posttoday
ภัทรสั่งถอยหุ้น!

ภัทรสั่งถอยหุ้น!

15 ตุลาคม 2553

ถือเงินสดขยับลงกองทุนFIFจับตาคุมบาททุนนอกเข้าต่อ

ถือเงินสดขยับลงกองทุนFIFจับตาคุมบาททุนนอกเข้าต่อ

ภัทรฟันธงหุ้นเสี่ยงสูงแนะลูกค้าถอยถือเงินสด กระจายลงทุนสินทรัพย์อื่น ยอมรับคาดการณ์แนวโน้มยาก จับตามาตรการดูแลบาท

ภัทรสั่งถอยหุ้น!

นายอภินันท์ เกลียวปฏินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ภัทร(PHATRA) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นปีนี้ดีเกินกว่าที่คาดหมายไว้อย่างมาก และทุกอย่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ดังนั้น การลงทุนในภาวะอย่างนี้ทางภัทรได้แนะนำให้ลูกค้าขายหุ้นถือเงินสด พร้อมกระจายการลงทุนไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นแทน เช่น การลงทุนผ่านกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในพันธบัตรต่างประเทศที่กระจายไปทั่วโลก(FIF)

“ตอนนี้หุ้นมีความเสี่ยงสูงมากและยอมรับว่าคาดการณ์ลำบาก เพราะยังไม่ทราบว่ารัฐบาลจะมีนโยบายใดๆ ออกมาอีกในการดูแลค่าเงินบาทหลังจากมาตรการที่ออกมาแล้วยังไม่สามารถยับยั้งเงินบาทที่แข็งค่าอย่างรวดเร็วมาก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องระวัง” นายอภินันท์ กล่าว

นอกจากนี้ ดัชนีหุ้นที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นผลมาจากเงินทุนต่างประเทศไหลเข้าขณะที่อัตราการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ยังไม่เปลี่ยนแปลง และมองว่าเงินยังคงไหลเข้าอยู่หากตลาดยังคาดการณ์ว่าเงินบาทยังแข็งค่าต่อเนื่อง

สำหรับภัทรที่มีฐานลูกค้าต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่นั้น ภาพขณะนี้จะเห็นว่าเงินทุนยังคงไหลเข้ามาและกองทุนที่เข้ามานั้นกระจายไม่สามารถแบ่งแยกได้ว่ามาจากประเทศใดบ้าง เพราะหลังๆ กองทุนขนาดใหญ่มีผู้ถือหน่วยกระจายกันออกไป

ตอนนี้บริษัทมีลูกค้าสถาบัน สัดส่วน 60% ของพอร์ตนั้นในจำนวนนี้ 50-60% เป็นสถาบันต่างประเทศและที่เหลือเป็นสถาบันไทย อย่างไรก็ตามในส่วนของภัทรมองว่าสิ้นปี 2554 ดัชนีน่าจะขึ้นไปยืนที่ 1350 จุดได้ และพี/อี15.5 เท่า

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นจะขึ้นไปแตะระดับ 1,000 จุดได้ ประเมินว่าจะมาจาก 3 ปัจจัยรองรับ 1.พื้นฐานของ บจ. มีความแข็งแกร่ง แม้จะมีปัญหาการเมือง

2.เม็ดเงินลงทุนทั้งในและต่างประเทศเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง 3.กรณี บจ.ชั้นนำของไทยออกไปให้ข้อมูลกับนักลงทุนต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอไม่ว่าจะเป็น ฮ่องกง สิงคโปร์ ลอนดอน แม้ในช่วงประเทศมีความไม่สงบก็ตาม

สำหรับนักลงทุนในประเทศได้เข้ามาซื้อตั้งแต่ดัชนีระดับ 750 จุด ท่ามกลางประเทศมีปัญหาการเมืองในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา และเมื่อเหตุการณ์สงบนักลงทุนต่างชาติเริ่มมั่นใจและเข้ามาซื้อหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดัชนีหุ้นไทยเพิ่มขึ้น 35% แต่เป็นทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค เช่น ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ 36% อินโดนีเซีย 38%

นายจรัมพร กล่าวว่า มาร์เก็ต แคปที่ใหญ่ขึ้นจะทำให้หุ้นหลายๆ ตัวถูกนำไปคำนวณ ในดัชนีเอ็มเอสซีไอเพิ่มขึ้น และอาจทำให้น้ำหนักในตลาดหุ้นไทยในเอ็มเอสซีไอสูงกว่าระยะที่ผ่านมา เพราะที่ผ่านมามีหุ้นถูกถอดออก 8 ตัว และ 2 ตัวถูกนำไปคำนวณเพิ่มก็ตาม

นายสมพล เกียรติไพบูลย์ ประธานกรรมการ ตลท. กล่าวว่า ตอนนี้หุ้นขึ้นเร็วนักลงทุนต้องระมัดระวังส่วนปัจจัยที่ห่วงคือ การเมือง

วันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น ส่วนไทยผันผวนขึ้นลงกว่า 8 จุดไม่ถึง 1,000 จุดอย่างที่ตลาดคาดการณ์ มาปิดที่ 993.72 จุด เพิ่มขึ้น 1.12 จุด ท่าม กลางแรงซื้อสุทธิของต่างชาติถึง 4,034ล้านบาท และมาร์เก็ตแคปแตะระดับ 8.03 ล้านล้านบาท เพิ่มจากวันก่อนหน้าอยู่ที่ 8.02 ล้านล้านบาท

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี