
‘ประตูธรรม...ของคนการเมือง’
ในวันนี้ไม่อาจที่จะปฏิเสธได้เลยว่า พุทธคยา รัฐพิหารของประเทศอินเดีย
ในวันนี้ไม่อาจที่จะปฏิเสธได้เลยว่า พุทธคยา รัฐพิหารของประเทศอินเดีย เป็นศูนย์รวมศรัทธาจากทั่วทุกมุมโลกที่ไหลบ่าเข้ามาเพื่อศึกษาในเรื่องของจิตวิญญาณ เพราะที่นั้นมีสิ่งที่ชาวพุทธทั่วโลกต่างยอมรับและเคารพนับถืออย่างมาก อาทิ พระแท่นวัชรอาส์น ที่พระโพธิสัตว์ประทับและตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นต้น
เชื่อหรือไม่ว่า นักการเมืองมากมายหลายคนต่างเดินทางไปแสวงบุญที่นั่น ไปนั่งสวดมนต์ภาวนา บางคนก็ไปสร้างวัดวาอารามที่นั่น ซึ่งบอกได้เลยว่า อินเดียมีนักการเมืองไทยไปฝึกจิตภาวนาไม่น้อยเลยทีเดียว ผมเคยเดินทางไปสถาน 4 สังเวชนียสถาน กับคุณองอาจ คล้ามไพบูลย์ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตลอดเส้นทาง (ขอเรียกว่า) พี่องอาจ สวดมนต์ภาวนายาวนานมากในแต่ละที่
ตั้งแต่พุทธคยา...สังเกตดูเห็นนั่งนิ่งใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ อธิษฐานจิตอย่างนิ่งแนบสนิทด้วยจิตวิญญาณ ผู้คนเดินเข้าเดินออก คนไทยที่จำได้ก็ยิ้มให้แต่เจ้าตัวไม่เห็นเพราะอยู่ในอารมณ์สมาธิกรรมฐาน
ที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พอเวลา 3 ทุ่ม แขกอินเดียจะเป่านกหวีดเรียกให้คนรวมตัวกันเพื่อทยอยเดินออกเพราะจะต้องทำการล็อกปิดประตู คืนนั้นพอเสียงนกหวีดดัง คุณองอาจค่อยๆ คลายสมาธิออก เพื่อจะเดินกลับ ระหว่างทางผมแอบกระซิบถามเบาๆ ว่า
“ทำไมนั่งนานจังวันนี้...” ยังไม่ทันได้รับคำตอบ คนไทยก็กรูเข้ามาขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึกทางด้านนอก คนจีน คนญี่ปุ่น คนเกาหลี คนศรีลังกา คนพม่า คนเวียดนาม และแม้แต่คนอินเดีย ต่างซุบซิบๆ แล้วมองมาทางคุณองอาจ เขาคงนึกว่าเป็นดารา หรือไม่ก็นักกีฬาบาสเกตบอล เพราะมีคนมาขอถ่ายรูปเยอะมากจนคิดว่าอยู่เมืองไทย ผมถึงกับต้องบอกคนต่างประเทศเหล่านั้นว่าไม่ใช่ดาราครับ เพราะเดี๋ยวเขานึกว่าเป็นดาราไทยแล้วมารอขอถ่ายรูป พอดีไม่ต้องไปไหน
พอเดินออกมาถึงคิวสามล้อ...
“วันนี้นั่งได้นาน เพราะจิตนิ่ง มีสติ มีสมาธิและมีสัมปชัญญะดี ไม่ปวดขา ไม่เจ็บอะไร ใจสงบเย็นปีติมากอย่างบอกไม่ถูก นี่แหละที่เขาเรียกว่า รสพระธรรม”
“เห็นอะไรบ้างไหม” ผมถาม คำตอบที่ได้ตรงประเด็นตามที่ถามครับ
“จะเห็นอะไรคุณ ก็เห็นว่าผมนั่งหลับตา”
เป็นการพูดเย้า...แต่ผมเชื่อว่า ต้องได้พบอะไรบางอย่างแต่ไม่เปิดเผยให้ฟังเท่านั้น
กระทั่งไปถึงที่ลุมพินี สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ตอนที่รถจะข้ามผ่านแดนผมแนะนำให้คนในรถท่องสวดมนต์ เพราะพวกแขกนี่เทคนิคเยอะ เวลาขึ้นมาตรวจบนรถว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลไหม คนไทยก็ป้องกันเอาไว้ด้วยการสวดมนต์ พอมันเห็นว่าสวดมนต์ก็จะไม่ตรวจมากเพราะคติของแขกฮินดูนั้น ถ้าใครสวดมนต์อยู่แล้วไปชวนถามชวนคุยทำให้เขาเสียสมาธิ ตัวเขาเองจะต้องตกนรก เราเลยออกมาจากการตรวจได้โดยง่ายเพราะบารมีบทสวดมนต์นั่นเอง
ลุมพินีวัน เรื่องการสวดมนต์ภาวนาที่นี่อาจจะน้อยเพราะเป็นที่โล่งแจ้ง แต่คุณองอาจก็ยังมานั่งภาวนาในช่วงรอยต่อของถาวรวัตถุที่มีเงาร่มพอดี การนั่งภาวนาที่นี่นานพอสมควร หลังจากที่ภาวนาจบ ผมถามว่าระลึกถึงอะไร
“ที่นี่ผมมาแล้วระลึกนึกถึงบุญคุณของพ่อแม่ผู้ใหญ่ และที่สำคัญ คิดถึงพระพุทธเจ้าในวันที่พระองค์ประสูติในบริเวณแห่งนี้”
คุณองอาจนั่งที่นี่ได้ยาวนานต่อเนื่อง...นิ่งเหมือนที่พุทธคยาเช่นกัน ไปที่ไหนก็นั่ง ไปที่วัดเชตวันก็นั่ง พร้อมสวดมนต์แบบชนิดที่เรียกได้ว่า อิ่มบุญกันทั่วหน้า
ตอนที่ไปพาราณสี นั่งรถจากพุทธคยาไปยาวนานถึง 7 ชั่วโมง บอกได้เลยว่า สิ่งที่ได้รับเป็นประสบการณ์กันเป็นแถว คือ ธรรมะข้อขันติ เพราะถ้าไม่มีขันติ ขันคงแตกแน่ๆ ห้องน้ำห้องท่าก็เด็ดดอกไม้ริมทางกัน ใครที่มาถึงเขานิยมสวดบทธัมมจักรฯ เป็นการสรรเสริญ บทนี้ยาวเป็นรองก็แต่บทปาฏิโมกข์ หลังจากสวดจบพระอาจารย์ที่นำมาก็พาให้นั่งภาวนาอีก มาอินเดียมีแต่นั่งกับนอน
“อินเดียถ้าใครไม่ไป ไม่รู้หรอกครับว่าดีอย่างไร คนที่มีศรัทธา มีเวลา พอมีเงินตรา มีสุขภาพดี ครบทั้ง 4 อย่างนี้ ถ้าอยากไปรีบไปเถอะครับอย่ารีรอ ที่นั่นเราจะได้เห็นได้สัมผัสอะไรมากมาย ยิ่งใครชอบฝึกจิตฝึกกรรมฐานให้ใจนิ่งๆ บอกได้เลยว่า ต้องไปสักครั้งแล้วจะตอบคำถามของตัวเองได้อย่างแท้จริงว่าไปทำไม และไปเพื่ออะไร ไปอินเดียไปแล้วได้เห็นชีวิต ไปแล้วได้เห็นความจริงทางด้านจิตวิญญาณ เราจะรู้สึกว่าพอทางจิตใจมากขึ้น คนที่นั่นลำบากกว่าเรามีอีกมาก ที่อินเดียเป็นประตูธรรม...เป็นประตูที่จะทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยน ถ้าเข้าใจมากพอในเรื่องธรรมะที่เหมาะสมสำหรับคุณ”
องอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นนักการเมืองอีกคนหนึ่งที่บอกได้เลยว่าไม่ธรรมดา ที่ว่าไม่ธรรมดานั่นก็เป็นเพราะเป็นนักการเมืองที่ทำงานเพื่อความสุขของประชาชน ไม่ใช่เพื่อตนเอง ตลอดทั้งใช้ธรรมนำชีวิตอยู่ตลอดกาล







