าโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

เจ้าสัวสหพัฒน์ชี้ส่งออกดีแต่กำไรหด

มุมมองต่อเศรษฐกิจไทยของ นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ มองว่าในขณะนี้เหมือนตกหลุมส่งออกดีแต่กำลังซื้อรากหญ้าไม่ฟื้น เป็นผลมาจากเงินบาทแข็งค่ามาก ส่งออกดีด้านปริมาณแต่ไม่ได้ราคา โดยเฉพาะสินค้าเกษตรทำให้รายได้เกษตรกรตกต่ำหนัก ซึ่งรัฐต้องหาทางแก้ไขด่วน หากเงินบาทยังแข็งค่าไปอยู่ที่ 30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เศรษฐกิจของไทยต้องตกต่ำอย่างแน่นอน โดยรัฐบาลนี้บริหารประเทศดีหมดแต่ไม่ดีอยู่เรื่องเดียวคือปล่อยให้เงินบาทแข็งค่าเกินไป ซึ่งที่เหมาะสมควรอยู่ในระดับ 33-34 บาท/ดอลลาร์ หากอัตราแลกเปลี่ยนเหมาะสมจะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจดีขึ้น ขณะที่มองภาพรวมเศรษฐกิจของไทยในครึ่งปีหลัง เชื่อว่าปรับตัวดีขึ้นกว่าช่วงครึ่งปีแรก คาดว่าจีดีพีที่ภาครัฐคาดการณ์ไว้ว่าปีนี้จะเติบโตได้ที่ 4.8% น่าจะมีความเป็นไปได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท