
กว่าจะเป็น... ลุยส์ คอมฟอร์ต ทิฟฟานี
Becoming Tiffany : From Hudson Valley Painter to Gilded Age Tastemaker นิทรรศการแสดงภาพเขียนและเครื่องแก้วหาชมยากของ ลุยส์ คอมฟอร์ต ทิฟฟานี
โดย ปณิฏา
Becoming Tiffany : From Hudson Valley Painter to Gilded Age Tastemaker นิทรรศการแสดงภาพเขียนและเครื่องแก้วหาชมยากของ ลุยส์ คอมฟอร์ต ทิฟฟานี กว่า 50 ชิ้น กำลังจัดแสดงอยู่ที่ลินด์เฮิร์สต์ แมนชัน แอนด์ แกลเลอรี่ ที่เซาท์บรอดเวย์
นิวยอร์ก ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึง 24 ก.ย.
ผลงานในยุคเริ่มแรกของศิลปินในตำนานจากศตวรรษที่ 19 จัดแสดงแบบเนียนๆ ราวกับเครื่องตกแต่งลินด์เฮิร์สต์แมนชัน ทั้งกระจกหน้าต่างโมเสก โคมไฟแก้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาพเขียนในยุคแรกๆ ของเขา ที่น้อยคนจะเคยเห็น
ขนกันมาทั้ง ฮาวเวิร์ท คอลเลกชั่น (Haworth Collection) จากอัคกริงตัน ประเทศอังกฤษ คอลเลกชั่นจากบ้านเกิดทิฟฟานีเองในกรุงนิวยอร์ก สหรัฐ แล้วยังมีงานผ้าทอจากมาร์ก ทเวน เฮาส์ (Mark Twain House) ส่วนบรรดาภาพเขียนนั้นส่วนใหญ่นำมาจากพิพิธภัณฑ์บรูกลิน แอนด์ นาสซอ เคาน์ตี นิวยอร์ก ขณะที่ผลงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ พร้อมทั้งของแต่งบ้าน มาจากคอลเลกชั่นส่วนตัวของพิพิธภัณฑ์ดรีเฮาส์ (Driehaus) ในชิคาโก
จากงานวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับงานศิลปะของ ลุยส์ ทิฟฟานี พบว่า คนส่วนใหญ่รู้จักผลงานของเขาไม่ถึง 10% ที่เขาได้สร้างสรรค์เอาไว้ในโลกนี้ด้วยซ้ำ ซึ่งผลงานที่จัดแสดงในบ้านลินด์เฮิร์สต์ แมนชัน แอนด์ แกลเลอรี่ ก็ไม่ได้ครอบคลุมให้เห็นภาพรวมงานสร้างสรรค์ทั้งหมดของเขาแต่อย่างใด หากเป็นการคัดสรรผลงานหาชมยากจากปฐมบทแห่งแวดวงศิลป์ของเขาเท่านั้น
งานภาพเขียนของเขาเล่าเรื่องสังคมรอบข้าง บ้างมีเนื้อหาเสียดสีและตีแผ่สังคมที่ไม่เท่าเทียมทางเหนือของสหรัฐ อีกภาพที่เล่าเรื่องของสังคมชาวยิวในโบสถ์ยิวในอัลบานีและบัฟฟาโล นิวยอร์ก สังคมที่มีมากมายหลายเชื้อชาติ หลากศาสนา เช่นเดียวกับภาพที่เล่าบรรยากาศอุตสาหกรรมริมแม่น้ำฮัดสัน นอกจากนี้ ยังมีความที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของมนุษย์ในระดับต่างๆ โดยเฉพาะการถ่ายทอดความสัมพันธ์แบบกระท่อนกระแท่น ระหว่างเขากับนายจ้างสตรี (เฮเลน โกล์ด บุตรสาวคนโตของเจย์ โกล์ด นักธุรกิจเจ้าของทางรถไฟรุ่นบุกเบิกของสหรัฐ)
ลุยส์ คอมฟอร์ต ทิฟฟานี เป็นศิลปินชาวอเมริกันชื่อดังที่สุดคนหนึ่ง โดยเฉพาะกับผลงานโคมไฟประดับแก้วหลากสีอันเป็นเอกลักษณ์ จนมีชื่อเรียกว่า โคมไฟทิฟฟานี (Tiffany Lamp) รวมทั้งกระจกสีประดับหน้าต่างโบสถ์คริสต์มากมายหลายแห่ง
นิทรรศการ Becoming Tiffany : From Hudson Valley Painter to Gilded Age Tastemaker ฉายให้เห็นถึงชีวิตและงานของศิลปินดังในช่วงเริ่มต้น นับตั้งแต่เป็นจิตรกรวาดภาพ ก่อนจะผันตัวมาออกแบบเครื่องตกแต่งบ้าน และสร้างงานกระจก ไปจนถึงเครื่องประดับ นอกจากนี้ ยังจะได้เห็นว่า เขาได้อาศัยความร่ำรวยและสถานะทางสังคมของเขาที่เป็นลูกชายของผู้ก่อตั้งทิฟฟานี แอนด์ โค. (Tiffany & Co.) มาสร้างความก้าวหน้าทางอาชีพศิลปินให้ตัวเองได้อย่างไร
นิทรรศการส่วนแรกรวบรวมผลงานจากทศวรรษที่ 1870 ในฐานะจิตรกรฮัดสัน วัลลีย์ รุ่นที่ 2 ซึ่งมักจะถ่ายทอดให้เห็นความแรง ทั้งด้านเนื้อหาในภาพและเทคนิคในการวาด ฉากตอนส่วนใหญ่จะเกิดขึ้น ณ บ้านพักฤดูร้อนของครอบครัวทิฟฟานี ที่มองเห็นแม่น้ำฮัดสัน ในเออร์
วิงตัน นิวยอร์ก ใกล้ๆ กับลินด์เฮิร์สต์ แมนชัน ซึ่งเป็นบ้านพักฤดูร้อนของครอบครัว เจย์ โกล์ด
ภาพวาดของลุยส์ ทิฟฟานี อย่าง Pushing Off, Seabright New Jersey, Fruit Vendors Under the Sea Wall, Nassau หรือ The Reaper ล้วนเป็นสมบัติของสถาบันศิลปะระดับชาติสหรัฐ ไว้สำหรับให้นักศึกษาศิลปะรุ่นใหม่ๆ ได้ศึกษา ทั้งภาพทิวทัศน์แบบแลนด์สเคป
ซีสเคปบรรยากาศบ้านนอก แล้วยังมีภาพพอร์เทรต ฉากตอนของโรงงานอุตสาหกรรมยุคบุกเบิก หรือภาพเล่าเรื่องสังคมอันเหลื่อมล้ำระหว่างอเมริกันผิวขาวและผิวสี รวมทั้งบรรยากาศการกลับบ้านของทหารหลังสิ้นสุดสงครามกลางเมืองสหรัฐ ฯลฯ
เทคนิคในการวาดภาพของ ลุยส์ ทิฟฟานี ก็แตกต่างจากจิตรกรร่วมสมัยเดียวกับเขา ด้วยความที่เป็นศิลปินรายแรกๆ ที่มีโอกาสไปรับการศึกษาศิลปะที่ประเทศฝรั่งเศส โดยได้ไปเรียนกับ กุสตาฟ กุกร์เบต์ จิตรกรฝรั่งเศสยุคเรียลิสม์ และโรงเรียนศิลปะบาร์บิซง (Barbizon) ซึ่งก่อตั้งในยุคเรียลิสม์ และในท้ายที่สุดก็กลายเป็นแหล่งกำเนิดของยุคโรแมนติกด้วย
ลุยส์ ทิฟฟานี เรียนจบกลับมาวาดบันทึกเรื่องราวใกล้ๆ บ้านตัวเองแถวถนนโอลด์นิวยอร์ก (ปัจจุบันคือดูแอน สตรีท) ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนกลุ่มแอฟริกัน-อเมริกัน อย่างฉากการถูกใช้แรงงานเยี่ยงทาสเพื่อก่อสร้างสะพานบรูคลิน
ด้วยเนื้อหาในภาพวาดแนวเรียลิสม์ ที่สะท้อนความจริงในสังคมอันร้อนแรงของคนหนุ่ม ลุยส์ ทิฟฟานี เห็นว่า มันช่างทำตลาดยากเสียเหลือเกิน แม้เป็นลูกชายมหาเศรษฐีแต่ก็ต้องการหารายได้ของตัวเอง เป็นจุดเปลี่ยนง่ายๆ ที่ทำให้เขาเบนเข็มมาออกแบบเครื่องประดับบ้าน โดยร่วมมือกับสมาคมศิลปินและบริษัท ล็อกวูด ดีฟอเรสต์ แอนด์ แคนแดนซ์ วีเลอร์ ที่ทำธุรกิจข้ามชาติส่งออกสินค้าไปยังอินเดียและญี่ปุ่น
ตัวเขาเองออกเดินทางไปยังอียิปต์และโมร็อกโก และเริ่มได้รับอิทธิพลของศิลปะตะวันออกมากยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้แสดงออกมาในผลงานออกแบบของแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ประดับกระจก ขณะที่การไปทำงานออกแบบเครื่องประดับโบสถ์ยิว ก็ส่งแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้การออกแบบเครื่องแต่งบ้านของเขาในกาลต่อมาอีกด้วย
เจย์ โกล์ด นอกจากจะอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกับ ลุยส์ ทิฟฟานี แล้ว ยังจะเป็นนายจ้างคนสำคัญของเขาอีกต่างหาก หลังจากที่เจย์เสียชีวิตในทศวรรษที่ 1890 ทุกอย่างก็ตกทอดมาถึงเฮเลน โกล์ด บุตรสาวคนโตของเจย์ ที่กลายเป็นลูกค้าขาประจำของเขาแทน ไม่ว่าจะเป็นแจกัน โคมไฟตั้งโต๊ะ หรือเครื่องประดับบ้านทำจากกระจกชนิดอื่นๆ
ในมหกรรมแสดงสินค้าครั้งใหญ่ที่กรุงปารีส Paris Exposition ปี 1899 เฮเลน ยังให้ยืมผลงานหน้าต่างประดับกระจกสีสุดอลังการ ที่ลุยส์ ออกแบบให้บ้านของเธอเอง และบ้านของบิดา ในปี 1894 ไปโชว์ในงานด้วย โดยที่นิทรรศการ ณ ลินด์เฮิร์สต์ แมนชัน แอนด์ แกลเลอรี่ ยังได้ขนเอาหน้าต่างกระจกสีที่เขาเคยออกแบบให้กับศาสนสถานและห้องสมุดหลายๆ แห่งมาไว้ให้ได้เห็นถึงความหลากหลายในจินตนาการของเขาอีกด้วย 







