
ลดนักท่องเที่ยวเกาะล้าน แก้ปัญหาขยะ น้ำไม่เพียงพอ
เกาะล้าน เกาะเล็กในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี แต่การเจริญเติบโตด้านการท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว
โดย ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
เกาะล้าน เกาะเล็กในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี แต่การเจริญเติบโตด้านการท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว ปริมาณนักท่องเที่ยวที่มุ่งไปยังเกาะล้านมากถึงวันละร่วม 1 หมื่นคน ส่งผลให้เกาะเล็กๆ ที่มีพื้นที่เพียง 3,500 ไร่แห่งนี้ แบกรับภาระหนักมากมาย ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ระบบสาธารณูปโภค
ปัญหาดังกล่าวหากปล่อยไว้ย่อมทำลายโอกาสในการท่องเที่ยวในที่สุด เมืองพัทยาจึงมีโครงการศึกษาเพื่อจัดทำโซนนิ่งและการกำหนดขีดความสามารถในการรองรับของแหล่งท่องเที่ยวเกาะล้าน ซึ่งเป็นโครงการที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สนับสนุนงบประมาณจำนวน 10 ล้านบาท มอบหมายให้มหาวิทยาลัยศิลปากรทำการศึกษาการจัดทำโซนนิ่งและแผนการรองรับนักท่องเที่ยวบน 5 เกาะหลักในประเทศ ได้แก่ เกาะล้าน เกาะเสม็ด เกาะกูด เกาะหมาก และเกาะช้าง หลังพบว่าปัจจุบันพื้นที่เกาะเหล่านี้ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่มีปัญหาที่ตามมาที่ต้องติดตาม วางแผนและหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการรองรับการท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้นในอนาคตอย่างรวดเร็ว
ผศ.ดร.ปนิตา วงศ์มหาดเล็ก อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร หัวหน้าโครงการศึกษา เปิดเผยว่า สภาพเกาะเหล่านี้แต่เดิมเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางระบบนิเวศ แต่ด้วยความสวยงามทางธรรมชาติจึงมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากกลุ่มพื้นเพชาวบ้านที่ทำประมงชายฝั่งมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักจนเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาเป็นอย่างมาก
สำหรับพื้นที่เกาะล้านถือเป็นอีก 1 พื้นที่ ซึ่งได้ดำเนินการสำรวจและศึกษาตามแผน เนื่องจากปัจจุบันถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเช่นกัน โดย ผศ.ดร.ปนิตา บอกว่า จากการตรวจสอบพบว่าเกาะล้านมีพื้นที่รวมกว่า 3,411 ไร่ มีชายหาด 8 แห่ง รวมพื้นที่กว่า 368 ไร่
หรือ 11% ของพื้นที่โดยรวม ขณะที่สิ่งอำนวยความสะดวกนั้น จะมีโรงแรมที่พักจำนวนกว่า 1,567 ห้อง ท่าเรือ 2 แห่ง ขณะที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนเฉลี่ยวันละกว่า 9,000-1 หมื่นคน ถือว่ามีปริมาณมากและไม่สอดคล้องกับพื้นที่รวมเนื่องจากการพัฒนาเป็นไปได้ยาก ด้วยพื้นที่มีความลาดชัน และมีจำนวนจำกัด โดยเฉพาะปัญหาเรื่องของกรรมสิทธิ์การครอบครองที่ดินที่พบว่ามีการถือครองโดยการจับจองแบบไม่มีกรรมสิทธิ์เป็นจำนวนมาก ทำให้การพัฒนาล่าช้า และการประกอบกิจการที่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นไปได้ยาก
“สำหรับศักยภาพของเกาะล้านนั้น จากการสำรวจศึกษา วิเคราะห์และประเมินผลความเหมาะสมของจำนวนนักท่องเที่ยวควรจะอยู่ที่วันละ 6,410 คน แต่ปัจจุบันมีการหลั่งไหลเดินทางไปเป็นจำนวนมาก กรณีนี้ทำให้เกิดปัญหาใหญ่สำคัญที่ปัจจุบันยังไม่มีแนวทางแก้ไขที่ชัดเจนคือ ปัญหาเรื่องขยะ ซึ่งมีการขนมาจากฝั่งเฉลี่ยเกิดขึ้นวันละ 35 ตัน ทั้งๆ ที่ปริมาณที่สามารถรองรับได้เพียงวันละไม่เกิน 25 ตันเท่านั้น จึงทำให้เกิดปัญหาตกค้างของขยะกว่า 5 หมื่นตัน ที่ยังไร้แนวทางการแก้ไข และส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและมลพิษในปัจจุบัน”
หัวหน้าโครงการศึกษาปัญหาเกาะช้างบอกอีกว่า นอกจากปัญหาขยะแล้ว เกาะช้างยังมีปัญหาอื่นๆ อีก โดยเฉพาะปัญหาน้ำดิบเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค เนื่องจากปัจจุบันการผลิตน้ำ ดำเนินการโดยบริษัท อีสต์วอเตอร์ ซึ่งสามารถผลิตได้เพียงวันละ 1.3 ล้านลิตร แต่ขณะที่ความต้องการใช้น้ำบนเกาะล้านนั้น สูงถึงวันละ 1.6 ล้านลิตร และจะเพิ่มเป็นวันละ 1.8 ล้านลิตร ในช่วงวันหยุดที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก
ผศ.ดร.ปนิตา บอกว่า กรณีเหล่านี้เป็นสิ่งที่ภาครัฐหรือเมืองพัทยาต้องเร่งแก้ไขจัดการ หลังมีการส่งมอบผลการศึกษาอย่างเป็นทางการเพื่อนำไปใช้ในการแก้ไขและพัฒนาเพื่อให้เกาะล้านเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน
แนวทางการแก้ปัญหาที่คณะศึกษาฯ ได้เสนอ รวมทั้งหมด 13 ด้าน ประกอบด้วย 1.การจัดทำเครือข่ายถนนใหม่ พบว่ามีความเสี่ยงด้านความลาดชัน ปัญหาไฟแสงสว่าง และวัสดุที่ใช้ 2.การวางแผนด้านระบบขนส่งมวลชน อาทิ รถสองแถว หรือรถจักรยานยนต์ที่ต้องเพียงพอ 3.การแก้ไขปัญหาเรื่องของกรรมสิทธิ์ที่ดินและการให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง เพื่อให้รัฐได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ 4.การแก้ไขปัญหาขยะ โดยการขนถ่ายขยะเดิมกว่า 5 หมื่นตันไปกำจัดและแผนการรองรับขยะใหม่ที่มีประสิทธิภาพ
5.การออกค่าธรรมเนียมแก่นักท่องเที่ยวที่ใช้ประโยชน์บนพื้นที่เกาะล้าน 6.การพัฒนาท่าเรือ ด้วยการเพิ่มหรือปรับปรุง เพื่อให้เกิดความคล่องตัว 7.การออกแบบอารยสถาปัตย์ที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ทุกกลุ่ม 8.การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเลที่เสื่อมโทรมลง 9.การเพิ่มปริมาณน้ำดิบเพื่อให้เกิดความเพียงพอต่อความต้องการ 10.การปรับปรุงมาตรฐานด้านความปลอดภัย เพื่อลดความสูญเสียแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว 11.การวางแผนด้านการปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อให้เกิดมุมมองที่น่าสนใจ 12.การควบคุมมาตรการความปลอดภัยสำหรับกิจกรรมทางน้ำชนิดต่างๆ และ 13.การพัฒนาสาธารณูปโภคที่ต้องสอดคล้องกับปริมาณประชาชนและนักท่องเที่ยว







