
สหรัฐบีบจีนซื้อสินค้า
สหรัฐกดดันจีนทำข้อตกลงซื้อสินค้าในระยะยาว ลดขาดดุลการค้า คาดเพิ่มมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรเท่าตัว
สหรัฐกดดันจีนทำข้อตกลงซื้อสินค้าในระยะยาว ลดขาดดุลการค้า คาดเพิ่มมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรเท่าตัว
ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า วอชิงตันกำลังกดดันปักกิ่งทำข้อตกลงซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐ และนำเข้าพลังงานในระยะยาว เป็นส่วนหนึ่งของการพยายามขยายข้อตกลงการค้าเพื่อลดการขาดดุลกับจีน 3.37 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10 ล้านล้านบาท) โดยความพยายามกดดันให้จีนทำข้อตกลงซื้อสินค้าสหรัฐเกิดขึ้นเพราะวอชิงตันตั้งใจคุ้มครองการค้าจากแรงกดดันทางการเมืองของทั้งสอง
ประเทศ
อย่างไรก็ตาม การทำข้อตกลงนี้อาจทำให้ภาคธุรกิจของจีนไม่ได้ซื้อสินค้าจากบรรดาชาติพันธมิตรของสหรัฐ และจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของหลายชาติ เช่น สหภาพยุโรป (อียู) บราซิล และอาร์เจนตินา
นอกจากนี้ ไฟแนนเชียลไทมส์ ระบุว่า วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ จะหารือเกี่ยวกับรายชื่อสินค้า ระหว่างการเยือนกรุงปักกิ่ง วันที่ 2-4 มิ.ย.นี้ ภายหลังจีนได้เสนอรายชื่อให้วอชิงตันในเดือนนี้
แหล่งข่าวรายหนึ่งเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่จากสหรัฐจะเจรจาให้จีนเพิ่มโควตาและผ่อนปรนข้อบังคับ เช่น การลดข้อบังคับนำเข้าสัตว์ปีกจากสหรัฐ เนื่องจากยังติดภาพลบจากปัญหาโรคไข้หวัดนกระบาดในอดีต
ทั้งนี้ แหล่งข่าวคาดว่า หากปักกิ่งยอมลดข้อบังคับนำเข้าสินค้า มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรของสหรัฐไปจีนอาจเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า จากยอดส่งออก 1.96 หมื่นล้านดอลลาร์ (6.26 แสนล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว แต่การส่งออกสินค้าเกษตรไปจีนยังไม่เติบโตใน 5 ปีหลังสุด และส่วนใหญ่ยังเป็นผลมาจากการส่งออกถั่วเหลือง ซึ่งอยู่ที่ 1.24 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 3.96 แสนล้านบาท) ในปีที่แล้ว
ขณะที่นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น เปิดเผยว่า จะพยายามปกป้องผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐ ภายหลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจสอบสวนการนำเข้ารถยนต์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ และอาจนำไปสู่การตั้งกำแพงภาษีเหมือนกับเหล็กและอะลูมิเนียม







