
กิเลนฟัดมังกร บอลถูกคู่สุดสูสี
เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ฟอร์มเริ่มกลับมาดีขึ้นแต่ต้องเจอปัญหาแข้งเจ็บเพียบ สัปดาห์นี้ต้องเผชิญหน้า ราชบุรี มิตรผล เอฟซี
โดย ชมณัฐ
เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ฟอร์มเริ่มกลับมาดีขึ้นแต่ต้องเจอปัญหาแข้งเจ็บเพียบ สัปดาห์นี้ต้องเผชิญหน้า ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน เพื่อทำแต้มกวดหัวตาราง ในศึกไทยลีก 2018 นัดที่ 13
เอสซีจี เมืองทองฯ-ราชบุรี มิตรผล
สนาม : เอสซีจี สเตเดี้ยม
วันที่ 29 เม.ย. เวลา 19.00 น.
เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยังไม่แพ้ใครมา 7 นัดติดนับตั้งแต่ “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน ลาออกจากตำแหน่ง แบ่งเป็นชนะ 3 เสมอ 4 ล่าสุดนัดกลางสัปดาห์เปิดบ้านเจ๊าโปลิศ เทโร เอฟซี 2-2 ดังนั้นเกมนี้ได้ลงเล่นในรังอีกครั้งจึงต้องหวัง 3 คะแนนสถานเดียว เพื่อไล่จี้หัวตาราง โดยปัจจุบันรั้งอันดับ 5 มี 20 คะแนน ตามหลังจ่าฝูง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 9 แต้ม
“เราเจอใครก็เป็นเกมหนักทุกเกม เพราะด้วยตัวผู้เล่นค่อนข้างมีจำกัด นักเตะตัวหลักหลายคนบาดเจ็บ หวังว่าเกมนี้ทุกคนจะเพิ่มแรงจูงใจให้มากขึ้น ยิ่งเล่นในบ้านด้วย ต้องเริ่มตั้งแต่วินาทีแรก พยายามกระตุ้นทุกคน เราต้องนำก่อนเพื่อให้ได้เล่นเกมของเรา เพราะถ้าเราโดนนำก่อนเราต้องทำงานหนักขึ้นเป็นสองเท่า” สันติ ไชยเผือก กุนซือขัดตาทัพ กล่าว
สภาพทีม “กิเลนผยอง” มีผู้เล่นบาดเจ็บหลายราย นำโดย โคเอลโญ ชาชา, เซลิโอ ซานโตส, อดิศักดิ์ ไกรษรและ นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ ล่าสุดเกมที่แล้วต้องเสีย สุพร ปีนะกาตาโพธิ์ แบ็กขวา (เอ็นหัวเข่าขวา พัก 2-3 สัปดาห์) กับ ประสิทธิ์ ผดุงโชค ผู้รักษาประตู (กล้ามเนื้อ
กระตุก พัก 1 นัด)
อย่างไรก็ตามยังมีทีเด็ดอย่าง เฮแบร์ตี แฟร์นานเดส หอกแซมบ้าที่ยิงไปแล้ว 7 ประตู ซึ่งจะได้ลงเผชิญหน้าทีมเก่าอีกครั้ง รวมถึง สารัช อยู่เย็น และ ชาริล ชัปปุยส์
ด้าน ทริสตอง โด ที่ถูกดันขึ้นมาเล่นปีกขวาแล้วโชว์ฟอร์มร้อนแรงพังตาข่ายมา 4 เกมติด นัดนี้ต้องจับตาดูว่าจะถูกถอยกลับมาประจำการแบ็กขวาตามเดิมหรือไม่เนื่องจากสุพรบาดเจ็บ ซึ่งหากเจ้าตัวต้องกลับตำแหน่งเดิมทีมยังมี สิโรจน์ ฉัตรทอง ที่พร้อมลงริมเส้นแทน แม้ 5 นัดหลังสุด “ปีโป้” จะได้ลงเล่นนัดเดียวและเป็นเพียงตัวสำรองช่วง 5 นาทีสุดท้ายก็ตาม
“ปีนี้ทีมมีผู้เล่นเจ็บเยอะ ดังนั้นก็ต้องสู้ด้วยตัวผู้เล่นที่เรามี ไม่ต้องคิดเยอะ คนที่มีโอกาสลงสนามก็ต้องทำเต็มที่ แม้เกมนี้จะต้องถอยกลับลงมาเล่นแบ็กขวาตามเดิมก็ไม่เป็นอะไร ถ้าผมยิงไม่ได้แต่ทีมชนะ ผมก็แฮปปี้แล้ว” ทริสตอง เผย
ขณะที่ ราชบุรี มิตรผล ฟอร์มกลับมาร้อนแรงตั้งแต่ปลดโค้ชไป 2 คน ผลงาน7 นัดหลังสุดชนะ 5 เสมอ 1 แพ้ 1 และไม่แพ้มา 5 เกมติด ภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชเจี๊ยบ” สมชาย ไม้วิลัย ที่ขึ้นมาขัดตาทัพ โดยล่าสุดกลางสัปดาห์เปิดบ้านเฉือนบางกอกกล๊าส เอฟซี 2-1 รั้งอันดับ 6 มี 19 แต้ม ถ้าชนะได้จะแซง “กิเลนผยอง” ขึ้นติดท็อป 5 แทน
เกมนี้ “ราชันมังกร” จะขาดเพียง ชุติพนธ์ ทองแท้ กองกลางที่ติดโทษแบน ส่วนที่เหลือสมบูรณ์พร้อม ฝากความหวังไว้ที่ คังซูอิล กับ โรซิมาร์ อมานซิโอ คู่หัวหอกที่ทำไปแล้ว 7 กับ 6 ประตู ตามลำดับ
ความน่าจะเป็น: เกมคู่นี้สูสี แม้ “กิเลนผยอง” จะได้เปรียบเล่นในรัง แต่ราชบุรีฟอร์มกำลังเข้าฝัก หากไม่ระวังมีโอกาสน้ำตาตกคาบ้าน







