
ภูมิใจในความเป็นไทย ธชย ประทุมวรรณ
สร้างชื่ออีกครั้ง สำหรับศิลปิน เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ ที่ล่าสุดได้รับเชิญให้เข้าร่วมแข่งขันประกวดร้องเพลงที่งานเทศกาลดนตรีระดับภูมิภาคเอเชีย
โดย วราภรณ์
สร้างชื่ออีกครั้ง สำหรับศิลปิน เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ ที่ล่าสุดได้รับเชิญให้เข้าร่วมแข่งขันประกวดร้องเพลงที่งานเทศกาลดนตรีระดับภูมิภาคเอเชีย “Hong Kong Asian-Pop Music Festival 2018” จัดขึ้นที่ใจกลางเกาะฮ่องกง โดยมีตัวแทนศิลปินทั้งหมด 8 ประเทศ ได้แก่ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย และประเทศไทย ที่ร่วมลงแข่งขันเพื่อชิงชัยหาสุดยอดศิลปินแห่งภูมิภาคเอเชีย
งานนี้ ธชย คว้ามาได้ถึง 2 รางวัล ได้แก่ Best stage performance award รางวัลผู้ที่ทำผลงานบนเวทีที่ดีที่สุด และ Top viewer’s choice รางวัลที่ได้มาจากผลโหวตของผู้ชม ที่อยู่ที่ฮ่องกงและคนดูทางบ้าน นับเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลจากเวทีนี้
ธชย เคยทำสถิติ คว้า 5 โล่รางวัล 14 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง และ 2 เหรียญรางวัลพิเศษ คือ เหรียญสปิริตทีมยอดเยี่ยม (ทีมชาติไทย) และเหรียญผู้มีความโดดเด่นในการประกวด บนเวทีประกวดระดับโลก World Championships of Performing Arts ครั้งที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นที่ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ท่ามกลางผู้เข้าชิงชัยกว่า 60 ประเทศทั่วโลก
สำหรับ “Hong Kong Asian-Pop Music Festival 2018” ธชยใช้เพลงของเขาเองชื่อ “นางนวล” คิดโชว์ขึ้นมาใหม่ เพื่อใช้ในการแข่งขันครั้งนี้โดยเฉพาะ และใช้เวลาฝึกซ้อมและเตรียมงานอย่างหนักนาน 4 เดือน บรรยากาศภาพในวินาทีที่กำลังโชว์อยู่บนเวที เขาได้เห็นสีหน้าของคนดู ได้ยินทั้งเสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดจากผู้ชมในท่อนที่เขาร้องแร็ป และคลี่พัดขึ้นมาใช้ประกอบโชว์ ที่เขาต้องการสะท้อนและสอดแทรกศิลปวัฒนธรรมดังกระหึ่ม ซึ่งเพื่อนๆ ผู้แข่งขันชาติอื่นๆ ไม่มีเสียงกรี๊ดมากมายเท่านี้
“นึกถึงวินาทีที่ได้ยินเสียงกรี๊ดทำให้ผมรู้สึกขนลุกไม่หายเลยครับ ดีใจมากจริงๆ และภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย และได้เป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งที่มีโอกาสได้ช่วยเผยแผ่ความเป็นไทยครับ”
ธชย ยังบอกอีกว่า ในการโชว์แต่ละครั้ง เขาเลือกนำเสนอความเป็นไทยไปสู่สายตานานาชาติ เนื่องเพราะเห็นว่าศิลปวัฒนธรรมไทยมีเอกลักษณ์ เมื่อนำไปแสดงในระดับนานาชาติจึงเกิดความแตกต่างและโดดเด่น
“ในการประกวดระดับนานาชาติ ถ้าเราไปยืนกับคนอื่น ถ้าเราไม่โดดเด่นเราก็จมเลย พอเราโดดเด่น สอดแทรกความเป็นไทยลงไป คนดูจะว้าว ในโชว์แต่ละครั้งผมจะปรับอยู่เสมอ และพอเรานำความเป็นไทยไปคนดูจะชอบ จะตกตะลึง ซึ่งเป็นโจทย์ให้ผมรู้สึกตื่นเต้นว่า โชว์ต่อไปเราจะทำอย่างไร ที่ไม่ใช่แค่โชว์เพื่อความบันเทิง แต่ยังตกตะลึงด้วย
โชว์ของผมจะไม่ไทยแบบจริงจัง แต่จะเพิ่มแร็ปเพื่อความร่วมสมัย สร้างความแปลกใหม่ มีรำพัด กรีดพัด เหมือนเราเชื่อมโยงวัฒนธรรมไทยจีนเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้โชว์ของไทยแตกต่างจากเพื่อนๆ อีก 8 ชาติ นอกจากความบันเทิง เรายังเพิ่มความบ้าลงไปด้วย คนดูก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจตลอด เราจึงได้รางวัลเบสท์ เพอร์ฟอร์แมนซ์ ด้วย”
เคล็ดลับที่ทำให้ธชยมักประสบความสำเร็จบนเวทีประกวด เพราะการคิดโชว์ที่ใส่ใจรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกโชว์ การนำเสนอ แม้กระทั่งเฟิสต์อิมเพรสชั่น การเลือกใส่เสื้อผ้าที่ดูแตกต่างตั้งแต่วันลงเครื่อง ก็เป็นที่จับตาของสื่อมวลชนและคณะกรรมการ อันนี้คือการคิดอย่างรอบคอบทั้งทีมงาน
“แต่ละโชว์ เพื่อนๆ พี่ๆ ที่เป็นกัลยาณมิตรเราวางแผนกันอย่างจริงจัง ทำให้คนจดจำประเทศไทยได้ มันได้ผลโดยเฉพาะในการประกวดหลายๆ ชาติ คณะกรรมการจำไม่ได้หรอกว่าใครมาจากประเทศอะไร แต่เพราะเราโดดเด่น คณะกรรมการก็ทำงานง่ายที่จะเลือกคนเข้ารอบ อันนี้คือทริกเล็กๆ ที่ช่วยกันคิด ซึ่งทริกนี้ผมใช้ตั้งแต่การประกวดเดอะวอยซ์ ซึ่งผมเรียนรู้จากหนังสือ แต่การสร้างความแตกต่างนั้น เราต้องทำอย่างมีความสุข อย่าเขิน มีความสุขกับการใช้ชีวิตในแบบของเรา”
นอกเหนือจากความกล้าและการสร้างความแตกต่าง การหาแรงบันดาลใจในการคิดโชว์ก็เป็นส่วนสำคัญ คือ ต้องนำสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ คุ้นชิน และคลุกคลี เช่น วัฒนธรรมไทยที่มีมากมาย เราจะเลือกหยิบเรื่องอะไรมาใช้ และเราจะเลือกมองหาและนำเสนอในมุมไหน
การประกวดครั้งล่าสุดที่ฮ่องกง ธชยหยิบเรื่องราวของทศกัณฐ์หน้าทอง แต่ใส่ชุดลงสวน อย่างที่เขาเล่าตั้งแต่ต้นว่า เขาให้ความสำคัญกับการมองเห็น เช่น เสื้อผ้า องค์ประกอบต่างๆ เพราะภาพที่เห็นสำคัญกว่าการได้ยิน ทั้งภาพจำเป็นสิ่งสำคัญ และสิ่งที่ไม่ควรลืม คือ การฝึกซ้อมโชว์ต้องเข้มข้น แล้วจะนำเสนอโชว์ได้ดี เพราะนักดนตรีต้องมีระเบียบวินัยในการฝึกซ้อม
“ผมอยากให้น้องๆ ลองทำสิ่งที่รัก และหมกมุ่นกับสิ่งที่รัก ซึ่งเป็นเรื่องดี และอยู่กับมันอย่างลึกซึ้ง ขนาดที่นอนฝันถึงเขา เช่น ร้องเพลงไทยก็ร้องไป ร้องไปจนเรารู้สึกรักเขา ทำด้วยความรัก แล้วเราจะกล้าที่จะทำสิ่งนั้น และรู้คุณค่าการมีชีวิต
ผมคิดว่า เราโชคดีที่ยังมีลมหายใจอีกยาวนาน แต่ถ้าเราโตขึ้น มันโคตรโชคดี ที่เรายังมีชีวิตอยู่ เราโชคดีที่เรามีวัฒนธรรม เราสามารถนำไปสานต่อ พัฒนาไปร้องเพลง และอย่าสนใจคำวิจารณ์ใดๆ เพราะไม่มีใครไม่ถูกวิจารณ์ คนตั้ง 70 ล้านคน จะให้ทุกคนชอบเราเป็นไปไม่ได้ แต่เราเลือกมองคน...อาจจะ 30 ล้านคนที่ชอบเราก็พอ
ผมอยากเป็นกำลังใจให้น้องๆ ช่วยสืบสานวัฒนธรรมไทยต่อไป เรามีวัฒนธรรมที่หลากหลายมาก เช่น อาหาร การกิน ทำสิ่งที่ตัวเองถนัด ผมอยากเป็นกำลังใจให้น้องๆ จงภูมิใจในความเป็นคนไทย”
ก้าวต่อๆ ไปในการเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดในเวทีระดับนานาชาติ ธชย อยากไปโชว์ความเป็นไทยให้ประเทศทางโซนยุโรปได้เห็นบ้าง ซึ่งเขากำลังมองหาโอกาสนั้นอยู่







