posttoday
งานรื่นเริงประจำปี ไทย-ลาว

งานรื่นเริงประจำปี ไทย-ลาว

28 เมษายน 2561

เล่าถึงวันงานสงกรานต์แล้ว ก็อยากเล่าอีกงานคือ “งานฤดูหนาว” หลังการเก็บเกี่ยวของทุกปี

โดย กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์

เล่าถึงวันงานสงกรานต์แล้ว ก็อยากเล่าอีกงานคือ “งานฤดูหนาว” หลังการเก็บเกี่ยวของทุกปี ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศใดในแถบภาคพื้นอินโดจีน มักจะมีการจัดงานรื่นเริงประจำปีกันแทบจะทุกที่ ที่ประเทศเวียดนาม เมียนมา กัมพูชา ก็จะมีงานประจำปีของท้องถิ่นด้วยเช่นกัน ผมเติบโตมาในถิ่นแถบนี้ และได้เดินทางไปทำมาหากินในประเทศซีแอลเอ็มวีมาทุกประเทศ ในระยะเวลาร่วม 30 ปี จึงได้เห็นงานรื่นเริงต่างๆ ของทุกๆ ประเทศ ที่ลาวก็เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะที่ชายแดนไทยลาว อ.เชียงของ ในอดีต พวกเราเด็กๆ จะใจจดใจจ่อกับเทศกาลงานรื่นเริงกันมากๆ เลยครับ

ที่เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ได้รับวัฒนธรรมไทยไปไม่น้อย อีกทั้งไทยกับลาวต่างนับถือศาสนาพุทธนิกายใกล้เคียงกัน ดังนั้นการจัดงานรื่นเริงต่างๆ มักจะจัดงานร่วมกัน เรียกได้ว่าเป็นการประสานสัมพันธ์กันได้เป็นอย่างดี โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินเลยครับ งานฤดูหนาวมักจะจัดกันที่หน้าอำเภอหรือไม่ก็ที่ชายหาดริมโขง หน้าวัดหลวง เพราะในช่วงนั้นน้ำจะลดลงมาเยอะ ชายหาด (เรียกซะเพราะ แต่จริงๆ ก็แค่ริมน้ำโขงครับ) จะมีที่ว่างอยู่พอควรผมจำได้จะมีเวทีมวย รำวง หนังกลางแปลง เป็นต้น และก็จะมีซุ้มโชว์ต่างๆ เช่น
ซุ้มระบำจ้ำบ๊ะ ซุ้มเมียงู ซุ้มบ้านผีสิง ซุ้มเด็กหัวโต ซุ้มสาวน้อยตกน้ำ ปาเป้า โยนห่วง ยิงปืนอัดลม ปากระป๋อง เป็นต้น ปัจจุบันนี้หาดูได้ยากแล้ว เพราะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรมไปแล้ว ยังมีร้านขายอาหาร ขนมนมเนย ซึ่งจะเพิ่มสีสันมากทีเดียว

บางปีงานก็จะมีจัดกันที่เกาะกลางแม่น้ำโขง ผมจำได้ว่าที่กลางแม่น้ำโขงนั้น เป็นดินแดนของฝั่งลาวเขา เพราะตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม ฝรั่งเศสได้บุกมาทางด้านตะวันออก

ลาวและเวียดนามตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส เขาเริ่มรุกไล่มาทางไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ท่านทรงตัดสินพระทัยด้วยความชาญฉลาด ยินยอมลงพระปรมาภิไธยในสนธิสัญญาแบริ่งที่ไทยต้องยอมกลืนเลือด ตัดดินแดนบางส่วนให้กับเขาไป เพื่อรักษาแผ่นดินไทยไว้ ดังนั้นเกาะกลางน้ำโขงจึงตกเป็นของฝั่งลาวไป แต่พวกเราก็ยังได้ใช้อยู่ดีครับ เพราะในยุคนั้นไม่ว่าจะมีงานรื่นเริงใหญ่ๆ เขาก็จะจัดกันที่เกาะกลางนี่แหละครับ เพราะการข้ามฝั่งไปลาวในอดีต ไม่ต้องขออนุญาต จ่ายค่าเรือ 3 บาทเป็นค่าเดินทางไปกลับ อยากไปเมื่อไหร่ก็ได้ ทำให้ประชาชนทั้งสองฝั่งก็จะมาเที่ยวเล่นกันอย่างมีความสุข สนุกสนานกันมาก

ตอนกลางวันช่วงงานก็จะมีการแข่งขันกีฬากัน เช่น ฟุตบอลทีมจากฝั่งลาวกับทีมเชียงของ ซึ่งขณะนั้นที่เมืองห้วยทรายจะมีโรงเรียนระดับมัธยมปลายอยู่ ส่วนที่เชียงของยุคนั้น จะมีแค่มัธยมต้นครับ ถ้าจำไม่ผิดทีมเมืองห้วยทรายก็จะเอาแต่เด็กโข่งๆ ตัวโตๆ มาแข่ง เขาจะชนะเสียเป็นส่วนมาก ทีมจากเชียงของก็จะมีชูศักดิ์ หลานชายผม และเพื่อนๆ เขา อุ๊ เหลือม คูณ ฯลฯ เด็กๆ กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่เรียนภาษาไทยที่โรงเรียนเชียงของวิทยาคม หรือโรงเรียนโจ้โก้ เป็นหลัก กีฬาอีกประเภทที่แข่งกันคือ บาสเกตบอลครับ แน่นอนกีฬาประเภทนี้ทางเชียงของไม่เป็นรองทีมเมืองห้วยทรายครับ เพราะเรามีนักเรียนโข่งตัวโตๆ ที่โรงเรียนจีนมาร่วมกับกลุ่มนักเรียนไทย เราจึงชนะเป็นประจำครับ อีกประเภทที่ผมชอบไปดูที่ข้างปั๊มน้ำมันริมน้ำโขง คือ ตะกร้อลอดห่วง อันนี้สนุกมาก เพราะนอกจากทีมอำเภอและทีมลาวแล้ว ยังมีทีมกลุ่มศรัทธาวัดต่างๆ (หมายถึงกลุ่มชุมชนวัดต่างๆ) ร่วมแข่งด้วย

ถ้าเป็นงานวันเข้าพรรษา ออกพรรษา กลางวันก็จะมีช่างฟ้อนของศรัทธาวัดต่างๆ ออกมาฟ้อนรำหน้าขบวนแห่ครับ คราวนี้ลูกสาวบ้านไหนสวย เป็นที่รู้กันหมดครับ หรือถ้าเป็นงานวันสำคัญอื่นๆ ก็จะข้ามไปเล่นที่ฝั่งลาวบ้าง ฝั่งไทยบ้าง หรือที่เกาะกลางน้ำโขงบ้าง เป็นที่สนุกสนานครับ ยังจำวันชื่นคืนสุขได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ปัจจุบันนี้สังคมเปลี่ยนไป ฝั่งลาวเองก็เปลี่ยนแปลงการปกครอง การข้ามไปมาหาสู่ไม่ได้สะดวกเหมือนเมื่อก่อน ทุกอย่างจึงจากไปพร้อมกาลเวลาครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท