posttoday
เพราะแตกต่างจึง... ใช่!

เพราะแตกต่างจึง... ใช่!

26 พฤษภาคม 2561

การเดินทางครั้งแรกของฉันในปีนี้ เกิดขึ้นเมื่ออาทิตย์ก่อน สิงคโปร์ ด้วยการชักชวนของเพื่อนสมัยเรียนมัธยมฯ ซึ่งเธอได้ย้ายหน้าที่การงานไปที่นั่น

โดย /ภาพ : อรุณี ศรีสุข

การเดินทางครั้งแรกของฉันในปีนี้ เกิดขึ้นเมื่ออาทิตย์ก่อน สิงคโปร์ ด้วยการชักชวนของเพื่อนสมัยเรียนมัธยมฯ ซึ่งเธอได้ย้ายหน้าที่การงานไปที่นั่น

เพื่อนมีบ้านพักค่อนข้างสบายตามตำแหน่งงานที่ใหญ่โตพอสมควร เธอเป็นนักกฎหมาย พวกเราจึงรวมตัวกันไปเที่ยวสิงคโปร์ หลังจากที่ฉันไม่ได้เจอเพื่อนๆ มานานเกือบยี่สิบปี เรากลับมาเจอกันอีกครั้ง

กลุ่มเรามีประมาณเกือบสิบคน เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่มัธยมฯ ต้น และพอมัธยมฯ ปลาย เราก็เจอกันแทบทุกเย็น แต่ที่แปลกมากคือเราไม่ได้เรียนห้องเดียวกัน มีบางอย่างดึงดูดให้เรามาเป็นเพื่อนกัน และหลังจากจบมัธยมฯ ปลาย ทุกคนต่างแยกย้ายไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ตรงตามสายที่เรียน บางคนก็ไปเรียนต่อที่เมืองนอกเลย เราไม่ได้เจอกันอีกหลังจากนั้น

ฉันไม่รู้ว่าเพื่อนๆ คนอื่นเป็นเช่นไรบ้าง ฉันอยากไปอัพเดทชีวิตกับเพื่อนๆ แต่ด้วยสายงานที่แตกต่างกับเพื่อนๆ จึงทำให้เราสวนทางกันเสมอ แต่ในที่สุดเราก็กลับมาเดินทางด้วยกันในวัยที่เรียกว่ารุ่นใหญ่เลยทีเดียว

ทริปนี้มีเพื่อนร่วมทางทั้งหมด 6 ชีวิต รวมเพื่อนผู้เป็นเจ้าภาพเป็น 7 คน นี่เป็นครั้งแรกของการเดินทางไปต่างประเทศที่มีเพื่อนมากขนาดนี้

การเดินทางมาสิงคโปร์ไม่ใช่ครั้งแรกของฉันแน่นอน ครั้งนี้เป็นครั้งที่สี่ในรอบห้าปี เรียกว่าแทบจะทุกปี คำถามคือทำไมฉันถึงมาที่นี่บ่อย ฉันพูดได้เต็มปากเลย ฉันชอบสิงคโปร์ ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือสิงคโปร์เป็นประเทศที่เจริญมากและถือเป็นประเทศติดอันดับต้นๆ ของโลกเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิต

ฉันและเพื่อนๆ เริ่มต้นทริปนี้ด้วยการกินติ่มซำที่ร้านชื่อดังของที่นี่ Swee Choon La Main มันอร่อยมากจริงๆ ฉันตั้งชื่อว่าทริปตัวแตก ฮ่าฮ่าฮ่า เรามีเวลากันเพียงสามวัน เพื่อนผู้เป็นเจ้าภาพจัดโปรแกรมให้กินอย่างจุใจ

หลังจากนั้น เราก็ไปเดินมุสตาฟากัน ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าที่นี่เป็นห้างที่มีของนำเข้าจากทุกมุมโลกมาขายมากมายขนาดนี้ ตั้งแต่วิตามินยันของใช้ต่างๆ ด้วยราคาที่ถูกกว่าปกติมากๆ คงเป็นเพราะที่นี่เป็นเมืองท่าปลอดภาษีนั่นเอง

ฉันเริ่มค้นพบบางอย่างระหว่างการ
เดินทางกับเพื่อนๆ ครั้งนี้ นั่นคือความแตกต่าง หรือความไม่คล้ายในรสนิยมและความชอบระหว่างฉันและเพื่อนๆ เลย ระหว่างที่ฉันเห็นความต่างที่อยู่ในพื้นที่ ตรงหน้านั้น ฉันก็ค่อยๆ เห็นความต่างระหว่างพวกเรามากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน แต่มันน่าแปลกมากตรงที่ความต่างนั้น มันกลับกลายเป็นความน่าสนใจสำหรับฉันมาก

ความจริงเพื่อนๆ ทั้ง 7 คน รวมถึงฉันไม่มีใครมีอาชีพเหมือนกันเลย เริ่มจากเจ้าภาพที่เป็นนักกฎหมายซึ่งเป็นอาชีพที่สำคัญและถือเป็นอาชีพที่เป็นเฟิสต์คลาสของที่นี่เลยก็ว่าได้ ทุกคนคงเคยได้ยินคำเลื่องลือของสิงคโปร์ นั่นคือ Law of The Land กฎหมายที่นี่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ใครทำผิดกฎหมายอาจหมายถึงชีวิต มีการลงโทษอย่างรุนแรง ฉะนั้นเจ้าภาพของเราจึงเป็นผู้คุ้มกฎ เมื่อมีคำถามที่ข้องใจไม่ว่าเรื่องใด เธอจะตอบได้ทุกคำถามเหมือนกูรูในเรื่องสิทธิ เรื่องกฎหมาย

เพื่อนๆ ที่เหลือก็มีอาชีพเป็นคุณครู นักการตลาด เจ้าของกิจการ ส่วนฉันก็เป็นทั้งเจ้าของร้านอาหารและทำงานในแวดวงบันเทิง ฉันสนุกกับการเดินมุสตาฟากับเพื่อนๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ถ้าให้ฉันมาเดินเองฉันจะไม่มีวันเดินเป็นอันขาด เพราะไม่รู้จะซื้ออะไร ของมันเยอะไปหมด มันเป็นห้างใหญ่ มีหลายชั้น เพื่อนๆ ทำให้ฉันรู้จักโลกอีกด้านที่ต่างออกไป

มีเพื่อนหนึ่งในนั้นคือเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องสแน็กและของกินเล่น รวมถึงหมูแผ่น หมูหยองของดังของที่นี่ เธอเป็นครูที่ชอบชิม อีกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องสำอางและของใช้ของผู้หญิง เธอเป็น Buyer ให้กับห้างดังแห่งหนึ่ง พูดได้ว่าเธอเป็นผู้สรรหาสินค้าเข้าห้างนั่นเอง มันเป็นอาชีพที่ฉันคิดว่าไม่ต่างจากฉัน คือแทบแยกกันไม่ออกระหว่างงานและชีวิต

ฉันเดินตามทั้งคู่ไป ฉันอึ้งมากเมื่อเธอบอกว่าเธอได้ชิมสแน็กทุกยี่ห้อ ทุกรสชาติที่มีอยู่บนชั้นในมุสตาฟาทั้งหมด และยังแนะนำฉันให้กินแบบต่างๆ ฉันได้แต่อ้าปากค้างตอนเธออธิบายรสชาติของขนมในแต่ละถุงมันพีกมาก

ส่วนอีกคนหลังจากเชี่ยวชาญเรื่องครีม เครื่องสำอาง ในเวลานี้เธอกำลังลามปามไปเชี่ยวชาญเรื่องชานม ซึ่งกำลังเป็นเครื่องดื่มที่ฮอตฮิตของคนเอเชีย คราวนี้เธอซื้อชาทุกชนิด และขนมหวานยี่ห้อใหม่ๆ ส่วนเพื่อนที่เหลือก็เพลิดเพลินในการได้ฟังคำวิจารณ์ขนมและกินตามจากการแนะนำของเพื่อนๆ ทั้งสอง ฉันและเพื่อนๆ ใช้เวลาในการเดินมุสตาฟาหลายชั่วโมง แต่เป็นการเดิน
ช็อปปิ้งที่มีคุณภาพจริงๆ สำหรับฉัน

วันรุ่งขึ้นฉันสลับมาเป็นผู้นำทริป เพราะฉันมีความสนใจศิลปะ ฉันจึงนำเพื่อนๆ ไป Nation Gallery Singapore ฉันมักจะมาอัพเดทความเป็นไปของโลกศิลปะที่นี่ แทนที่ฉันจะต้องบินไปถึงยุโรป สิงคโปร์ก็ได้นำงานศิลปะมาให้ประชาชนของเขาได้ศึกษาถึงที่ ฉันว่านี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการเรียนรู้นอกห้องเรียน

ความรู้ที่เข้าถึงยากกลายเป็นเข้าถึงอย่างง่ายดาย เพื่อนๆ เดินตามฉันเข้าไปดูงานศิลปะทุกห้อง แม้ว่ามันจะเข้าใจยากพอสมควรในงานศิลปะร่วมสมัยที่แสดงอยู่ตอนนี้ แต่เพื่อนๆ ก็พยายามดูงานที่มีทั้งหมด มีงานของคนไทยที่ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติถึงสามคนร่วมแสดงด้วย ฉันรู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก

เราปิดทริปด้วยร้านอาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องปู เจ้าภาพจัดให้พวกเราเต็มที่ พวกเราต้องนั่งรถออกไปนอกเมืองไกลหน่อย แต่ก็คุ้มค่าพอได้ลิ้มลองปูผัดพริกไทยดำ พวกเราถึงขั้นดูดนิ้วกันเลยทีเดียว ยังมีเมนูอื่นๆ ของร้านที่อร่อยถึงขั้นที่เรียกว่าเหลาเยาวราชอาจสู้ไม่ได้

เราเดินเล่นรอบมารีน่าเบย์นิดหน่อย เราชื่นชมจุดชมวิวที่สิงคโปร์สร้างขึ้นเองทั้งหมด เป็นอันครบถ้วนแบบเบาๆ สำหรับทริปตัวแตกของพวกเรา ระหว่างที่ฉันยืนดูผู้คนและเพื่อนๆ ถ่ายรูปกับสิงโตพ่นน้ำ ฉันก็ตั้งคำถามในใจ คำถามที่ว่านั้นคือสิงคโปร์ทำอย่างไรให้ประชาชนยอมรับความแตกต่างของกันและกัน และทำให้พวกเขาอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้

ฉันมองไปรอบตัวรวมถึงเพื่อนๆ ตัวเอง ที่กำลังถ่ายรูปเล่นกันอย่างสนุกสนาน ฉันก็คิดว่าฉันได้คำตอบนั้นแล้ว คำตอบนั่นคือการข้ามพ้นตัวฉัน ตัวเธอ ฉันค้นพบมันระหว่างทางที่เพื่อนๆ และฉันแลกเปลี่ยนความต่างนั้น มันใช่เลย โลกเรากว้างขึ้น เรามีพื้นที่เพิ่มขึ้นสำหรับความแตกต่างในชีวิต และในที่สุดมันได้นำไปสู่การยอมรับ

การรวมเป็นตัวของพวกเรา มันเหมือนพวกเราถึงเวลานั้น อาจเป็นเพราะบทเรียนของชีวิตทำให้เราข้ามพ้น อาจต้องใช้เวลา ทั้งการยอมรับ และกลมกลืน ฉันยืนมอง
มารีน่าเบย์ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ฉันไม่ได้เห็นความสวยงามในวิวตรงหน้าสักนิด แต่ฉันกลับเห็นความต่างเป็นความงาม นั่นคือสิ่งที่ดีงามที่สุดที่ฉันได้เรียนรู้จากการเดินทางมาสิงคโปร์ครั้งนี้

แล้วฉันก็คิดถึงประเทศไทย ฉันอยากให้คนไทยเห็นความแตกต่างของกันและกันในยามนี้และผันให้เป็นความงามเหมือนที่ฉันรู้สึกเวลานี้จัง 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท