posttoday
พาณิชย์ชงรัฐสภา

พาณิชย์ชงรัฐสภา

18 ตุลาคม 2553

เห็นชอบกรอบความร่วมมือฮ่องกง ยันไม่ทำเอฟทีเอหลังประโยชน์น้อย

โพสต์ทูเดย์ — “พาณิชย์” เตรียมขอสภาไฟเขียวกรอบความร่วมมือไทยฮ่องกง ก่อนถกเพิ่มเติม แต่ไม่เอาเอฟทีเอ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์ นำเสนอกรอบการเจรจาข้อตกลงความร่วมมือระหว่างไทยกับฮ่องกงเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เพื่อขอความเห็นชอบก่อนเริ่มการเจรจา ซึ่งความตกลงดังกล่าวจะช่วยยกระดับความร่วมมือด้านการค้าสินค้า บริการ และการลงทุนในสาขาต่างๆ ที่ไทยและฮ่องกงมีศักยภาพและเป็นประโยชน์ต่อกัน

ทั้งนี้ การจัดทำข้อตกลงฯ จะช่วยเปิดโอกาสให้ไทยสามารถสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดทางเศรษฐกิจและการค้ากับฮ่องกง ซึ่งเป็นศูนย์กลางทั้งในสาขาโลจิสติกส์ การเงิน และการธนาคารที่สำคัญของภูมิภาคเอเชีย อีกทั้งยังเป็นประตูการค้าไปสู่ประเทศจีนได้

ขณะเดียวกันข้อตกลงฯ ยังเป็นช่องทางสำคัญให้ไทยสามารถหยิบยกปัญหาการค้าทวิภาคีขึ้นหารือกับฝ่ายฮ่องกง พร้อมทั้งติดตามผลได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า เมื่อปี 2552 ได้เดินทางเยือนฮ่องกงร่วมกับคณะของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยมีผู้บริหารสูงสุดฮ่องกงเข้าพบหารือ ซึ่งได้เสนอให้ไทยและฮ่องกงจัดทำเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ในโอกาสแรกที่เป็นไปได้ และก่อนหน้านี้ฮ่องกงก็เคยได้ขอเจรจาการจัดทำเอฟทีเอกับไทยมาแล้วอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไทยได้รับข้อเสนอไว้พิจารณา โดยมอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำ

ดังนั้น หลังจากการหารือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการจัดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั่วประเทศ สรุปว่าการจัดทำเอฟทีเอกับฮ่องกงอาจไม่เกิดประโยชน์ต่อไทยมากนัก เนื่องจากฮ่องกงเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีกฎระเบียบที่เปิดเสรีสำหรับการค้าสินค้า บริการและการลงทุนมากกว่าไทย แต่เห็นว่าไทยควรเจรจาเพื่อจัดทำข้อตกลงในรูปแบบของความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า ซึ่งจะให้ประโยชน์ต่อไทยได้รวดเร็วและชัดเจนกว่าเอฟทีเอ

สำหรับสาขาความร่วมมือที่ฝ่ายไทยสนใจและเห็นควรผลักดัน ได้แก่ สินค้าอาหารและเกษตร โลจิสติกส์ ท่องเที่ยว เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

ฮ่องกงเป็นคู่ค้าที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของไทย โดยในปี 2552 ฮ่องกงเป็นคู่ค้าอันดับที่ 7 ของไทย มีมูลค่าการค้าระหว่างกันรวม 3.82 แสนล้านบาท โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุล 2.63 แสนล้านบาท ในด้านการส่งออก ฮ่องกงเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 4 ของไทย มีมูลค่าการส่งออก 3.23 แสนล้านบาท

ด้านสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปยังฮ่องกง ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หนังสือและสิ่งพิมพ์ แผงวงจรไฟฟ้า เม็ดพลาสติก ในด้านการนำเข้าฮ่องกงเป็นตลาดนำเข้าอันดับที่ 21 ของไทยสินค้านำเข้าจากฮ่องกงที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ผ้าผืน เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี