
แนวโน้มผู้บริโภควัยเด็กโลก โอกาสสำหรับการค้าขาย (1)
จากข้อมูล World Population Prospects 2017 พบว่า ประชากรวัยเด็ก (อายุระหว่าง 0-14 ปี)
โดย ฝ่ายวิจัยธุรกิจ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
จากข้อมูล World Population Prospects 2017 พบว่า ประชากรวัยเด็ก (อายุระหว่าง 0-14 ปี) มีแนวโน้มจะเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่น่าสนใจไม่แพ้กลุ่มประชากรวัยอื่นๆ เพราะนอกจากมีจำนวนสูงถึงราว 1,930 ล้านคนในปี 2558 คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 1 ใน 4 ของประชากรโลกแล้ว ยังคาดว่าประชากรวัยเด็กจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 1,990 ล้านคนในปี 2563 และ 2,020 ล้านคนในปี 2568 โดยพบว่าประเทศที่มีประชากรเด็กสูงสุดของโลก คือ อินเดีย รองลงมาคือ จีนและไนจีเรีย
ขณะเดียวกันความกังวลว่าปัญหาโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปอาจก่อให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน และอาจกระทบต่อการผลิตสินค้าและกำลังซื้อในอนาคต ทำให้หลายประเทศเริ่มหันมาใส่ใจเพิ่มจำนวนประชากรผ่านนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะจีนได้ยกเลิกนโยบายลูกคนเดียว (One Child Policy) ที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2522 และอนุญาตให้ทุกครอบครัวมีลูกคนที่สองได้ เช่นเดียวกันกับญี่ปุ่นที่มีมาตรการมากมายในการสนับสนุนการมีบุตรเพิ่ม อาทิ การให้ส่วนลดซื้อสินค้าสำหรับเด็กและให้เงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับเลี้ยงดูบุตร และสิงคโปร์ที่เพิ่มเงินเบี้ยเลี้ยงดูแลบุตร รวมทั้งอนุญาตให้สามีลางานเพื่อดูแลภรรยาหลังคลอดบุตรโดยได้รับเงินเดือนตามปกติ
จำนวนประชากรเด็กที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้สินค้าและบริการเกี่ยวกับเด็กมีศักยภาพในการขยายตัวได้อีกมาก โดยมีแนวโน้มที่น่าสนใจดังนี้
• ช็อปปิ้งออนไลน์กลายเป็นไลฟ์สไตล์ปกติของคุณแม่ยุคดิจิทัล ด้วยข้อจำกัดของคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตรที่ต้องพักฟื้นและดูแลบุตรหลังคลอดอย่างใกล้ชิด ขณะที่หลังระยะพักฟื้นแล้วคุณแม่บางรายต้องทำงานนอกบ้านเพื่อหารายได้ดูแลครอบครัวไปพร้อมๆ กับดูแลบุตร ทำให้คุณแม่ยุคใหม่ไม่ค่อยมีเวลาไปเลือกซื้อสินค้าด้วยตนเองในศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้า จึงนิยมค้นหาและเลือกซื้อสินค้าสำหรับเด็กผ่านร้านค้าออนไลน์เพราะนอกจากความสะดวกในการเลือก และสั่งซื้อสินค้าได้จากผู้ผลิตทั่วโลกด้วยตนเองจากเว็บไซต์แล้วยังสามารถเปรียบเทียบคุณสมบัติและราคาสินค้าได้ง่าย การเลือกซื้อสินค้าสำหรับเด็กผ่านช่องทางออนไลน์จึงได้รับความนิยมในหลายประเทศ โดยเฉพาะจีน
ล่าสุดในช่วงวันคนโสด หรือ Singles’ Day เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2560 พบว่ายอดคำสั่งซื้อสินค้าผ่าน Alibaba.com (เว็บไซต์จำหน่ายสินค้าออนไลน์ใหญ่ที่สุดของจีน) มีมูลค่าถึง 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยผ้าอ้อมเด็กติดหนึ่งในสินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงสุด และพบว่าชาวจีนยังนิยมเลือกซื้อสินค้าเกี่ยวกับแม่และเด็กจากหลายเว็บไซต์ อาทิ yhd.com และ mia.com เช่นเดียวกันกับสหรัฐ ซึ่งพบว่าคุณแม่ชาวอเมริกันที่มีอายุระหว่าง 18-34 ปี ชอบค้นหาและสั่งซื้อสินค้าจำพวกอาหาร เสื้อผ้า และของเล่นเด็กผ่านช่องทางออนไลน์ นอกจากนี้ ผู้บริโภคในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรวัยเด็กมากที่สุดในอาเซียนนิยมสั่งซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับเด็กผ่านทางเว็บไซต์ อาทิ lazada.co.id และ bhinneka.com
ทั้งนี้ พฤติกรรมของคุณแม่ยุคดิจิทัลดังกล่าว ทำให้การจำหน่ายและประชาสัมพันธ์สินค้าบนเว็บไซต์เป็นทางเลือกที่น่าสนใจของผู้ประกอบการเพราะใช้เงินลงทุนไม่มากนัก แต่มีศักยภาพในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้เป็นจำนวนมาก







