posttoday
เร่งปฏิรูปวงการสงฆ์

เร่งปฏิรูปวงการสงฆ์

26 พฤษภาคม 2561

กรณีตำรวจกองปราบปรามได้บุกจับพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษา

กรณีตำรวจกองปราบปรามได้บุกจับพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรม ประกอบด้วย พระศรีคุณาภรณ์ พระครูสิริวิหารการสมจิตร จันทร์ศรี พระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และพระอรรถกิจโสภณ เลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพ วัดสามพระยา

ในขณะที่ พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม และพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ซึ่งทั้งคู่เป็นถึงกรรมการ มส.ด้วย หนีรอดไปได้ ซึ่งในเวลาต่อมา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระบัญชาให้พระที่เป็นกรรมการ มส.ทั้ง 3 รูป พ้นจากตำแหน่ง

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังได้จับกุม พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือ พระพุทธะอิสระ ในข้อหาเป็นหัวหน้าอั้งยี่ซ่องโจร กรณีสั่งให้จับตำรวจสันติบาลพร้อมกับทำร้ายร่างกาย ขณะเข้าไปหาข่าวระหว่างการชุมนุมของ กปปส.และปลอมแปลงพระปรมาภิไธย ในการประกอบพิธีปลุกเสกพระเครื่องพระนาคปรก รุ่นหนึ่งในปฐพี

ผลจากการจับกุมในครั้งนี้ ทำให้ทั้งหมดต้องลาสิกขา สึกพ้นจากความเป็นพระ เนื่องจากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว และจากปฏิบัติการจับสึกขังคุกพระชั้นผู้ใหญ่ในครั้งนี้ ย่อมทำให้วงการสงฆ์สะเทือน เพราะมีพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่ ชั้นรองสมเด็จ มีตำแหน่งปกครองหลายตำแหน่ง รวมถึงตำแหน่งสำคัญอย่างกรรมการมหาเถรสมาคมถึง 3 รูปด้วยกัน ที่เป็นกำลังสำคัญในการปกป้อง คุ้มครองศาสนาพุทธขั้นแนวหน้า

อย่างไรก็ตาม ในส่วนรูปคดีใครผิดใครถูกก็ว่ากันไปตามพยานหลักฐานและการพิจารณาตัดสินคดีของศาล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ย่อมทำให้วงการพระพุทธศาสนาต้องมัวหมอง

ความจริงเรื่องพฤติกรรมพระสงฆ์นอกรีตมีมาอย่างต่อเนื่อง ถึงขั้นมีการออกระเบียบ ห้ามพระใช้โซเชียลมีเดีย กดไลค์ กดแชร์ โพสต์ภาพ รวมถึงข้อความวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นต่างๆ ห้ามเรี่ยไร ตั้งแผงพระ วัตถุมงคล อ้างอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ รวมถึงงดขึ้นป้ายงานพุทธาภิเษก ห้ามแสดงพฤติกรรมไม่สอดคล้องเพศกำเนิด ห้ามเดินทางไปในสถานที่ไม่ควรแก่บรรพชิต ห้ามใช้อุปกรณ์สื่อสารผิดกาลเทศะ ห้ามเรื่องโลกวัชชะ การแต่งกายที่ไม่เหมาะสม เช่น การใช้ย่ามและรองเท้าที่ไม่ใช่ของสงฆ์ เพื่อหวังแก้วิกฤต แต่เมื่อเรื่องเงียบหายไป ทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม

นอกจากเรื่องพฤติการณ์ของพระสงฆ์แล้ว ยังมีเรื่องของการเข้าไปแสวงหาประโยชน์จากวัด เช่น ธุรกิจพุทธพาณิชย์ของบรรดาวัดต่างๆ ที่สามารถกระตุ้นความต้องการให้พุทธศาสนิกชนเข้ามาซื้อหาและครอบครอง ซึ่งทุกกิจกรรมของวัดล้วนมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้และแสวงหากำไร โดยเฉพาะมีการสร้างตำนานการตลาดที่ชวนให้หลงใหล เชื่อในอิทธิฤทธิ์ และผลบุญจากอานิสงส์ของการทำบุญ ที่สำคัญแค่การสร้างพระใหญ่ ก็ยังทำให้เกิดสารพัดกิจกรรมที่ทำให้เกิดผลประโยชน์ตามมาได้ทั้งวัดและผู้เกี่ยวข้อง

ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือปฏิรูปวงการพระพุทธศาสนาอย่างจิงจังเสียที โดยต้องจัดการเรื่องธุรกิจพุทธพาณิชย์ให้หมดไป และต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างการปกครองของพระสงฆ์ใหม่ให้มีประสิทธิภาพ ให้มีการกระจายอำนาจ และให้มีองค์กรตรวจสอบการทำงานของคณะผู้บริหาร งานสงฆ์ ทั้งการปกครอง การศึกษา และเผยแพร่พระพุทธศาสนา มิเช่นนั้นการล้างบางหนนี้จะไม่มีผลดีในระยะยาว การบริหารสงฆ์จะอ่อนแอต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท