
หนึ่งภาพแทนคำพูดนับพันคำ นิทรรศการ เฉลิมฟิล์มกระจก
หนึ่งภาพแทนคำพูดนับพันคำ ยังเป็นอมตะ เมื่อได้ไปชมนิทรรศการฟิล์มกระจก ฉลองมรดกความทรงจำแห่งโลก
โดย สมาน สุดโต
หนึ่งภาพแทนคำพูดนับพันคำ ยังเป็นอมตะ เมื่อได้ไปชมนิทรรศการฟิล์มกระจก ฉลองมรดกความทรงจำแห่งโลก ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ หอศิลป ที่สำนักจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร โดยความร่วมมือของมูลนิธิสิริวัฒนภักดี และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ คัดเลือกจากฟิล์มกระจก และภาพต้นฉบับชุดหอพระสมุดวชิรญาณมาจัดแสดงให้ชมอย่างเต็มอิ่ม แบ่งเป็นโซน ตามหัวเรื่องที่มี 8 เรื่องด้วยกัน
ภาพทั้งหลายนั้นฉายให้เห็นพระราชจริยวัตร และพระราชกรณียกิจ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5-6 และ 7 ซึ่งหาชมที่ไหนไม่ได้ นอกจากที่นี่เท่านั้น
บางภาพก็บอกถึงราชประเพณีชั้นสูง บางภาพก็บอกถึงชีวิตความเป็นอยู่ และบรรยากาศสยามประเทศในช่วงนั้นๆ รวมทั้งความนิยมในยุคนั้น สมัยนั้น ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น หรือสิ่งของจากต่างประเทศที่ชนชั้นสูงนิยม เช่นกล้องถ่ายรูป
ภาพเหล่านี้ ท่านจัดไว้รวม 4 ห้อง เดินชมสบายไม่อึดอัด (ห้องใหญ่คนชมกระจายดูได้ทั่ว) แต่ละภาพให้ความรู้พร้อมทั้งคำบรรยายทั้งภาษาไทยแและอังกฤษ
ส่วนคุณค่านั้นไม่ต้องพูดถึง เหนือคำบรรยาย เข้าทำนองที่ว่า หนึ่งภาพแทนคำพูดนับพันคำ “A picture is worth a thousand words.”
นันทกา พลชัย ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ บอกว่าภาพที่นำจัดนิทรรศการนี้เพียง 150 ภาพเท่านั้น จากภาพที่มีอยู่ 35,427 ภาพ ที่จัดขยายจากฟิล์มกระจก และใส่กรอบโดยห้องภาพนิติกร ของนิติกร กรัยวิเชียร
ความยากของฟิล์มกระจก คือการอ่าน และทำคำบรรยายภาพ ที่มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพราะเหตุการณ์เกิดมาแต่สมัยรัชกาลที่ 5-6 และ 7 จึงต้องรอบคอบ ทางด้านความถูกต้อง กรมศิลปากรจึงตั้งกรรมการที่เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ทั้งประวัติศาสตร์สถานที่ บุคคล ศิลปะ วัฒนธรรม และพระสงฆ์ มาช่วยกันอ่านภาพ เช่น อาจารย์ธงทอง จันทรางศุ อาจารย์ภูธร ภูมธน คุณเอนก นาวิกมูล อาจารย์จุลทัศน์ พยัฆรานนท์ (ถึงแก่กรรมแล้ว)คุณดิษพงศ์ เนตรล้อมวงศ์ และอาจารย์พีรศรี โพวาทอง เป็นต้น
นันทกา เล่าว่า วันที่มีประชุมเพื่ออ่านภาพนั้น เป็นวันที่ให้ความสุขแก่ผู้ร่วมประชุม เพราะได้ทั้งความรู้และเกร็ดปลีกย่อยทางประวัติศาสตร์จากผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขา
ส่วนการคัดเลือกภาพมาจัดแสดงนิทรรศการในครั้งนี้ แบ่งเป็น 8 หัวข้อ ได้แก่
1.มองสยามผ่านฟิล์มกระจกมรดกความทรงจำ
2.สัญลักษณ์ยืนยงดำรงไทย (ได้แก่ ช้างไทยและศาลาไทย)
3.เลิศล้ำอำไพพระราชพิธี (อาทิ ภาพที่เกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของรัชกาลที่ 5-7 พระราชพิธีโสกันต์ พระราชพิธีเปิดพระบรมรูปทรงม้า พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ)
4.การพัฒนาวิถีสู่ความศิวิไลซ์
5.ศิลปวัฒนธรรมไทยงดงามประเพณี
6.สถลวิถีอาคารตระการตา
7.ลือชาบุคคลในประวัติศาสตร์
8.พระบรมนาถเจริญทางพระราชไมตรี
นิทรรศการนี้ เปิดให้ชมวันพุธ-วันอาทิตย์ (หยุดจันทร์ อังคาร และวันนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่ 09.00-19.00 น. ถึงวันที่ 28 ก.ค. 2561
นอกจากนั้น ก็มีเพิ่มเติมเพื่อความชอบของแต่ละบุคคล เช่น ต้องการถ่ายภาพย้อนยุค (แบบออเจ้า) ติดต่อที่ ห้องภาพนิติกร ที่มาเปิดบริการเฉพาะวันอาทิตย์
หรือจะดูการสาธิตถ่ายภาพฟิล์มกระจก ก็จัดให้ในวันอาทิตย์ เวลา 13.30-15.30 น.
อย่างไรก็ตาม กันความผิดพลาด ให้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-281-1599 ต่อ 222 (วันเวลาราชการนะครับ)







