posttoday
ฉลอง 236 ปีรัตนโกสินทร์ ใต้ร่มพระบารมีที่ไทยมีความสุข

ฉลอง 236 ปีรัตนโกสินทร์ ใต้ร่มพระบารมีที่ไทยมีความสุข

29 เมษายน 2561

กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จัดงานฉลอง 236 ปี แห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์อย่างโอฬาร

โดย สมาน สุดโต

กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จัดงานฉลอง 236 ปี แห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์อย่างโอฬาร ตั้งแต่วันที่ 21-25 เม.ย. 2561 มีทั้งริ้วขบวนใต้ร่มพระบารมี การแสดงโขน ละคร เสน่ห์บางกอก เสน่ห์วิถีถิ่น วิถีไทย การออกร้านจำหน่ายสินค้าที่มีชื่อทั้งในกรุงเทพฯ และ ภูมิภาค จัดรถบริการไหว้พระชมเมือง 18 จุด และที่เรียกคนฟังแน่นหอประชุมโรงละครแห่งชาติ (โรงเล็ก) คือ การเสวนาทางวิชาการ เพราะวิทยากรแต่ละท่านเป็นมืออาชีพ พูดแล้วคนฟังติดตามตื่นตาตื่นใจ จึงเสนอตามลำดับวันดังนี้

วันอาทิตย์ที่ 22 เม.ย. วีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม บรรยายด้วยตนเองเรื่อง พัฒนาการของกรุงรัตนโกสินทร์ท่ามกลางผู้ฟังกว่า 200 คน จนห้องประชุมไม่มีที่นั่ง ท่านรัฐมนตรีจับเรื่องตั้งแต่ยุคก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ คือ ทวารวดี สุโขทัย อยุธยา ที่ยาวนาน โยงถึงละครบุพเพสันนิวาสด้วย เล่าต่อจนถึงยุครัตนโกสินทร์ สรุปว่า

รัชกาลที่ 10 เป็นยุคประชาชนผาสุก เมื่อทรงสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระราชบิดา ทรงโปรดฯ ให้ดำเนินโครงการจิตอาสา ทำความดีด้วยหัวใจ บ้านเมืองจะเจริญโดยลำดับ เป็นศูนย์กลางการค้าและท่องเที่ยว เพราะอุดมด้วยศิลปวัฒนธรรม และกรุงเทพฯ ที่สวยสุดยอด งามสง่า มีพระสยามเทวาธิราชคอยปกป้องคุ้มครองที่เป็นความภาคภูมิใจของไทยทุกคน ต่อไปจะเป็นศูนย์กลางคมนาคม เชื่อมสิงคโปร์ ไปจีน และยุโรป

วันที่ 23 เม.ย. พีรศรี โพวาทอง อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดิษพงศ์ เนตรล้อมวงศ์ ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ช่วยกันบรรยาย-เล่าเรื่องภาพโบราณที่ถ่ายโดยฟิล์มกระจก และเก็บรักษาที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติอย่างมีรสชาติ เพราะภาพที่นำเสนอนั้น นอกจากเป็นภาพเก่า หายาก ไม่เคยเห็นแล้ว ผู้บรรยายยังมีศิลปะถ่ายทอดให้ติดตามโดยไม่เบื่อ เช่น บรรยายภาพที่มีโกศตั้งในรถวอ จอดที่หน้าตึก ข้างวัดราชบพิธ ที่หน้าตึกมีป้ายเป็นภาษาอังกฤษว่า William Wiriyasiri อาจารย์พีรศรี ก็ขยายความว่า เจ้าของร้านนี้เป็นช่างแก้นาฬิกา โดยอ้างข้อเขียน กาญจนาคพันธุ์ ที่เขียนเรื่องใน 100 ปี กรุงเทพฯ มาสนับสนุน ซึ่ง กาญจนาค พันธุ์ ว่า วิลเลียมชอบขี่จักรยานเล่นด้วยท่าแผลงๆ ไปตามถนน (สมัยนั้นรถยนต์มีน้อย)ภาพวังสามยอดของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ (ปัจจุบันมีสะพานดำรงสถิต เป็นสัญลักษณ์) ภาพแม่น้ำเจ้าพระยาและเรือนแพโดยมีวัดอรุณเป็นแบ็กกราวด์ รวมทั้งภาพเรือนแพ เต็มหน้าวัดกัลยาณ์ ซึ่งปัจจุบันไม่มีแล้ว แม้กระทั่งต้นไม้ ซึ่งอาจารย์พีรศรี บ่นเสียดาย

24 เม.ย. สุวิชญ์ รัศมิภูติ อดีตอธิบดีกรมศิลป์ พูดเรื่องสุดยอดศิลปวัฒนธรรมไทยในสมัยรัชกาลที่ 9 โดยมี นันทพร บรรลือสินธุ์นักอักษรศาสตร์ชำนาญการ เป็นผู้ดำเนินรายการ แต่ก่อนเล่าเรื่อง สุวิชญ์ ออกตัวว่าที่พูดนี้มาจากความจำแท้ๆ เพราะไม่มีโน้ต และไม่เคยมี เพราะไม่ชอบเขียน ขนาดเรียนมหาวิทยาลัยยังไม่จดเลกเชอร์ ได้แต่ยืมเพื่อนมาอ่าน เวลาสอบท่านสอบได้ เพื่อนสอบตก หรือไปเรียนมัคคุเทศก์ ที่อักษรศาสตร์จุฬาฯ รุ่นที่ 2 (สมัคร สุนทรเวช รุ่นที่ 1) เพราะอยากจีบเด็กอักษร แต่ปรากฏว่าท่านสอบได้คนเดียว นอกนั้นตก รวมทั้งเด็กอักษรด้วย ท่านใช้ศิลปะเล่าเรื่องและประสบการณ์ในการบูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุที่ทรงคุณค่า เช่นปราสาท พระที่นั่งในพระบรมมหาราชวัง ซ่อมฐานพระแก้วมรกต ที่ต้องลงไปดูใต้ฐานพบว่าเสาไม้ที่ค้ำปลวกกิน กราบทูลพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เพื่อขอพระราชทานแนวปฏิบัติ พระเจ้าอยู่หัวตรัสว่าให้ใช้ยาฉีด แต่บาปแบ่งกันคนละครึ่ง ส่วนการซ่อมวัดพระแก้วในครั้งฉลอง 200 ปีกรุงเทพฯ นั้น คณะรัฐบาลสมัยนั้นไม่มีใครสนใจ เชิญประชุมก็ไม่มีใครมา จึงกราบบังคมทูลพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเชิญเสด็จสมเด็จพระเทพฯ มาทรงเป็นประธาน จากนั้นทั้งนักวิชาการ วิชาเกินแห่มาเป็นกรรมการจนล้น ต้องตั้งกรรมการถึง 5 คณะ

นอกจากนั้น เล่าเรื่องการสร้างพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ ว่าได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พระบรมโอรสาธิราชฯ (ปัจจุบันพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10) และสมเด็จพระเทพฯ เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม งานจึงสำเร็จด้วยดีบางเรื่อง เราท่านทั้งหลายไม่เคยรู้มาก่อนเช่น มณฑปศาลหลักเมืองนั้น ฝีมือออกแบบของ อาวุธ เงินชูกลิ่น อดีตอธิบดีกรมศิลป์ แต่กว่าจะออกแบบได้ก็มืดตื๋อ จนกระทั่งได้พระบารมีรัชกาลที่ 9 ทรงจุดประกายความคิดให้ โดยทรงชี้พระหัตถ์ไปที่ซุ้มประตู พระบรมมหาราชวังที่เป็นรูปมงกุฎ ศาลหลักเมืองจึงได้แบบนั้นมา

ส่วนอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 4 ที่หน้าวังสราญรมย์นั้น เป็นอนุสาวรีย์ที่มีหลังคาซึ่งไม่มีอนุสาวรีย์ที่ไหนในโลกมีหลังคาเว้นเมืองไทย และที่อินเดีย ที่เป็นดังนี้เพราะพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นห่วงสมเด็จทวดจะร้อนแดดจึงต้องสร้างหลังคาถวาย ดังนั้นกรมศิลป์ต้องสนใจเมื่อจะสร้างอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ต้องออกแบบให้มีหลังคา

ขอขอบคุณกรมศิลปากรและวิทยากรทุกท่านที่ทำให้การฉลอง 236 ปีกรุงรัตนโกสินทร์อลังการ มีชีวิตชีวา โดยนำอดีตมาผสมผสานปัจจุบันอย่างลงตัว แม้ว่างานฉลองต้องมีวันเลิกรา แต่ทุกอย่างจะอยู่ในความทรงจำ โดยเฉพาะความสุขภายใต้ร่มพระบารมีแห่ง
พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์จะไม่มีวันจืดจาง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ