posttoday
ปัญหายังอยู่

ปัญหายังอยู่

13 พฤษภาคม 2561

หลังจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้เสนอขอให้กระทรวงการคลังพิจารณาเลื่อนการบังคับใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงิน

หลังจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้เสนอขอให้กระทรวงการคลังพิจารณาเลื่อนการบังคับใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงิน (IFRS 9) ออกไป 1 ปี ในช่วงเวลาตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2561-มิ.ย. 2562 โดยให้ธนาคารพาณิชย์ทดลองนำมาตรฐานบัญชีใหม่ไปใช้ก่อน แต่ยังไม่เป็นมาตรการบังคับ หลังจากครบเวลาที่กำหนดนั้นจะมาพิจารณาประเมินอีกครั้งว่า จะเริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อไหร่

การเลื่อนการบังคับใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ ที่เดิมกำหนดว่าจะใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2562 ออกไปก่อน เพราะทางคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี (กกบ.) ซึ่งเป็นต้นเรื่องของการกำหนดมาตรฐานบัญชีใหม่ให้ออกมาบังคับใช้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยประเทศไทยใช้ IFRS 9 ช้ากว่าหลายประเทศ เช่น สหภาพยุโรป (อียู) แต่ก็อาจจะเร็วกว่าอีกหลายประเทศเช่นกัน

การเลื่อนบังคับใช้กฎหมายไปก่อน ก็เพราะต้องการลดผลกระทบที่จะเกิดจากมาตรฐานบัญชีใหม่ ซึ่งกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (นันแบงก์) จะต้องเพิ่มสำรองหนี้ตามความเสี่ยงแบบใหม่ ซึ่งเป็นผลให้ธนาคารและนันแบงก์มีต้นทุนเพิ่มขึ้น ต้องนำเงินรายได้ส่วนหนึ่งไปเพิ่มสำรอง เป็นผลทำให้กำไรกลุ่มธนาคารพาณิชย์ลดลง

แต่ผลกระทบที่หนักกว่าคือ การกลัวความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ทำให้ธนาคารและนันแบงก์ต้องปรับระบบการบริหารความเสี่ยงใหม่ทำให้เข้มงวดในการปล่อยกู้ หากลูกค้ารายใดที่ดูจะมีความเสี่ยงจะเป็นหนี้เสียก็จะปฏิเสธการให้กู้ไปเลย ซึ่งเกิดเหตุการณ์นี้ต่อเนื่องมาเป็นปี ตั้งแต่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งต่อธนาคารพาณิชย์ว่าจะต้องเริ่มใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS 9 ซึ่งก็ได้ซักซ้อมกับธนาคารก่อนจะบังคับใช้จริง

ที่หนักกว่านั้นคือ นันแบงก์ ซึ่งเป็นที่พึ่งของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หากไม่ได้รับเงินกู้จากธนาคาร หากต้องการเงินทุนหมุนเวียนบางครั้งก็ยังสามารถกู้สินเชื่อบุคคล หรือกดเงินสดจากบัตรเครดิตมาใช้ได้แม้จะต้องจ่ายดอกเบี้ย 18% แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้เงินกู้มาใช้ แต่เกณฑ์ IFRS 9 นั้น ใช้กับนันแบงก์ด้วย ก็เป็นการปิดประตูเงินกู้สำหรับลูกค้าที่มีความเสี่ยงสำหรับเจ้าหนี้

การเลื่อนบังคับใช้มาตรฐานบัญชีออกไป อาจจะส่งผลดีในด้านจิตวิทยาเท่านั้น แต่ผลที่จะเกิดเป็นรูปธรรมจริงคือ ธนาคารพาณิชย์ก็จะยังคงเข้มงวดต่อการให้สินเชื่อต่อไป เพราะไม่ว่าจะให้มีผลบังคับใช้เมื่อไหร่ช้าหรือเร็ว ก็ยังคงต้องใช้อยู่ดี และหากเตรียมการดีและสำรองหนี้สูงไว้ก่อน ก็จะปลอดภัยเมื่อ IFRS 9 มีผลบังคับใช้

การเลื่อนใช้ IFRS 9 อาจจะส่งผลดีต่อเอสเอ็มอีในเรื่องของการเตรียมความพร้อม ที่จะต้องปรับตัวให้เข้าเกณฑ์ เช่น การปรับระบบบัญชีให้เป็นปัญชีเล่มเดียว การปรับโครงสร้างการบริหารให้เป็นสากลเป็นที่ยอมรับของเจ้าหนี้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด หากเอสเอ็มอีอยู่ในธุรกิจขาลง หรือได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีดิจิทัล ใช้เทคโนโลยีล้าหลัง โอกาสที่จะถูกปฏิเสธคำขอสินเชื่อจากธนาคารก็ยังเกิดขึ้นอยู่ดี

การเลื่อนบังคับใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ไปเรื่อยไม่ใช่ทางออกที่ดี แต่ควรจะบังคับใช้กับส่วนที่มีความพร้อมก่อน เช่น กลุ่มเอสเอ็มอีที่ทำการค้าขายกับภาครัฐ หรือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่อาจจะปรับตัวได้เร็วกว่ากลุ่มที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตร เป็นต้น

นอกจากนี้ สิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กรมสรรพากร ตลอดจนผู้สอบบัญชีที่อยู่ในตลาดทุน จะต้องดำเนินการจากนี้ คือการติวเข้มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งด้านบัญชีและด้านการทำธุรกิจอย่างหนัก เพื่อยกระดับเอสเอ็มอีไทยให้เป็นมาตรฐานสากลมากกว่านี้ หากเอสเอ็มอีไทยยังไม่ปรับตัวและยังคงทำแบบเดิมๆ ก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไรแม้จะเลื่อนบังคับใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ก็ตาม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท