
เปิดกรุ ‘ภูมิฐิติพัฒน์’ มหาสมบัติพระเครื่อง
สำหรับ “ภูมิฐิติพัฒน์ อินทปัตย์ เทพหัสดิน” หรือ คุณเทพ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์พระเครื่อง พระกรุ
โดย เอกชัย จั่นทอง ภาพ : ทวีชัย ธวัชปกรณ์
สำหรับ “ภูมิฐิติพัฒน์ อินทปัตย์ เทพหัสดิน” หรือ คุณเทพ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์พระเครื่อง พระกรุ เป็นนักสะสมพระเครื่องของเก่าโบราณระดับแนวหน้าของเมืองไทย รุ่นไหนที่ว่าหายากที่สุด หรือราคาแพงที่สุด อยู่ในมือเขาคนนี้
คุณเทพเล่าย้อนถึงช่วงชีวิตวัยเด็กว่าตอนเด็กๆ ไม่ได้สนใจเรื่องพระเครื่องเลย แต่เป็นเรื่องบังเอิญมากกว่าเพียงแค่รู้ว่าบรรพบุรุษตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายเก็บพระเครื่องไว้จำนวนมาก ผมก็เพิ่งจะมารู้และตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าจะมีมูลค่ามหาศาล แต่มารู้เอาตอนเมื่อ 3 ปีก่อน มาพบว่าคุณแม่เก็บพระเครื่องนับพันๆ องค์ห่อผ้าขาวเก็บไว้ในไหอยู่ในห้องพระที่บ้านเกิดใน จ.กำแพงเพชร และสุพรรณบุรี
“พระที่สะสมอยู่ทั้งหมดมีมูลค่าทางจิตใจไม่อาจตีราคาได้ ซึ่งราคาขึ้นอยู่กับความพึงพอใจหรือ อยู่ที่จิตใจของแต่ละคน แม้จะมีราคาแพงเป็นร้อยๆ ล้านบาท แต่ถ้าผมพอใจก็มอบให้กันได้ฟรีๆ” คุณเทพ กล่าว
ภูมิฐิติพัฒน์ เล่าต่อว่า จนต่อมาได้พบกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเป็นนายทหารระดับนายพล ได้พาไปชมพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวที่บ้านของท่าน แล้วผมก็บอกท่านว่าที่บ้านผมก็มีเหมือนกัน จากนั้นก็นำพระเครื่องมาให้ท่านดู ท่านก็บอกว่าของแท้ เป็นพระเก่า แต่ด้วยตัวเราเป็นคนอยากพิสูจน์ความจริงได้ไปพบเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ได้แนะนำให้ไปตรวจทางวิทยาศาสตร์ที่สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ใช้เวลาตรวจหลายเดือนเสียค่าใช้จ่ายไปเกือบแสนบาท อาทิ พระรอดอายุ 1,370 ปี พระสมเด็จวัดระฆัง อายุ 145 ปี ตามยุคประวัติศาสตร์และเคยมีประสบการณ์ได้นำพระที่ตนเองสะสมไปเทียบกับพระในคอของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง หรือเจ้าสัวที่ห้อยคอชุดละหลายสิบล้านบาท
โดยเฉพาะชุดเบญจภาคี ซึ่งของผมมีครบทุกองค์ ไล่ตั้งแต่ พระสมเด็จวัดระฆัง ที่สร้างโดยท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี พระซุ้มกอ หรือกำแพงเม็ดขนุน พระนางพญา กรุวัดนางพญา พระผงสุพรรณ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ และพระรอด กรุวัดมหาวัน ฯลฯ
จุดเริ่มต้นที่มาก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ คือ ผมได้รับมรดกจากบรรพบุรุษเป็นพระเครื่องพระกรุจากคุณแม่ แม่เคยบอกว่า “แม่มิได้มีสมบัติอื่นใด นอกจากพระเครื่องโบราณเหล่านี้ที่จะมอบให้ลูก หากลูกมีโอกาสเมื่อใดจงนำพระโบราณเหล่านี้ออกไปสร้างคุณประโยชน์สร้างการกุศลและสร้างพิพิธภัณฑ์ของตระกูลเจ้านายฝ่ายเหนือที่ จ.ลำพูน เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินนะลูก”
และนี่คือต้นกำเนิดพิพิธภัณฑ์ โดยผมได้รับการสนับสนุนจากผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน มาพิสูจน์พระเครื่องพระกรุ ที่ผมครอบครองอยู่ทั้งหมดเป็นของแท้ โดยการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้ว แต่ละองค์ที่อายุนับร้อยนับพันปี ดังนั้นพระเครื่องที่พิพิธภัณฑ์นับพันองค์ที่นำมาจัดแสดงเป็นของเก่าและแท้แน่นอน
ด้วยความรักต่อมารดาและความศรัทธาต่อพระเครื่อง จึงก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นเหมือน House Museums ด้วยการนำบ้านมาตกแต่งเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยนำของที่มีค่าส่วนตัวมาจัดแสดง โดยชั้นหนึ่ง จะเป็นห้องโถงกว้างสำหรับลงทะเบียนผู้เข้าชม
ส่วนชั้นสอง จะมีการจัดแสดงพระเครื่อง พระกรุที่เป็นพระเกจิชื่อดังมาแสดงในตู้กระจกนิรภัยทั้งหมดเกือบพันองค์ และชั้นสามสำคัญที่สุด เพราะจัดแสดงพระเบญจภาคีที่ตัวเองเป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นชุดที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย นำออกแสดงเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ไม่ได้เปิดให้ชมทุกวัน ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนทั่วไปจะได้รับจากการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ของผม คือ จะได้รับความรู้ ได้เห็นถึงประวัติความเป็นมาของพระ โดยมีผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในวงการพระยาวนานกว่า 50 ปี เป็นผู้คอยให้ข้อมูล







