posttoday
ชงธุรกิจร่วมรับประกันแท็กซี่

ชงธุรกิจร่วมรับประกันแท็กซี่

09 มิถุนายน 2561

สภาธุรกิจประกันภัยไทย เสนอบริษัทประกันร่วมพูลรับเคลมแท็กซี่ หลังค่าสินไหมพุ่ง 75% หวั่นไม่มีใครกล้ารับประกัน

สภาธุรกิจประกันภัยไทย เสนอบริษัทประกันร่วมพูลรับเคลมแท็กซี่ หลังค่าสินไหมพุ่ง 75% หวั่นไม่มีใครกล้ารับประกัน
นายอานนท์ วังวสุ ประธานสภาธุรกิจประกันภัยไทย เปิดเผยว่า มีแนวคิดที่จะให้ทางสมาคมประกันวินาศภัยไทย จัดทำแผนการรับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจสำหรับรถแท็กซี่ขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งอาจเป็นลักษณะของการร่วมกัน หรือพูลกันในการรับประกันภัย เพื่อแก้ไขปัญหาการปฏิเสธการรับประกันของบริษัทประกัน เนื่องจากปัจจุบันอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัยของรถแท็กซี่สูงมากถึง 75.46% ทำให้บริษัทที่รับประกันภัยรถแท็กซี่ส่วนใหญ่จึงขาดทุน
“ตอนนี้ไม่ค่อยมีบริษัทประกันไหนอยากรับประกันแท็กซี่ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุบ่อย ไม่คุ้ม แต่ถ้าเราทำเป็นศูนย์กลางเกิดขึ้นและมีการบริหารจัดการที่ดี ก็คาดว่าจะทำให้อัตราความเสียหายต่อเบี้ยของแท็กซี่ลดลงได้ เช่น ค่าคอมมิชชั่น 18% ส่วนนี้ไม่มีได้ไหม ค่าบริหารจัดการแค่ 5% รวมๆ แล้ว ถ้าอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัยถึง 90% ก็ยังอยู่ได้เลย  ซึ่งเป็นหน้าที่ของสมาคมที่จะเข้ามาดูแลเรื่องนี้” นายอานนท์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากดูข้อมูล ณ เดือน ก.ย. 2560 พบว่าอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัยของรถยนต์ประเภทอื่น ที่รองลงมาจากรถแท็กซี่จะเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 65.13% รถลากจูง 64.08% รถจักรยานยนต์ 61.41% รถโดยสาร 60.28% รถบรรทุก 59.78% และรถพ่วง 55.97%  
สำหรับบริษัท 5 อันดับแรก ที่มีส่วนแบ่งการตลาดประกันรถยนต์ร่วมกัน 49.3% ได้แก่ บริษัท ทิพยประกันภัย 25.7% มีเบี้ย 32,723 ล้านบาท บริษัท อาคเนย์ประกันภัย 6.4% มีเบี้ย 8,124 ล้านบาท บริษัท สินมั่นคงประกันภัย 6.2% มีเบี้ย 7,912 ล้านบาท บริษัท ประกันคุ้มภัย 6% มีเบี้ย 7,589 ล้านบาท และบริษัท ธนชาตประกันภัย 5% มีเบี้ย 6,405 ล้านบาท
นายกี่เดช อนันต์ศิริประภา ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาภาพรวมอัตราความเสียหายต่อเบีี้ยประกันภัยของงานประกันภัยทุกประเภทยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีที่ 55.6% แต่ในส่วนของประกันภัยรถยนต์ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 64.3% รองลงมาเป็นประกันภัยเบ็ดเตล็ด 42.7% ประกันภัยขนส่งทางทะเล 32.1%  และต่ำสุดเป็นประกันอัคคีภัย 15.4%
"จากสัดส่วนค่าสินไหมที่ยังสูงของรถยนต์ หากบริษัทประกันไหนรับประกันภัยรถยนต์ในสัดส่วนที่มากเกินไปก็ต้องบริหารจัดการให้ดี ไม่เช่นนั้นอาจขาดทุนได้ ขณะเดียวหากยังมีการแข่งขันตัดราคากันอยู่ ก็จะกินทุนบริษัทนั้นได้ ซึ่งก็มีการแข่งกันมา 2-3 ปีแล้วและยังไม่จบ ดังนั้นการสร้างผลประกอบการที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก" นายกี่เดช กล่าว 
สำหรับปัจจัยลบที่อาจส่งผลต่อธุรกิจประกันภัยในปีนี้ จะเป็นด้านอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น  รวมถึงการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ส่งผลต่อต้นทุนของธุรกิจ เช่น ค่าสินไหมซ่อมรถยนต์และค่าอะไหล่รถที่เพิ่มขึ้น    

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท