posttoday
สะกิดค่าบาทแข็งกดกำไรบจ.ปีนี้ มองตลาดข้ามปีเป้า1,150-1,300

สะกิดค่าบาทแข็งกดกำไรบจ.ปีนี้ มองตลาดข้ามปีเป้า1,150-1,300

18 ตุลาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — นักวิเคราะห์ชื่อดังมีมุมมองหุ้นไทยดีถึงดีมาก ดัชนีเหนือ 1,000 จุดตามเงินทุนไหลเข้า เตือนกำไร บจ.สิ้นปีวูบ ชี้กว่า 50% รับรายได้เป็นเหรียญสหรัฐ

น.ส.วชิราลักษณ์ แสงเลิศศิลปชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ เปิดเผยในงาน “สัมมนากลยุทธ์ลงทุนปี 2554” เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า สัปดาห์นี้คาดว่าดัชนีจะถึง 1,000 จุดได้หลังจากทดสอบมา 23 รอบแล้ว แต่ให้ระมัดระวังความเสี่ยงจากค่าเงินบาทแข็งที่จะทำให้รายได้ของบริษัทจดทะเบียนที่รับเงินเป็นเหรียญสหรัฐจะมีกำไรลดลง เนื่องมาจากบริษัทจดทะเบียนเกิน 50% รับรายได้เป็นเงินสกุลเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นที่แตะ 1,000 จุดนั้นเป็นการประมาณการจากเงินทุนไหลเข้า แต่ผลประกอบการของ บจ.สิ้นปีนี้ กว่าจะรับรู้และประกาศประมาณต้นปีหน้า ดังนั้นกว่าจะเห็นของจริงควรระมัดระวัง

บล.ทรีนีตี้ คาดว่า ปีหน้าดัชนีจะไปถึง 1,1001,200 จุดได้ ซึ่งขณะนี้ดัชนีพุ่งขึ้นมาเร็วกว่าที่คาดแต่ให้ระมัดระวังว่าจะจบเร็วด้วย จะเห็นจากมีการปรับขึ้นเป้าหมายสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) บ่อย แต่ไม่ค่อยปรับขึ้นเป้าหมายอัตราการเติบโต ของกำไรต่อหุ้น (EPS) หุ้นบางตัวปรับลดกำไรต่อหุ้นด้วยซ้ำ

ด้านนายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บล.ธนชาต มีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้นไทย คาดว่าปีหน้าดัชนีจะอยู่ที่ 1,150 จุด ตามเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้อีก 2 ปี และมีการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคครั้งแรกในรอบ 15 ปี ส่วนเงินไหลเข้าเอเชียที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้น หากรัฐบาลไม่มีมาตรการใดออกมาอีกจะทะลุ 29 บาทได้

สำหรับดัชนีที่ 1,000 จุด คิดเป็นพี/อีกำไรปีนี้ 15 เท่า ปีหน้า 12 เท่า ดัชนีขึ้นมาเร็วกว่าคาดเพราะเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจากญี่ปุ่น แต่คาดว่ากำไรต่อหุ้นจะวิ่งตามและดัชนียืนเหนือ 1,000 จุดได้อย่างมั่นคง

น.ส.จิตรา อมรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส มีมุมมองที่ดีถึงดีมากต่อหุ้นไทย ทั้งจากปัจจัยพื้นฐานและเงินทุนไหลเข้า ตามเศรษฐกิจที่ดีต่อเนื่อง แต่ไทยมีสัดส่วนการลงทุนน้อยกว่าประเทศในเอเชียที่สัดส่วนการลงทุนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) สูงกว่าปี 2539 ที่เกิดวิกฤตเอเชียกันหมดแล้ว แต่ไทยยังมีการลงทุนในประเทศเพียง 20% จากวิกฤตปี 2539 อยู่ที่ 40% ดังนั้นเมื่อดัชนีถึง 1,000 จุด ไม่ควรลงทุนในหุ้นทั่วไป แต่ควรเลือกกลุ่มลงทุนและแนะนำหุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่คาดว่าจะกลับมาบูมดังเช่นกว่า 10 ปีที่แล้ว

ขณะเดียวกัน บล.ฟินันเซีย ไซรัส ให้ดัชนีเป้าหมายปีนี้ 1,100 จุด ปีหน้า 1,300 จุด โดยปี 2554 คาดว่าจะเกิดในครึ่งปีแรกและลดลงในครึ่งปีหลัง โดยให้กรอบที่ 8001,400 จุด สำหรับกำไรต่อหุ้นปีหน้าคาดว่าจะเติบโตถึง 1718%

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี