posttoday
หมดข้ออ้างทางเทคนิค

หมดข้ออ้างทางเทคนิค

03 มิถุนายน 2561

หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ทำให้กระบวนการทุกอย่างเตรียมเดินหน้าตามโรดแมปที่รัฐบาลประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งภายในปีหน้า

สถานการณ์จากนี้ คงไม่มีอะไรต้องมาขัดขวางการเลือกตั้งอีก เพราะในเมื่อกฎหมายลูกซึ่งเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งออกมาหมดแล้ว ก็จะต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งคือ 180 วัน บวกกับ 90 วัน คงจะต้องมีการเลือกตั้งแน่นอนภายในปีหน้า ขั้นตอนจากนี้ อาจยังไม่สามารถนับหนึ่งกระบวนการจัดการเลือกตั้งได้ เนื่องจากต้องรอโปรดเกล้าฯ ลงมา และต้องนับไปอีก 90 วัน ถึงจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งเป็นผลดีเพื่อให้พรรคการเมืองเตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้ง

ทั้งนี้ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ.ระบุว่า เมื่อครบ 90 วัน รัฐบาลกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะหารือกันเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งภายใน 150 วัน และเมื่อคำนวณระยะเวลาแบบเต็มเพดานการเลือกตั้งจะมีขึ้นภายใน 11 เดือนนับจากเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งจะไปตรงกับเดือน เม.ย. 2562 พอดี แต่หากรัฐบาลต้องการให้จัดการเลือกตั้งในเดือน ก.พ. 2562 ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศไว้ ก็จะต้องไปหารือกับ กกต.ให้ประกาศวันเลือกตั้งภายใน 90 วัน

เมื่อเงื่อนไขทางเทคนิคเริ่มชัดมากขึ้น ทางกลุ่มการเมืองก็เริ่มบรรเลงปี่กลองกันอย่างเต็มที่ กลุ่มตัวเล่นหลักต่างออกมาเปิดหน้าที่จะเป็นพระเอกดึงคะแนนเสียง มีการเจรจาทางลับและแกล้งเปิดเผย เพื่อดึงผู้มีบารมีมารวมกันให้ได้คะแนนเสียงมากพอเป็นความหวังของกลุ่มทุนว่าหลังเลือกตั้งจะชนะกลับมากุมอำนาจบริหารประเทศได้

ตามสัญญานของกลุ่มการเมืองที่เคลื่อนไหวจริงจังถี่ขึ้นดังกล่าว ย่อมสะท้อนได้ว่าการเลือกตั้งน่าจะเกิดขึ้นปีหน้า ส่วนจะเป็นต้นปี กลางปี หรือลากถึงปลายปี เชื่อว่าส่วนใหญ่ยังพอรับได้ถ้าเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ

บนความชัดเจนที่มากขึ้นดังกล่าว ทำให้หลายภาคส่วนคลายความกังวลลงว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองจะมาเป็นปัจจัยเสี่ยงในช่วงกว่าปีนี้ จึงเชื่อได้ว่าการดำเนินการทางเศรษฐกิจ และธุรกิจในระยะสั้น จะมีความมั่นใจมากขึ้นในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ประเทศไทยถือว่าเติบโตได้ดีกว่าคาด โดยจีดีพีเพิ่มขึ้นถึง 4.8% และส่งผลให้หน่วยงานทางเศรษฐกิจหลายแห่งทั้งของรัฐและเอกชน ส่วนใหญ่เตรียมปรับประมาณการการเติบโตของประเทศไทยปีนี้ให้มากกว่าต้นปี ที่เกือบทั้งหมดต้นปีคาดว่าประเทศไทยทั้งปีนี้จะโตน้อยกว่า 4% เล็กน้อย แต่ผ่านมาขณะนี้เกือบครึ่งปีแรก ส่วนใหญ่เตรียมขยับขึ้นไปเป็นปีนี้ไทยจะโตมากกว่า 4%

แรงส่งหรือโมเมนตัมทางเศรษฐกิจดังกล่าว ส่วนหนึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นผลมาจากการเมืองที่ช่วงอีกปีกว่านี้จะเดินหน้าชัดเจนไปสู่การเลือกตั้ง เมื่อความเสี่ยงในประเทศน้อยลง ที่เหลือหากรัฐเดินหน้าลงทุนโครงการขนาดใหญ่หรือเมกะโปรเจกต์ มีการใช้จ่ายจากรัฐออกมาตามขั้นตอน ไม่สะดุดเหมือนปลายปีที่ผ่านมา เชื่อแน่ว่าสิ่งนี้จะช่วยให้การท่องเที่ยวกับการส่งออกที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในขณะนี้มีพลังขึ้น

ดังนั้น จึงหวังว่าผู้มีอำนาจจะไม่ทำให้เกิดการขัดข้องทางเทคนิค ส่วนพวกขาป่วนน่าจะไม่เพิ่มแรงกดดันให้กลายเป็นชนวนจากน้ำผึ้งหยดเดียวทำให้เกิดการพลิกผัน สำหรับหลังเลือกตั้งแล้ว การเมืองจะมั่นคงหรือมีการเล่นเกมกันต่อไปอย่างไร เชื่อว่าหลายฝ่ายคงรับกันได้และสังคมน่าจะพร้อมเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อให้ระบบได้พัฒนา ตามต้นทุนประชาธิปไตยที่กว่าจะเจริญเหมือนนานาอารยะได้ต้องจ่ายเหมือนกันทั่วโลก เพียงแต่เมื่อจ่ายแล้วต้องคุ้มค่ากับสิ่งที่เสียไป

งานนี้จึงเป็นสิ่งแสดงให้เห็นจริงๆ ว่าทุกฝ่ายที่บอกว่ารักชาติอยากให้เกิดการพัฒนา จะช่วยกันประคองให้การเมืองเดินไปตามครรลอง ไม่กลายเป็นความเสี่ยงเป็นอุปสรรคให้เศรษฐกิจโตไม่เต็มศักยภาพที่ปีละ 4-5% จะรักแค่ปากหรือปฏิบัติจริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท