
ภูเก็ตเร่งรัฐบาลพัฒนาท่าเรือสำราญ
นักวิชาการเผยผลวิจัยเรือสำราญในเอเชียแนวโน้มเติบโต วอนรัฐบาลไทยเร่งพัฒนาท่าเรือ สร้างรายได้เข้าประเทศ
นักวิชาการเผยผลวิจัยเรือสำราญในเอเชียแนวโน้มเติบโต วอนรัฐบาลไทยเร่งพัฒนาท่าเรือ สร้างรายได้เข้าประเทศ
นายไพฑูรย์ มนต์พานทอง รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยว่า ผลวิจัยการพัฒนาการท่องเที่ยวเรือสำราญของประเทศไทยจากการเก็บข้อมูลนักท่องเที่ยวเรือสำราญที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย พบว่าเติบโตมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งถือเป็นโอกาสดี หากรัฐบาลตั้งใจจริงใจในการพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวเรือสำราญ ก็จะเกิดประโยชน์อย่างมาก หากมีการประสานเชิงเครือข่ายมากขึ้นจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาท่องเที่ยวเรือสำราญได้ประโยชน์กันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
นายไพฑูรย์ กล่าวว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวเรือสำราญถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ค่าใช้จ่ายต่อคนสูง การเข้ามาในประเทศไทยจะแวะพักท่าเรือกรุงเทพฯ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือภูเก็ต และท่าเรือเกาะสมุย รายได้ที่ใช้จ่ายในประเทศไทยเฉลี่ย 6,174.11 บาท/คน/วัน โดยแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวกลุ่มเรือสำราญให้ความสนใจ ได้แก่ วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ หาดป่าตอง วัดฉลอง อ่าวพังงา และการล่องเรือที่แม่น้ำเจ้าพระยา
“การท่องเที่ยวโดยเรือสำราญเติบโตอย่างมากมาย ต้องมีท่าเรือรองรับขนาดเรือรวมทั้งจำนวนคน การดึงดูดเรือสำราญเข้ามาในประเทศจะสร้างรายได้ให้กับจุดหมายปลายทางด้วย โดยประเทศในเอเชียให้ความสำคัญพัฒนากันมากขึ้น มีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น เช่น ในประเทศเวียดนาม ฮ่องกง จีน เกาหลี ญี่ปุ่น เป็นต้น ต่างให้ความสำคัญด้วยการพัฒนาส่วนประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับ ซึ่งประเทศไทยอาจต้องพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อตอบโจทย์ตลาดกลุ่มนี้” นายไพฑูรย์ กล่าว
นายไพฑูรย์ กล่าวอีกว่า จ.ภูเก็ต มีศักยภาพการท่องเที่ยวเรือสำราญ แต่ปัญหาหลักคือท่าเรือน้ำลึกไม่สามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ได้ แต่ปัจจุบันมีแนวโน้มว่าบริษัทเอกชนที่ได้สัมปทานจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เอง







