posttoday
พาณิชย์เผย 9 เดือนธุรกิจเกิดใหม่ 22%

พาณิชย์เผย 9 เดือนธุรกิจเกิดใหม่ 22%

15 ตุลาคม 2553

9 เดือน มียอดธุรกิจเกิดใหม่เพิ่มขึ้น 22% จำนวน 3.83 หมื่นราย มีทุนจดทะเบียนรวม 1.93 แสนล้านบาท ขณะที่ยอดเลิกกิจการมีจำนวน 9,312 ราย ลดลง9%

9 เดือน มียอดธุรกิจเกิดใหม่เพิ่มขึ้น 22% จำนวน 3.83 หมื่นราย มีทุนจดทะเบียนรวม 1.93 แสนล้านบาท ขณะที่ยอดเลิกกิจการมีจำนวน 9,312 ราย ลดลง9%

นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2553 (มกราคม-กันยายน) มียอดจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่ รวม 3.83 หมื่นราย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 6,812 ราย หรือเพิ่มขึ้น 22% และมีทุนจดทะเบียนกว่า 1.93 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น  36% โดยธุรกิจที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งสูงสุด คือธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป บริการนันทนาการ อสังหาริมทรัพย์ บริการด้านธุรกิจอื่น และให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการ

ส่วนกิจการที่มาขอจดทะเบียนเพิ่มทุนมีจำนวนทั้งสิ้น 6,887 ราย เพิ่มขึ้น 1,262 ราย หรือ ขยายตัว 22% มูลค่ารวม 3.89 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2 หมื่นล้านบาท หรือ 5% โดยกลุ่มธุรกิจที่มีการเพิ่มทุนสุงสุด ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ ตัวกลางทางการเงิน ผลิตพลังงานไฟฟ้า ธุรกิจการท่องเที่ยว

ขณะที่ยอดเลิกกิจการ มีจำนวน 9,312 รายลดลงจากปีก่อน 908 ราย หรือลดลง 9%  เป็นทุนจดทะเบียน  4.87 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 385 ล้านบาท หรือลดลง 1% โดยธุรกิจเลิกกิจการมากสุด  คือ ก่อสร้างทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ บริการด้านธุรกิจอื่น ธุรกิจการท่องเที่ยว และขายส่งเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน

ทั้งนี้ สะท้อนว่าแนวโน้มการขยายธุรกิจใหม่และการดำรงธุรกิจดีขึ้น โดยในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมามีการจัดตั้งธุรกิจเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนราย และมูลค่าการลงทุน ซึ่งแสดงถึงศักยภาพของเศรษฐกิจในประเทศที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแนวโน้มในปี 2554 การจัดตั้งธุรกิจมีแนวโน้มที่ดีกว่าปีนี้ เนื่องจากการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลต่างๆ จะเริ่มดำเนินการ เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า เป้นต้น ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจก่อสร้างจะยังเป็นธุรกิจที่มียอดจัดตั้งธุรกิจใหม่สูงที่สุดเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม ในปีหน้ายังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการจัดตั้งธุรกิจใหม่ ได้แก่ การชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯและยุโรป ภัยธรรมชาติกระทบต่อผลผลิตที่ลดลง ญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงินเยน  แนวโน้มค่าบาทแข็งต่อเนื่อง อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และปัญหาการเมืองในประเทศ ซึ่งขณะนี้ด้านการเมืองจากจากแผนปรองดองจะดีขึ้น แต่ความเสี่ยงเรื่องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ อาจจะมีผลกระทบทางจิตวิทยาต่อความเชื่อมั่นในด้านต่างๆ ลดลง และอาจกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองได้

“ปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวยังเป็นความเสี่ยงเบื้องต้นที่ยังไม่รุนแรง และเชื่อว่าธุรกิจและรัฐบาลควรคุมได้ ส่วนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามที่นักวิชาการนำเสนอนั้น เป็นเรื่องที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง. ) ต้องดูแลความสมดุลระหว่างค่าเงินบาทและอัตราเงินเฟ้อ ส่วนอัตราการขยายตัวของการจัดตั้งธุรกิจในปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวทั้งปีได้ที่ระดับ 15%” นายอลงกรณ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี