
เศรษฐกิจรอบสัปดาห์
ลดราคาก๊าซ-น้ำมัน
ลดราคาก๊าซ-น้ำมัน
หลังถูกสื่อโซเชียลโจมตี คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้เห็นชอบให้ใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนของบัญชีแอลพีจีอุดหนุนราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) สำหรับหุงต้ม 10 บาท ขณะเดียวกันแนวโน้มราคาก๊าซในสัปดาห์หน้าอยู่ในช่วงขาลง ซึ่งอาจจะลดลงได้อีก 20 บาท/ถังขนาด 15 กิโลกรัม ดังนั้นที่ประชุม กบง.จึงเห็นชอบให้ลดราคาก๊าซแอลพีจีลงเหลือ 363 บาท/ถังขนาด 15 กก. มีผลวันที่ 28 พ.ค. 2561 ขณะเดียวกัน บริษัท ปตท.ได้ลดราคาน้ำมันลงทันทีมีผลเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2561 นอกจากนั้นเพจ ปตท.ได้ตอบโต้ข้อความโจมตีพร้อมระบุจะฟ้องผู้เผยแพร่ข้อความต่อต้านการเติมน้ำมัน ปตท. ที่กล่าวหาบริษัทปล้นคนไทย ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง
นายกฯ สั่งคุมเข้มวินัยการเงินการคลัง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐนัดแรก หลังกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำเรื่องการรักษาวินัยการเงินการคลัง เพื่อให้ฐานะการเงินการคลังของประเทศมีเสถียรภาพ โดยได้กำหนดให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีต้องไม่เกิน 60% ภาระหนี้ของรัฐบาลต่อประมาณการรายได้ประจำปีงบประมาณต้องไม่เกิน 35% หนี้สาธารณะที่เป็นเงินตราต่างประเทศต่อหนี้สาธารณะทั้งหมดต้องไม่เกิน 10% และหนี้สาธารณะที่เป็นเงินตราต่างประเทศต่อรายได้จากการส่งออกสินค้าและบริการต้องไม่เกิน 5%
พร้อมทำแผนการคลังระยะปานกลาง คือ การจัดทำงบประมาณแบบสมดุล เพื่อกำหนดแผนจัดทำงบประมาณต่อไป
ทีวีดิจิทัลแห่พักหนี้ 20 ช่อง
ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 9/2561 ตามมาตรา 44 ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลสามารถยื่นใช้สิทธิขอพักชำระหนี้ได้ไม่เกิน 3 ปี ตามเงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนด อีกทั้ง กสทช.จะช่วยชำระค่าเช่าโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล (MUX) ให้ผู้ประกอบการในอัตรา 50% ของค่าเช่าทั้งหมดทุกราย เป็นเวลา 24 เดือน อย่างไรก็ตามภายหลังมีคำสั่งหัวหน้า คสช. ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจำนวน 20 ช่อง ได้แสดงความประสงค์ขอพักชำระหนี้ สำหรับคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับนี้ ยังอนุญาตให้ช่องเอ็นบีทีซึ่งเป็นของรัฐสามารถหาโฆษณาได้
รุมชิงสถานีบางซื่อ
นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท.ได้มีมติเห็นชอบแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ พื้นที่ 2,325 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางการขนส่งของเมืองหลวง ย่านธุรกิจแห่งใหม่ตลอดจนเป็นสมาร์ทซิตี้ ทั้งนี้แผนแม่บทโครงการผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของภาครัฐ (บอร์ดพีพีพี) เรียบร้อยแล้ว โดยเตรียมเปิดประมูลพื้นที่แปลงเอ จำนวน 32 ไร่ วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันมีเอกชนรายใหญ่สนใจเข้าร่วมประมูล เช่น กลุ่มบริษัท เซ็นทรัล เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวสามารถเชื่อมต่อกับห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวได้ รวมถึงบริษัท ปตท.ยังแสดงความสนใจเช่นกัน







