
3ค่ายมือถือไม่เสียค่าปรับนัมเบอร์พอร์ทล่าช้า
3 ค่ายมือถืออุทธรณ์ กทช. ไม่จ่ายค่าปรับนัมเบอร์พอร์ทล่าช้ายืนยันเปิดให้บริการตามกำหนด
3 ค่ายมือถืออุทธรณ์ กทช. ไม่จ่ายค่าปรับนัมเบอร์พอร์ทล่าช้ายืนยันเปิดให้บริการตามกำหนด
นายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ในฐานะประธานคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับบริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ นัมเบอร์พอร์ททิบิลิตี้ เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3 ราย คือ บริษัทแอดวานซ์อินโฟร์เซอร์วิส หรือ เอไอเอส บริษัททรูมูฟ และบริษัท ทีโอที ได้ยื่นหนังสืออุทธรณ์มายังกทช. ว่าจะไม่จ่ายค่าปรับหลังจากกทช.มีมติให้ปรับวันละ 1.6 แสนบาท ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.
ทั้งนี้ ทั้ง 3 รายให้เหตุผลว่า บริษัทมีความพร้อมในการเปิดให้บริการนัมเบอร์พอร์ท จึงไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าปรับ ซึ่งการดำเนินการของกทช.ต่อจากนี้ จะนำคำอุทธรณ์เข้าสู่ที่ประชุมกรรมการ หรือ บอร์ด กทช.ว่ามีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ในการประชุมสัปดาห์หน้า เพราะการสั่งปรับดังกล่าวเป็นไปตามมติบอร์ดกทช. จึงต้องให้บอร์ดพิจารณา
นายประเสริฐ กล่าวว่า แม้ผู้ให้บริการจะมีหนังสืออุทธรณ์มายังกทช.แต่ไม่ได้เป็นเหตุให้การเก็บค่าปรับต้องหยุดลง ซึ่งการปรับยังเดินหน้าต่อไปจนกว่าบอร์ดกทช.จะมีมติเป็นอย่างอื่น และหากคำนวณจากค่าปรับในเดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.-15 ต.ค. รวม 1 เดือน แต่ละบริษัทจะต้องจ่ายค่าปรับรายละเกือบ 5 ล้านบาท โดยจะเพิ่มค่าปรับเป็น 2 เท่าในเดือนที่สองและ 3 เท่าในเดือนที่สาม
นอกจากนี้ หากครบ 3 เดือนแล้วยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ กทช.ก็ต้องมาพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับบริษัทที่พร้อมแต่ไม่สามารถเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้เพราะบริการนัมเบอร์พอร์ทต้องเกิดจากความร่วมมือของผู้ให้บริการทุกราย
“หากบริษัทใดแสดงให้เห็นว่ามีการเปิดสวิทซ์เดินระบบและสามารถโอนย้ายเลขหมายได้ก็จะได้รับการพิจารณาแบบหนึ่งแต่ถ้ารายใดไม่สามารถดำเนินการได้ก็จะพิจารณาอีกแบบหนึ่ง ขึ้นอยู่กับจิตสำนึก ความจริงใจและความตั้งใจของแต่ละบริษัทผู้ให้บริการ” นายประเสริฐกล่าว
อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทอ้างว่าดำเนินการเรื่องนี้ไม่ได้เพราะกทช.ไม่อนุมัติ ต้องให้ความเป็นธรรมกับกทช.ในเรื่องนี้ เพราะกฎหมายกำหนดว่าให้ดำเนินการได้เลยโดยไม่ต้องรอให้กทช.อนุมัติ เช่น การตั้งบริษัทกลางเพื่อดูแลระบบ หรือ เคลียร์ริ่งเฮ้าส์ที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันเท่ากันทุกราย จึงต้องมีแผนดำเนินการในเรื่องนี้อยู่แล้ว ไม่ว่ากทช.จะอนุมัติหรือไม่
ส่วนความคืบหน้าในการติดตั้งระบบเพื่อให้บริการ ขณะนี้อยู่ในขั้นทดลองการเชื่อมต่อระหว่างผู้ให้บริการมือถือและการเชื่อมต่อระบบไอทีหลังบ้าน (Back Office) ให้เสร็จเรียบร้อย เพื่อจะได้ทันเปิดให้บริการในวันที่ 1 ธ.ค. นี้







