
ผยง ศรีวณิช ปั้น ‘กรุงไทย’ สู่อนาคต
นับจากวันที่ 8 พ.ย. 2559 เป็นเวลาปีกว่าในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย ของ ผยง ศรีวณิช กับภารกิจ การซ่อม สร้าง
โดย ชลลดา อิงศรีสว่าง
นับจากวันที่ 8 พ.ย. 2559 เป็นเวลาปีกว่าในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย ของ ผยง ศรีวณิช กับภารกิจ การซ่อม สร้าง และต่อยอด โดยมีเป้าหมายพาธนาคารกรุงไทยไปสู่ธนาคารแห่งอนาคต (Future Bank) ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
“Future Banking จะนำมาซึ่งการกำหนดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการยกระดับทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นระบบ ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน บุคลากร โดยการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้ในทุกมิติ” ผยง กล่าว
ดังนั้น ธนาคารจึงได้ตั้งศูนย์นวัตกรรมขึ้นมา 4 แกน ประกอบด้วย 1.เทคโนโลยี อินโนเวชั่น เพื่อเข้าใจสารพัดเทคโนโลยีที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ 2.ดาต้า อินโนเวชั่น ยกระดับขึ้นมาจากการพัฒนาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีอยู่เดิม 3.บิซิเนส อินโนเวชั่น ปรับโมเดลธุรกิจใหม่ด้วยการนำนวัตกรรมมาใช้ และ 4.โปรเซส อินโนเวชั่น เปลี่ยนกระบวนการจากกระดาษเป็นการไม่ใช้กระดาษ
ทั้งนี้ 4 แกนดังกล่าวต้องทำพร้อมกันและประสานกัน ขาดอันใดอันหนึ่งไม่ได้ โดยทั้ง 4 แกนนั้นจะตอบโจทย์การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ซึ่งมีหลักๆ 4 ด้าน คือ ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย การเข้าใจลูกค้าในแต่ละเซ็กเมนต์ การมีช่องทางที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ตามต้องการที่ลูกค้าจะไป รวมถึงพฤติกรรมการทำธุรกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไปด้วย
ผยง กล่าวว่า เมื่อเราเข้าใจลูกค้าก็จะมีช่องทางใหม่ๆ ในการเข้าถึงบริการทางการเงิน เราจะมีผลิตภัณฑ์การเงินใหม่ๆ ที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่มหรือแต่ละราย ซึ่งการที่จะเข้าใจลูกค้าได้ลึกซึ้ง เราต้องฝังตัวเข้าไปอยู่ในระบบนิเวศของลูกค้า
ดังนั้น ธนาคารได้เลือกเจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่ธนาคารมีศักยภาพให้การให้บริการ ผ่านระบบนิเวศ (Ecosystem) 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มหน่วยงานภาครัฐ (Government) กลุ่มสวัสดิการของรัฐ (Welfare) กลุ่มปัจจัย 4 เน้นด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาล (Health and Medical) กลุ่มคนรุ่นใหม่ (University and Education) และระบบขนส่ง (Mass Transit) โดย 5 กลุ่มดังกล่าวเป็นจุดแข็งของธนาคารที่จำเป็นต้องพยายามรักษาฐานที่มั่นไว้ให้ได้ หากประสบความสำเร็จเชื่อว่าระบบนิเวศนี้จะเชื่อมโยงการให้บริการไปสู่ระบบนิเวศอื่นๆ ได้
“ความท้าทายของธนาคารกรุงไทย ต้องวิ่งให้เร็วกว่าคนอื่น เพราะเราเริ่มช้า กว่าจะรู้ว่าธนาคารต้องก้าวไปทางใดที่จะเป็นอนาคตอย่างแท้จริงต้องใช้เวลานาน โดยในช่วงแรกมองมิติของดิจิทัลเพียงผลกระทบว่าจะทำให้ค่าธรรมเนียมลดลง ซึ่งสุดท้ายค่าธรรมเนียมจะไม่มีอยู่ดี จนมาเข้าใจ ถึงการสร้างความสัมพันธ์ (Engagement) กับลูกค้า เพราะหากไปโฟกัสเพียงค่าธรรมเนียมจะเหนื่อยมาก ค่าธรรมเนียมที่ลดลงทุก 1 ล้านบาท ธนาคารต้องลดต้นทุนให้ได้ 3 ล้านบาท เพราะต้นทุนกลับหัวกลับหางกับรายได้” ผยง กล่าว
นอกจากนั้น ธนาคารได้แก้ไขกฎระเบียบหลายด้านเพื่อความคล่องตัวในการทำงาน เพราะระเบียบต่างๆ ออกมานานแล้วก็ไม่เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน บางเรื่องมีอายุ 7-10 ปี ทำให้พนักงานเกร็งมากในการนำเรื่องมาเสนอคณะกรรมการธนาคารเพื่อพิจารณา ก็เลยเอาระเบียบมาทำให้ชัดเจน แต่ทั้งหมดนี้จะทำขั้นตอนให้ถูกต้อง
“ปีที่แล้วเราปรับระบบงานภายในเยอะ มีกระบวนการพิจารณา โยกย้าย ให้พนักงานในเครือมาเติบโตในธนาคาร หวังแก้ค่าครองชีพพื้นฐาน ทำให้การโยกย้ายง่ายขึ้น ปรับการเติบโตให้พนักงานโตข้ามสายงาน ให้เป็นหนึ่งในตัวบวกหลัก เราผลักดันให้เกิดขึ้นมาเมื่อปีที่แล้ว เราสร้างระบบกรุงไทยคุณธรรมขึ้นมา พวกนี้เป็นฟาวเดชั่นเรื่องระบบ เรื่องคน” ผยง กล่าว
สำหรับเรื่องที่อยากทำแล้วยังไม่ได้ทำ เรื่องของทักษะความรู้ความสามารถของพนักงาน สิ่งที่จะต้องทำให้ได้คือการเปลี่ยนกองทัพของเราสองหมื่นกว่าคนเข้าสู่ยุคฟิวเจอร์แบงก์กิ้งอย่างมีคุณค่า ค่างานกับเนื้องานยังเขย่งกันอยู่ ค่าตอบแทนต้องสะท้อนค่างานให้ได้ อายุเฉลี่ยพนักงานน้อยลงจาก 50 กว่า เป็น 30 กว่า นั่นคือสิ่งที่จะต้องทำในระยะต่อไป







