posttoday
จีนส่งดาวเทียม ในภารกิจดวงจันทร์

จีนส่งดาวเทียม ในภารกิจดวงจันทร์

03 มิถุนายน 2561

เช้าวันที่ 21 พ.ค. 2561 ตามเวลาท้องถิ่นของจีน ซึ่งเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 1 ชั่วโมง องค์การอวกาศแห่งชาติจีนได้ปล่อยจรวดลองมาร์ช 4 ซี

โดย วรเชษฐ์ บุญปลอด

เช้าวันที่ 21 พ.ค. 2561 ตามเวลาท้องถิ่นของจีน ซึ่งเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 1 ชั่วโมง องค์การอวกาศแห่งชาติจีนได้ปล่อยจรวดลองมาร์ช 4 ซี ขึ้นสู่อวกาศ จากฐานปล่อยจรวดสีฉาง มณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เป็นภารกิจการนำดาวเทียมซึ่งจะใช้ถ่ายทอดสัญญาณเชื่อมโยงระหว่างยานสำรวจดวงจันทร์กับสถานีบนพื้นโลก

ดาวเทียมดวงนี้มีชื่อว่าเฉ่วเฉียว แปลว่าสะพานนก ตั้งชื่อตามเรื่องราวในนิยายปรัมปราเรื่องเจ็ดนางฟ้า หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่าชายเลี้ยงวัวกับหญิงทอผ้า เป็นตำนานอันเป็นที่มาของเทศกาลชีซีในคืนวันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน นกบนสวรรค์จะรวมตัวกันก่อให้เกิดสะพามข้ามแม่น้ำสีเงิน (ทางช้างเผือก) ทำให้คู่รักระหว่างชายเลี้ยงวัว (แทนด้วยดาวอัลแทร์ในกลุ่มดาวนกอินทรี) กับหญิงทอผ้าซึ่งเป็นนางฟ้า (แทนด้วยดาวเวกาในกลุ่มดาวพิณ) รวมทั้งลูกทั้งสองของพวกเขาได้มาพบกันปีละหนึ่งครั้ง หลังจากถูกลงโทษให้แยกกันอยู่คนละฝั่งของแม่น้ำ นิยายเรื่องนี้เป็นต้นกำเนิดเทศกาลทะนะบะตะในญี่ปุ่นและเทศกาลชิลซ็อกในเกาหลี

ดวงจันทร์หมุนรอบตัวเองด้วยคาบ 27.3 วัน เป็นระยะเวลาเท่ากับที่โคจรรอบโลก ทำให้ดวงจันทร์หันด้านเดียวเข้าหาโลก เราเรียกด้านที่มองเห็นจากโลกว่าด้านใกล้ ส่วนอีกด้านหนึ่งที่เราไม่สามารถมองเห็นได้นั้นเรียกว่าด้านไกล สาเหตุที่จีนตั้งชื่อดาวเทียมเช่นนี้เป็นสัญลักษณ์แสดงการสร้างสะพานเชื่อมโยงระหว่างโลกกับด้านที่มองไม่เห็นจากโลกของดวงจันทร์

ในอดีต ด้านไกลของดวงจันทร์เรียกได้ว่าเป็นดินแดนลึกลับ เพราะคนบนโลกไม่มีโอกาสได้เห็นเลย ทำให้บางคนเรียกด้านไกลนั้นว่าด้านมืด ซึ่งอาจทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนได้ว่าด้านนั้นอยู่ในเงามืดตลอดเวลา ซึ่งไม่เป็นความจริง ยานลูนา 3 ของสหภาพโซเวียตได้ถ่ายภาพพื้นผิวด้านไกลของดวงจันทร์มาให้เราเห็นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2502 ต่อมานักบินอวกาศที่เดินทางไปกับยานอะพอลโล 8 ในเที่ยวบินที่ไปโคจรวนรอบดวงจันทร์แล้วกลับโลกโดยไม่ได้ลงจอด ก็ได้เห็นพื้นผิวด้านไกลของดวงจันทร์ด้วยตาของตัวเองเป็นครั้งแรกในปี 2511

จีนส่งดาวเทียม ในภารกิจดวงจันทร์

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จีนมีความก้าวหน้าด้านอวกาศที่น่าสนใจ ทั้งการนำนักบินอวกาศทั้งหญิงและชายขึ้นสู่อวกาศ การทดลองส่งสถานีอวกาศขึ้นไปโคจรรอบโลก และมีการเชื่อมต่อระหว่างยานอวกาศเสินโจวกับสถานีอวกาศเทียนกง 1 การสำรวจดวงจันทร์ก็มีความก้าวหน้านับตั้งแต่ยานฉางเอ๋อ 1 และฉางเอ๋อ 2 ถูกส่งไปโคจรรอบดวงจันทร์ในปี 2550 และ 2553 จากนั้นยานฉางเอ๋อ 3 ได้ไปลงจอดบนดวงจันทร์เมื่อเดือน ธ.ค. 2556 ซึ่งได้มีการปล่อยรถสำรวจขนาดเล็กลงไปแล่นบนดวงจันทร์ด้วย

ปัจจุบันจีนกำลังเตรียมส่งยานฉางเอ๋อ 4 ไปสำรวจดวงจันทร์ในปลายปี 2561 ภารกิจของฉางเอ๋อ 4 คล้ายกับฉางเอ๋อ 3 แต่ต่างกันตรงที่จุดลงจอด ฉางเอ๋อ 4 มีแผนจะนำยานลงจอดและรถสำรวจลงไปบนพื้นผิวดวงจันทร์ที่อยู่ตรงด้านไกล ซึ่งแน่นอนว่าการติดต่อสื่อสารกับโลกไม่สามารถทำได้โดยตรง จึงต้องส่งดาวเทียมขึ้นไปเป็นสื่อกลางสำหรับใช้ถ่ายทอดสัญญาณ

ดาวเทียมถ่ายทอดสัญญาณดวงนี้จะถูกนำไปโคจรในอวกาศอยู่บริเวณรอบจุดลากรานจ์ที่ 2 หรือแอล 2 ในระบบโลก-ดวงจันทร์ (ไม่ได้โคจรรอบดวงจันทร์อย่างที่ได้รายงานในเบื้องต้นไว้เมื่อปลายปี 2560) จุดนี้เป็นหนึ่งใน 5 จุด ที่มีความสมดุลทางแรงโน้มถ่วงระหว่างสองวัตถุ ซึ่งในที่นี้คือระบบโลกและดวงจันทร์ โดยจุดแอล 2 มีตำแหน่งอยู่ตรงข้ามกับโลกเมื่อมองจากดวงจันทร์ ห่างโลกประมาณ 4.5 แสนกิโลเมตร ดวงจันทร์อยู่ห่างจากโลกเฉลี่ย 384,400 กิโลเมตร ดาวเทียมดวงนี้จึงจะอยู่ห่างจากพื้นผิวดวงจันทร์ราว 6.4 หมื่นกิโลเมตร

ข้อดีของการนำดาวเทียมไปโคจรรอบจุดแอล 2 คือสามารถส่งสัญญาณติดต่อกับโลกได้เกือบตลอดเวลา ได้รับแสงอาทิตย์ตลอดเวลาโดยไม่ถูกบังจากโลกหรือดวงจันทร์ (ดาวเทียมไม่ได้อยู่ที่จุดแอล 2 พอดี แต่โคจรรอบจุดนี้) และเสถียรภาพในระบบทำให้ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองพลังงานในการปรับตำแหน่งและวงโคจรบ่อยครั้ง แนวคิดการนำดาวเทียมถ่ายทอดสัญญาณไปไว้บริเวณรอบจุดแอล 2 นี้มีมานานแล้ว ถูกเสนอโดยนักวิทยาศาสตร์ของนาซ่าเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว และดาวเทียมดวงนี้เป็นดาวเทียมดวงแรกที่ถูกนำไปโคจรรอบจุดแอล 2 ในภารกิจสำรวจดวงจันทร์

ดาวเทียมเฉ่วเฉียวหนักราว 425 กิโลกรัม นอกจากภารกิจหลักในการเป็นดาวเทียมถ่ายทอดสัญญาณแล้ว ภายในยังได้บรรจุอุปกรณ์สำรวจท้องฟ้าในคลื่นวิทยุความถี่ต่ำ ซึ่งเป็นความร่วมมือกับเนเธอร์แลนด์ และมีเครื่องสะท้อนแสงเลเซอร์ ใช้ในการวัดระยะทางระหว่างโลกกับดาวเทียม

การปล่อยจรวดเมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ยังได้นำดาวเทียมขนาดเล็กอีก 2 ดวงขึ้นไปด้วย มีชื่อว่าหลงเจียง 1 และหลงเจียง 2 มีขนาดประมาณ 50 เซนติเมตร ใช้ในการทดลองเกี่ยวกับคลื่นวิทยุ ถูกกำหนดให้ไปโคจรรอบดวงจันทร์ในวงโคจรที่มีความรีสูง แต่รายงานล่าสุดดูเหมือนว่าจีนจะสูญเสียการติดต่อกับดาวเทียมหนึ่งในสองดวงนี้ ทำให้ไม่สามารถเข้าสู่วงโคจรตามที่วางแผนไว้ได้

หลังจากฉางเอ๋อ 4 แผนการสำรวจดวงจันทร์ในอนาคตของจีนคือการส่งยานฉางเอ๋อ 5 ไปเก็บตัวอย่างดินและหินบนดวงจันทร์หนักราว 2 กิโลกรัม เพื่อนำกลับมายังโลก คาดว่าอาจเกิดขึ้นได้ในปี 2562

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท