posttoday
เฟซบุ๊กรั่ว

เฟซบุ๊กรั่ว

01 พฤษภาคม 2561

โซเชียลมีเดียที่มีคนเข้าถึงมากที่สุดคือเฟซบุ๊ก (Facebook) เหตุผลที่เฟซบุ๊กได้รับความนิยมอย่างสูง

โดย ดร.รุจิระ บุนนาค กรรมการผู้จัดการ Marut Bunnag International  Law Office [email protected] Twitter : @RujiraBunnag

โซเชียลมีเดียที่มีคนเข้าถึงมากที่สุดคือเฟซบุ๊ก (Facebook) เหตุผลที่เฟซบุ๊กได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะสามารถใช้ติดต่อสื่อสารได้ เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารและความบันเทิง จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนหลายพันล้านยอมรับเฟซบุ๊กให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผู้ใช้เป็นจำนวนมากใช้ชีวิตของตนเองมากกว่าค่อนวันให้กับเฟซบุ๊ก

แม้การใช้เฟซบุ๊กสามารถสมัครได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่แท้จริงแล้วผู้ใช้เฟซบุ๊กได้ลงทุนด้วยเวลาและความเป็นส่วนตัว (Personal Privacy) เพราะบนหลักการพื้นฐานของเฟซบุ๊ก เมื่อเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กได้โพสต์ข้อมูลบนแพลตฟอร์ม นั่นหมายความว่าเจ้าของบัญชีได้ตัดสินใจที่จะแบ่งปันข้อมูลเหล่านั้นกับบุคคลอื่นผ่านการควบคุมของเจ้าของบัญชี

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อมูลความเป็นส่วนตัวหลายข้อมูลที่เจ้าของบัญชีต้องการเปิดเผยเฉพาะกลุ่ม และให้ความเชื่อมั่นว่าเฟซบุ๊กสื่อสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกต้องมีทั้งจรรยาบรรณ  และวิธีการที่ดีในการปกป้องข้อมูลที่ผู้ใช้ไม่ต้องการเปิดเผย

เมื่อกลางเดือน มี.ค. 2561 สื่อทั่วโลกได้รายงานถึงกรณีบริษัท เคมบริดจ์ อนาลิติกา (Cambridge Analytica) ได้นำข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้เฟซบุ๊กกว่า 50 ล้านรายชื่อ ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อมูลนี้มีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งนายโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในปี 2559

เคมบริดจ์ อนาลิติกา เป็นบริษัทวิจัยข้อมูลที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์ข้อมูลทางจิตวิทยาเพื่อนำไปใช้ด้านการเมืองและกลยุทธ์การหาเสียงเลือกตั้ง

เคมบริดจ์ อนาลิติกา ได้รับข้อมูลของผู้ใช้เฟซบุ๊กมาจาก ดร.อเลกซานดร์ โคแกน นักวิจัยมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ผู้สร้างแอพพลิเคชั่นทายบุคลิกภาพ เมื่อปี 2556 โดยอิงข้อมูลจิตวิทยาชื่อ “นี่คือชีวิตดิจิทัลของคุณ (This is your digital life)” มีรูปแบบคล้ายคำถามทายใจบนเฟซบุ๊กที่หลายคนชอบเล่นผู้ใช้เฟซบุ๊กไม่ต่ำกว่า 2.7 แสนคน ได้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นนี้จากแพลตฟอร์มของเฟซบุ๊กเองแอพพลิเคชั่นนี้ยังสามารถเจาะข้อมูลความเป็นส่วนตัวของเพื่อนในเฟซบุ๊กของผู้ดาวน์โหลด ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ เพื่อน ที่อยู่อาศัย และสิ่งที่สนใจ โดยดูจากการกดไลค์ต่างๆ ทำให้ ดร.อเลกซานดร์ โคแกน ได้ข้อมูลของผู้ใช้เฟซบุ๊กกว่า 50 ล้านราย

ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการว่าจ้างเคมบริดจ์ อนาลิติกา คือ สตีฟ แบนนอน (Steve Bannon) อดีตหัวหน้าทีมยุทธศาสตร์ของนายโดนัลด์ ทรัมป์สตีฟ แบนนอน ได้ตั้งชื่อโครงการนี้ว่า “การล้างสมองทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Brainwashing)” เพราะเชื่อว่าการที่จะเปลี่ยนแปลงการเมืองได้ เริ่มต้นต้องเปลี่ยนแปลงที่คน เปลี่ยนแปลงสังคม และวิธีคิดของคน

ข้อมูลที่ได้ถูกนำมาวิเคราะห์ ตั้งเป้าหมาย วางแผนการรณรงค์หาเสียงทั้งออนไลน์และโทรทัศน์ ที่เชื่อว่าสามารถโน้มน้าวให้คนอเมริกันออกเสียงให้กับนายโดนัลด์ ทรัมป์

มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ผู้บริหารเฟซบุ๊กยอมรับว่าข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กได้รั่วไหล และได้แถลงการณ์ขอโทษผ่านทางเฟซบุ๊กและสื่อต่างๆ ทั้งได้ดำเนินการลบเคมบริดจ์ อนาลิติกา ออกจากแพลตฟอร์ม และมีการเปลี่ยนแปลงกฎที่ไม่ให้ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ได้โดยง่าย

ความน่าเชื่อถือในเฟซบุ๊กลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมากยกเลิกบัญชีและมีการรณรงค์ว่าไม่ควรใช้เฟซบุ๊กอีกต่อไปแล้ว หุ้นบริษัทเฟซบุ๊ก ตกไปกว่าร้อยละ 7 เป็นมูลค่า 3.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.12 ล้านล้านบาท

อย่างไรก็ตาม มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ได้ไหวตัวก่อนที่หุ้นเฟซบุ๊กจะตกจึงได้ทยอยขายหุ้นเฟซบุ๊กของตนเองไปก่อน ทำให้ลดความสูญเสียได้ถึง 70 ล้านดอลลาร์ หรือ 2,178 ล้านบาท

มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ต้องชี้แจงและถูกซักฟอกจากวุฒิสภาสหรัฐอเมริกาเป็นเวลาถึง 2 วัน เมื่อช่วงกลางเดือน เม.ย. 2561

ในระหว่างการซักฟอกมีคำถามเด็ดจากวุฒิสมาชิกท่านหนึ่ง ที่ถามมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ว่า เมื่อคืนนี้คุณได้พักที่โรงแรมอะไร และคุณได้ส่งข้อความถึงใครบ้าง คำถามนี้ทำให้มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ถึงกับอึ้ง ใช้เวลาครุ่นคิดและตอบว่า ผมขอปฏิเสธที่จะตอบคำถาม วุฒิสมาชิกท่านนั้นจึงกล่าวว่า คุณยังให้ความสำคัญต่อความเป็นส่วนตัว คนอื่นๆ ก็ต้องการเช่นเดียวกับคุณ

มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ได้ยอมรับความผิดพลาด และพยายามกลับมาให้ความเชื่อมั่นกับผู้ใช้ โดยหาวิธีป้องกันไม่ให้ข้อมูลของผู้ใช้รั่วไหล เช่น ตรวจสอบแอพพลิเคชั่นบนแพลตฟอร์มของเฟซบุ๊กอย่างเข้มงวด หากพบว่ามีการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลในทางที่ผิด จะเอาออกจากแพลตฟอร์มทันที มีการแจ้งเตือนเจ้าของบัญชีหากข้อมูลถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด มีการเปลี่ยนแปลงการเข้าสู่ระบบด้วยเวอร์ชั่นใหม่ เพื่อลดปริมาณข้อมูลที่แอพพลิเคชั่นสามารถขอจากผู้ใช้งาน โดยให้เหลือเพียงชื่อ รูป โปรไฟล์ และอีเมล หากแอพพลิเคชั่นต้องการขอข้อมูลใดๆ เพิ่มเติม จะต้องขออนุญาตจากเฟซบุ๊กก่อน รวมทั้งให้รางวัลกับผู้ที่ค้นพบข้อบกพร่อง ในกรณีที่นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นนำข้อมูลไปใช้งานในทางที่ผิด

การให้ความเชื่อมั่นดังกล่าว มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ยอมรับว่าอาจต้องใช้เวลาอยู่บ้างเพื่อทำให้สมบูรณ์ แต่ไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาที่ชัดเจนว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไร

นอกจากนี้ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ไม่ได้ให้สัญญาว่าจะเยียวยาหรือชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างไร ทั้งที่แอพพลิเคชั่นที่ดูดข้อมูลที่ผ่านมา ปรากฏอยู่ในแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กเอง ซึ่งเฟซบุ๊กควรจะแสดงความรับผิดชอบมากกว่านี้

บทเรียนครั้งนี้ทำให้ประเทศแถบยุโรปกำลังเตรียมออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนตัวให้มีโทษมากขึ้น เช่นเดียวกับทั่วโลกที่กำลังสร้างมาตรการเพื่อป้องกันข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล  ในขณะที่ประเทศไทยร่าง  พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล ได้ร่างเสร็จนานหลายปีแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณาให้บังคับใช้เป็นกฎหมายเสียที

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท