
กระทรวงใหม่ต้องชัด
เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งหากการประกาศตั้งกระทรวงใหม่ ซึ่งในตอนนี้ เรียกว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมและการอุดมศึกษา
เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งหากการประกาศตั้งกระทรวงใหม่ ซึ่งในตอนนี้ เรียกว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมและการอุดมศึกษา หรือจะปรับเป็นชื่ออะไรในภายภาคหน้าก็สุดแท้แต่ เป็นไปตามจุดประสงค์ที่วางไว้ คือ เน้นความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างเศรษฐกิจ สังคม เชิงนวัตกรรม โครงสร้างกระทรวงใหม่ โดยจะมีการตั้งกองทุนวิจัย 3 กอง ประกอบด้วย 1.กองทุนพัฒนาการอุดมศึกษาและการวิจัย 2.กองทุนวิจัยเพื่อพัฒนาสังคมและพื้นที่ และ 3.กองทุนวิจัยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในอนาคต
หากทำตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ ย่อมเป็นผลดีต่ออนาคตของประเทศอย่างยิ่ง
เรื่องนี้นับเป็นความพยายามในการแก้ปัญหาเรื่องการสร้างทุนมนุษย์ของประเทศ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ประเทศที่ใช้เรื่องนี้เป็นธงนำนั้น สามารถก้าวไปเป็นประเทศนวัตกรรมได้ ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยของไทยโดยภาพรวมยังมีจุดอ่อนเรื่องการบริหารจัดการเชิงคุณภาพ โดยเฉพาะการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย ซึ่งจะสังเกตได้ว่ามหาวิทยาลัยที่ติดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกล้วนเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยทั้งสิ้น
นอกจากนี้ หน่วยงานดูแลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ตกอยู่ในสภาพกระจัดกระจาย อยู่ในหลายกระทรวง ทำงานแบบต่างคนต่างทำ ผลิตคนไม่สอดรับกับทิศทางของอุตสาหกรรมและนวัตกรรมใหม่ๆ กลายเป็นกับดักและเหตุผลที่ทำให้เศรษฐกิจไทยย่ำอยู่กับที่ หรือพัฒนาแบบก้าวกระโดดไม่ได้
ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยของไทยมีผลงานการวิจัยแพ้หลายประเทศ ว่ากันว่าแพ้กระทั่งมาเลเซียซึ่งเคยมาดูงานด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาอย่างราบคาบ ปัจจุบันงบประมาณการวิจัยของประเทศไทยต่ำกว่า 1% ของค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ประเทศ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นถือว่าน้อยมาก หรือมีงานวิจัย 100 ชิ้น แต่ใช้ได้ไม่ถึง 10 ชิ้น งบประมาณวิจัยของประเทศจึงน้อยตามไปด้วยเป็นเงาตามตัว
มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกเกือบทุกแห่งส่งเสริมให้อาจารย์นำงานวิจัยที่ทำมาสอนนักศึกษาเพราะทราบดีว่า เป็นวิธีเดียวที่จะส่งผลให้ผู้เรียนสามารถที่ต่อยอดองค์ความรู้ที่มีการอัพเดทอยู่ตลอดเวลา สามารถรับมือกับความรู้ในหลายเรื่อง ที่มีพลวัตการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาที่เร็วมาก
ขณะเดียวกัน ต้องยอมรับอีกด้วยว่า สถาบันอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากปรับตัวไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในเรื่องการสร้างและพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการเรียนการสอนและการวิจัย เปิดหลักสูตรตามความพอใจ โดยไม่คำนึงถึงคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ขาดการวางแผนพัฒนาสถาบันในระยะยาว
ทั้งสถาบันในกำกับรัฐและเอกชนหลายแห่งไม่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ บัณฑิตที่จบการศึกษาจำนวนหนึ่งจึงมีปัญหาเรื่องคุณภาพ วิกฤตอุดมศึกษาไทยช่วงหลายปีที่ผ่านมาบางแห่งยังคงติดอยู่กับภาพใช้กลยุทธ์ดึงดูดคนเข้ามาเรียนในเชิงปริมาณ ทำนองจบง่าย ผู้เรียนเข้ามาเรียนเพื่อหวังใบปริญญาเรื่องนี้เป็นปัญหาเรื้อรังที่ทำลายคุณภาพอุดมศึกษาไทยมานาน และรัฐบาลเองก็ไม่มีอำนาจในการควบคุมการเปิดสาขาวิชาให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน ทำได้เพียงขอความร่วมมือเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะปัจจุบันแม้หลายสถาบันทำงานวิจัยอยู่บ้าง แต่หลายชิ้นก็ยังไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ งานวิจัยจำนวนมากได้ชื่อว่า ทำแล้วเอาขึ้นหิ้งตามค่านิยมส่วนหนึ่งของแวดวงวิชาการที่เน้นอิสระของตัวเองเป็นหลัก ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยพยายามแก้ปัญหานี้ แต่ก็ไม่สำเร็จ
ดังนั้น เพื่อให้กระทรวงใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้นมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทำงานได้ตามเป้าหมาย รัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องต้องรับฟังข้อเสนอจากทุกฝ่ายเพื่อหาข้อสรุปที่เป็นผลโยชน์ต่อประเทศชาติให้มากที่สุด เพราะเป็นการเดิมพันด้วยอนาคตของประเทศ จึงล้มเหลวไม่ได้







