
บริษัทกลางฯสินไหมพรบ.พุ่ง
บริษัท กลางผู้ประสบภัยจากรถ ยอดเคลมสินไหม พ.ร.บ.มอเตอร์ไซค์ยังพุ่ง คาดปีนี้เพิ่มขึ้นอีก 5%
บริษัท กลางผู้ประสบภัยจากรถ ยอดเคลมสินไหม พ.ร.บ.มอเตอร์ไซค์ยังพุ่ง คาดปีนี้เพิ่มขึ้นอีก 5%
นายนพดล สันติภากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีเบี้ยประกันภัย พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 5% ขณะเดียวกันก็คาดว่าจะมีค่าสินไหมเพิ่มขึ้น 5% เช่นกัน ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยเงินเฟ้อและค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น
“หลังจากที่ปรับเพิ่มความคุ้มครองประกัน พ.ร.บ.มาได้ 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2559 ค่าสินไหมก็ยังเพิ่มขึ้นตลอด อย่างในปี 2560 เรารับเบี้ยมา 4,000 ล้านบาท แต่จ่ายสินไหมไปแล้ว 4,900 ล้านบาท และยังมีสินไหมค้างจ่ายอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งเราก็เอาเงินสมทบที่บริษัทประกันต้องจ่าย 12% ของเบี้ยประกัน พ.ร.บ.ที่ขายได้มาชดเชยกับสิ่งที่ขาดทุนพอดี ทำให้เรายังมีความจำเป็นที่ต้องได้รับเงินสมทบจากบริษัทประกันอย่างต่อเนื่อง” นายนพดล กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากบริษัทไม่พยายามหรือร่วมรณรงค์กับหน่วยงานต่างๆ เกี่ยวกับการป้องกันอุบัติเหตุ ก็เชื่อว่าค่าสินไหมคงเพิ่มสูงขึ้นกว่านี้ นอกจากนี้ทางกระทรวงมหาดไทยก็มีนโยบายให้ทุกจังหวัดต้องผลักดันให้รถทุกคันต้องมีประกัน พ.ร.บ.ให้ได้ ซึ่งหากรถคันไหนเกิดอุบัติเหตุขึ้นโดยไม่มีประกัน พ.ร.บ. เมื่อเข้าไปรักษาตัวในสถานพยาบาล ก็จะเป็นต้นทุนให้กับสถานพยาบาลและงบประมาณของรัฐบาลที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ในปัจจุบันรถจักรยานยนต์ที่มีประกัน พ.ร.บ.มีอยู่ประมาณ 14 ล้านคัน และไม่มีประกัน พ.ร.บ.อยู่ประมาณ 7 ล้านคัน ซึ่งในแต่ละปีจะมีรถจักรยานยนต์ใหม่จดทะเบียนเพิ่มขึ้นอีกปีละ 1.7-1.8 ล้านคัน ขณะที่รถยนต์ส่วนใหญ่จะมีประกัน พ.ร.บ.ครบเกือบทุกคันประมาณ 16 ล้านคัน
นายกี่เดช อนันต์ศิริประภา ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ภาพรวมอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัย พ.ร.บ. เมื่อปี 2558 อยู่ที่ 44.3% ปี 2559 อยู่ที่ 56.6% และเมื่อปี 2560 อยู่ที่ 60.9% ซึ่งก็ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของประกันภัยรถภาคสมัครใจ อัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัยเมื่อปี 2558 อยู่ที่ 63.8% ปี 2559 อยู่ที่ 64.6% และปี 2560 อยู่ที่ 64.8%
“จากตัวเลขจะเห็นว่าหากบริษัทประกันภัยรายไหนมีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยรถยนต์เป็นจำนวนมาก ก็มีความเสี่ยงที่จะขาดทุนสูง หากไม่มีการบริหารจัดการที่ดีพอหรือสามารถลดต้นทุนด้านอื่นได้ เช่น ถ้ารับเบี้ยมา 100 บาท ค่าสินไหมอยู่ที่ 60% ค่านายหน้าและค่าใช้จ่ายอื่นๆ อยู่ที่ 40% ก็ถือว่าเสมอตัว แต่หากตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งปรับสูงขึ้นกว่านี้ ก็จะกลายเป็นขาดทุนทันที” นายกี่เดช กล่าว







