
ดึงศธ.ผลิตบุคลากรป้อนอุตฯรถยนต์
“ชัยวุฒิ”ดึง ศธ. เร่งผลิตบุคคลากรหลายแสนคนป้อนอุตสาหกรรมยานยนต์รองรับกำลังการผลิตรถยนต์ที่จะขยายตัวในระยะ3 ปีข้างหน้า
“ชัยวุฒิ”ดึง ศธ. เร่งผลิตบุคคลากรหลายแสนคนป้อนอุตสาหกรรมยานยนต์รองรับกำลังการผลิตรถยนต์ที่จะขยายตัวในระยะ3 ปีข้างหน้า
นายชัยวุฒิ บรรวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน(เอ็มโอยู) กับกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการพัฒนาบุคคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการภาคอุตสาหกรรมของประเทศว่า ขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนบุคคลากรหลังเศรษฐกิจฟื้นตัว โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งในระยะ3ปีข้างหน้ามีความต้องการแรงงานที่มีทักษะฝีมือหลายแสนคนรองรับโครงการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ที่จะเริ่มผลิตมากขึ้น
ทั้งนี้จะร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาในการผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะกำหนดให้ชัดเจนว่าต้องการแรงงานในสาขาใดบ้าง เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการส่งเสริมการเรียนการสอน
“ยอมรับว่าตอนนี้แรงงานภาคอุตสาหกรรมขาดทุกด้าน กรณีของภาคยานยนต์แรงงานที่มีทักษะยังไม่เพียงพอ ต้องการอีกหลายแสนคน ซึ่งตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตแต่ถ้าวันนี้ไม่ทำอะไรในช่วง 3 ปี เจอปัญหาแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อมีโครงการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ ทำให้มีกำลังการผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอีกมาก”นายชัยวุฒิ กล่าว
นายวัลลภ เตียศิริ สถาบันยานยนต์ กล่าวว่า สถานการณ์ผลิตรถยนต์ยังมีแนวโน้มที่ดี เฉลี่ยเดือนละ1.4-1.5 แสนคัน ซึ่งถือว่าเต็มกำลังการผลิตแล้วไม่สามารถผลิตได้มากกว่านี้ เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องแรงงาน ขณะเดียวกันในปี 2554 มีโรงานผลิตรถยนต์อีโคคาร์อีก 2 บริษัท ที่เริ่มเดินเครื่องการผลิต คือ ฟอร์ดกับซูซุกิ มีกำลังการผลิตรถยนต์เพิ่มอีก 3 แสนคัน ดังนั้นจึงความต้องการบุคคลากรตั้งแต่ระดับบนถึงแรงงานช่างกว่า 2 แสนคน เข้าสู่ระบบ ในช่วง 3 ปีข้างหน้านี้ เพราะโรงงานผลิตรถยนต์1แห่งจะต้องมีพันธมิตรที่เป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนประกอบรถยนต์อีก 100 บริษัท
“ปัจจุบันโรงงานรถยนต์พนักงานต้องทำงานกัน 2 กะและมีการทำล่วงเวลา(โอที) ส่วนโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์เองก็ต้องทำงานกัน 3 กะ วันละ 7 ชั่วโมงแล้ว ดังนั้นจึงต้องหาแรงงานใหม่เข้ามาแบ่งเบา เพราะปกติการทำโอทีจะเป็นรายได้แต่ตอนนี้กลายเป็นการทำถาวรไปแล้ว”นายวัลลภ กล่าว
อย่างไรก็ตามแผนแม่บทยานยนต์ที่จะครบกำหนดในปี54 มีเป้าหมายว่าจะมียอดการผลิตรถยนต์รวม 1.8 ล้านคัน แต่กำลังการผลิตขณะนี้อยู่ที่ 2 ล้านคันแล้ว และเมื่อดูตัวเลขลงทุนโรงงานประกอบรถยนต์ก็น่าจะขึ้นไปได้ถึง 3 ล้านคัน โดยเฉพาะโครงการลงทุนรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล(อีโคคาร์)ที่เดิมกำหนดว่าจะต้องมียอดผลิตปีละ 1 แสนคัน แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าเทรนด์รถประหยัดพลังงานอย่างอีโคคาร์มาแรงทำให้มียอดผลิตรถยนต์เพิ่มมากขึ้น โดยซูซูกิที่เดิมขอรับส่งเสริมการลงทุนกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)ไว้ปีละ 1.38 แสนคัน ก็เตรียมขอรับการส่งเสริมลงทุนจากบีโอไอเพิ่มขึ้น







