posttoday
‘ไทย-ศรีลังกา’ ...ร่วมสร้างหมู่บ้านต้นแบบ ลดความยากจน

‘ไทย-ศรีลังกา’ ...ร่วมสร้างหมู่บ้านต้นแบบ ลดความยากจน

13 พฤษภาคม 2561

ความร่วมมือพัฒนาระหว่างประเทศเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจและมีความยั่งยืน เป็นหนึ่งในนโยบายของกระทรวงการต่างประเทศ

โดย วารุณี อินวันนา

ความร่วมมือพัฒนาระหว่างประเทศเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจและมีความยั่งยืน เป็นหนึ่งในนโยบายของกระทรวงการต่างประเทศ โดยมีเอกอัครราชทูตไทยในแต่ละประเทศเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

จุฬามณี ชาติสุวรรณ เป็นเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา กล่าวว่า การทำงานในนามประเทศไทย ไม่เรียกว่าเป็นงานกิจกรรมเพื่อสังคมหรือซีเอสอาร์ แต่เรียกว่าเป็นความร่วมมือพัฒนาระหว่างประเทศเพื่อช่วยเหลือให้สังคมนั้นๆ ดีขึ้น

จากการที่ประเทศไทยผ่านประสบการณ์การพัฒนาทั้งดีและเลวมาเยอะ โดยหนึ่งในบทเรียนที่ดี คือ เศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริ มีการทดลองมาระดับหนึ่ง พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้ และไทยกับศรีลังกาไม่ได้ต่างกันมาก ทั้งคน วัฒนธรรม ภูมิอากาศพืชพรรณ ธัญญาหาร ต้นไม้ ต้นไร่ น่าจะถ่ายทอดประสบการณ์และทำได้ไม่ยาก

ทางรัฐบาลศรีลังกาสนใจพัฒนาให้ชุมชนมีผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม คล้ายกับแนวทางการพัฒนาของประเทศไทยที่สามารถต่อยอดสินค้าชุมชนให้เข้าสู่ตลาดได้ เพราะศรีลังกามีผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจำนวนมากแต่ยังไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้ามาก

‘ไทย-ศรีลังกา’ ...ร่วมสร้างหมู่บ้านต้นแบบ ลดความยากจน

กระทรวงต่างๆ ที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องลดความยากจน พยายามจับคู่กันเพื่อร่วมกันพัฒนา โดย กระทรวงอุตสาหกรรมปฐมภูมิ (Ministry Of Primary Industries) มีการลงนามบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น หรือเอ็มโอยู กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพราะ ธ.ก.ส.มีการบ่มเพาะวิสาหกิจชุมชนที่มีคุณภาพขึ้นมาจำนวนมากและคนรุ่นใหม่ๆ ที่เป็นลูกหลานเกษตรกรก็เข้าไปสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ขึ้นมาเพิ่มเติม

นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมปฐมภูมิ มีการเจรจากับทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพราะมีความรู้ เช่น การปลูกผักปลอดสารพิษ จะต้องทำโรงเรือนอย่างไร และทำให้ผักมีคุณภาพส่วน ธ.ก.ส.มีเรื่องคนในการบ่มเพาะวิสาหกิจชุมชนซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่นำความรู้เข้าไปโยนให้ใครแล้วคนนั้นก็ทำได้ทันที ต้องมีคนไปช่วยดู ให้สินเชื่อช่วยพาสินค้าออกสู่ตลาด ซึ่งจะเห็นความคืบหน้ามากขึ้น

สำหรับกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมแล้ว คือ ความร่วมมือระหว่างกระทรวงพัฒนาสังคมและลดความยากจนของศรีลังกา ร่วมกับไทก้า ซึ่งเป็นหน่วยงานของกระทรวงการต่างประเทศของไทย กับกรมพัฒนาชุมชน เข้ามาร่วมพัฒนาชุมชนที่ศรีลังกา เป็นโครงการต่อเนื่องระยะยาว 3 ปี

ทางศรีลังกา ได้คัดเลือกหมู่บ้านที่จะพัฒนาเป็นหมู่บ้านต้นแบบมา 3 หมู่บ้าน และส่งคนในหมู่บ้านและข้าราชการมาอบรมเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ประเทศไทยประมาณ 30 คน โดยไทยสนับสนุนทุนด้านการอบรมและนำปรัชญานี้มาประยุกต์ใช้ในชุมชน เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่คนในหมู่บ้านต้องการ ซึ่งชุดแรกอบรมจบแล้วเมื่อเดือน ก.ย. 2560

‘ไทย-ศรีลังกา’ ...ร่วมสร้างหมู่บ้านต้นแบบ ลดความยากจน

ทั้งสองหน่วยงานที่ร่วมกันพัฒนานี้ เน้นว่าทุกอย่างต้องระเบิดจากข้างใน เมื่ออบรมแล้วก็ต้องนำไปปฏิบัติ เริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็ง ระดับครอบครัวถึงระดับหมู่บ้านว่าอยากได้อะไร และต้องนำไปพัฒนาด้วยตัวเองอย่างไร เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในชุมชนและสร้างความยั่งยืนในชุมชน เราเพียงให้ไอเดียเศรษฐกิจพอเพียง และส่งผู้เชี่ยวชาญไปให้คำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ และช่วยให้สามารถนำผลิตภัณฑ์นั้นออกสู่ตลาดให้ได้

จากการลงไปติดตามความคืบหน้าเมื่อต้นเดือน มี.ค. เห็นการนำวัตถุดิบท้องถิ่นคือกล้วยมาทำเป็นเส้นๆ แล้วทอดโรยด้วยอัลมอนด์ อร่อยเลย

นอกจากนี้ กระทรวงพัฒนาสังคมและลดความยากจน ศรีลังกา ได้ให้จักรไปเป็นทุน ชาวบ้านก็เย็บกระเป๋า เย็บผ้าขาย และจากการไปดูงานที่ประเทศไทย ก็ได้ไอเดียเรื่องการออกแบบ พัฒนาออกมาสวยเลย และมีเรื่องการเลี้ยงปลา ซึ่งจะมีการแบ่งพื้นที่เป็นส่วนๆ ในการปลูกผัก เลี้ยงปลา เหมือนกับที่เกษตรกรที่ไทยทำ

“เห็นแล้วชื่นใจ เป็นอะไรที่จับต้องได้ เรื่องนี้ยังไม่ได้ส่งผลกระทบในเชิงกว้างต่อประเทศเขาหรอก แต่เป็นจุดเริ่มต้นและเป็นโมเดลให้พื้นที่อื่นๆ ได้เห็น นี่คือโครงการแรกที่ลงไปถึงชุมชน และเป็นโครงการระยะยาวที่มุ่งให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ” เอกอัครราชทูตไทยกล่าว

‘ไทย-ศรีลังกา’ ...ร่วมสร้างหมู่บ้านต้นแบบ ลดความยากจน

เอกอัครราชทูตไทย กล่าวต่อว่า ระหว่างไทยกับศรีลังกา มีความร่วมมือในการพัฒนาจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการฝึกอบรม เช่น ทางด้านเกษตรก็มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาอบรมเรื่องดิน เรื่องการทำฝนหลวง คำว่าพัฒนา เป็นโจทย์ใหญ่ของโลก ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น ว่าทำอย่างไรประเทศถึงจะพัฒนาขึ้น โดยประเทศที่เป็นสมาชิกสหประชาชาติ มีโจทย์ใหญ่ที่ต้องร่วมกันทำใน 3 ด้าน คือ ความปลอดภัย สิทธิมนุษยชน และการพัฒนา เพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ได้วัดกันที่ว่าประเทศไหนรวยกว่ากัน

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล