
ทุนโลกแห่ทิ้งตลาดเกิดใหม่
ไอไอเอฟชี้นักลงทุนต่างชาติเทขายสุทธิตลาดเกิดใหม่เกือบ 4 แสนล้าน จากแรงกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย-ดอลลาร์แข็งค่า
ไอไอเอฟชี้นักลงทุนต่างชาติเทขายสุทธิตลาดเกิดใหม่เกือบ 4 แสนล้าน จากแรงกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย-ดอลลาร์แข็งค่า
สถาบันการเงินระหว่างประเทศ(ไอไอเอฟ) เปิดเผยว่า นักลงทุนต่างชาติเทขายสินทรัพย์ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ทั้งในตลาดตราสารหนี้และตราสารทุน อยู่ที่ 1.23 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.94 แสนล้านบาท) เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปริมาณทุนไหลออกสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2016 และเกิดขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 โดยประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชียมีปริมาณทุนไหลออกมากที่สุดอยู่ที่ 8,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.56 แสนล้านบาท)
ด้านรอยเตอร์สรายงานว่า สำหรับประเทศเอเชียนั้นยังเผชิญแรงเทขายสุทธิในตลาดหุ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ด้วยเช่นกันที่ประมาณ 4,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.28 แสนล้านบาท) เมื่อเดือนที่แล้ว
เกร็ก แมคเคนนา หัวหน้านักกลยุทธ์จากบริษัทโบรกเกอร์ อะซิเทรดเดอร์ กล่าวว่า เงินทุนไหลออกจากกลุ่มตลาดเกิดใหม่ เนื่องจากมีโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจกว่าในที่อื่นๆ เช่น สหรัฐ
“การใช้นโยบายการเงินตึงตัวของเฟด (ธนาคารกลางสหรัฐ) การปรับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ และการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินดอลลาร์ ทั้งหมดนั้นเป็นปัจจัยกดดันกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่” แมคเคนนา กล่าว
ทั้งนี้ ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับไอไอเอฟที่ระบุว่า ปัจจัยส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่มีหลายประการ ได้แก่ ความตึงเครียดเฉพาะตัวภายในประเทศ เช่น กรณีปัญหาทางการเงินในอาร์เจนตินาและตุรกี หรือการประท้วงน้ำมันแพงในบราซิล รวมถึงยังมีเรื่องการข่มขู่ตั้งกำแพงภาษีกับทั่วโลกรอบใหม่ของสหรัฐ และความไม่แน่นอนทางการเมืองในอิตาลีและสเปนช่วงที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ากลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่กำลังเผชิญช่วงขาลง
ไอไอเอฟระบุว่า แม้เมื่อเทียบรายปีแล้ว ตัวเลขการลงทุนในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ยังอยู่ในทิศทางบวก โดยอยู่ที่ 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.47 ล้านล้านบาท) แต่ตัวเลขดังกล่าวปรับลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2017 ซึ่งอยู่ที่ 1.34 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 4.2 ล้านล้านบาท)
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในอาร์เจนตินากลับมาอยู่ในความสนใจของทั่วโลกอีกครั้ง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เห็นพ้องปล่อยเงินกู้ให้อาร์เจนตินามูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.6 ล้านล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังค่าเงินเปโซของอาร์เจนตินาอ่อนค่าต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยร่วงลง 25% เมื่อเทียบดอลลาร์ในปีนี้ และกำลังเผชิญภาวะเงินเฟ้อรุนแรงภายในประเทศ
ทั้งนี้ บลูมเบิร์กรายงานว่า การปล่อยเงินกู้ช่วยเหลือดังกล่าวจะดำเนินไปเป็นเวลา 36 เดือน ซึ่งวงเงินกู้คิดเป็นจำนวนมากที่สุดประวัติศาสตร์ไอเอ็มเอฟอย่างไรก็ดี การปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งคาดว่าจะปรับเพิ่มอีก 0.25% ในการประชุมสัปดาห์หน้านี้ และค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น อาจส่งผลให้อาร์เจนตินายังต้องเผชิญความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น







