posttoday
โรงพยาบาลวัฒนา-อุดรธานี ปรับโฉมดึงคนเข้าถึงบริการแพทย์

โรงพยาบาลวัฒนา-อุดรธานี ปรับโฉมดึงคนเข้าถึงบริการแพทย์

22 เมษายน 2561

นับวันการแข่งขันของธุรกิจโรงพยาบาลจะมีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป

โดย จะเรียม สำรวจ

นับวันการแข่งขันของธุรกิจโรงพยาบาลจะมีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ต้องการความสะดวกสบายและครบวงจร ยิ่งได้ทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและบริการทางการแพทย์เฉพาะทางที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ยิ่งดี เพราะโรคภัยไข้เจ็บไม่สามารถเลือกเวลาได้

จากความต้องการดังกล่าวทำให้โรงพยาบาลวัฒนา-อุดรธานี โรงพยาบาลแห่งแรกของเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ที่ผ่านการรับรองคุณภาพการรักษาและการให้บริการแก่ผู้ป่วย HA (Hospital Accreditation) เห็นโอกาส ด้วยการใช้งบลงทุนกว่า 50 ล้านบาท ปรับโฉมใหม่ของโรงพยาบาลวัฒนา-อุดรธานี ในรอบ 33 ปี โดยเพิ่มบริการทางการแพทย์ที่หลากหลาย ครอบคลุมความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคปัจจุบัน ขยายศักยภาพในการรองรับผู้ใช้บริการ และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น

ณัฐธิรา ตั้งสืบกุล ผู้บริหารโรงพยาบาลวัฒนา-อุดรธานี ทายาทรุ่น 2 กล่าวว่า โรงพยาบาลวัฒนา-อุดรธานี ถือเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่กับคนอุดรฯ มาเป็นระยะเวลายาวนานนับตั้งแต่ปี 2528 ด้วยระยะเวลาการเปิดให้บริการที่ยาวนาน จึงทำให้โรงพยาบาลแห่งนี้มีสภาพค่อนข้างเสื่อมโทรม โรงพยาบาลจึงได้ทำการปรับโฉมใหม่ทั้งหมด เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่

โรงพยาบาลวัฒนา-อุดรธานี ปรับโฉมดึงคนเข้าถึงบริการแพทย์

“ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ที่โรงพยาบาลวัฒนา-อุดรธานี เปิดให้บริการ เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของโรงพยาบาลมาโดยตลอด และรับรู้ได้ว่าคนไข้ต้องการการรักษาแบบไหน เราจึงได้มีการพัฒนาบริการมาโดยตลอด เพื่อให้ตรงกับความต้องการของคนไข้ ซึ่งสิ่งที่เรามุ่งมั่นและปรับปรุงมาโดยตลอด คือ การบริการทางการแพทย์และค่ารักษาที่คนไข้ทั่วไปสามารถเข้ามารักษาได้”

หลังจากใช้งบก้อนโตปรับโฉมโรงพยาบาล ณัฐธิรา ได้เพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยจาก 60 เตียง เป็น 100 เตียง ในปีนี้ ซึ่งในจำนวนห้องผู้ป่วยดังกล่าวแบ่งเป็นห้องผู้ป่วยพิเศษในรูปแบบเพนต์เฮาส์ 3 ห้อง ราคาประมาณ 1.5-2 หมื่นบาทต่อคืน ส่วนที่เหลือเป็นห้องผู้ป่วยพิเศษและห้องผู้ป่วยเดี่ยวห้องธรรมดา ราคาประมาณ 1,800-5,000 บาทต่อคืน

นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงหน่วยบริการฉุกเฉินเครือข่ายส่งต่อ 24 ชั่วโมง ด้วยการเพิ่มทีมแพทย์ ศัลยแพทย์ นักรังสีเทคนิค และทีมงาน รวมไปถึงการเพิ่มบริการกุมารแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง บริการคลินิกผู้มีบุตรยาก คลินิกผิวหนัง ศัลยแพทย์ และบริการวัฒนาโฮมแคร์ ให้บริการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยภายหลังจากการรักษาตลอด 24 ชั่วโมง รวมไปถึงบริการ โฮม-วิสิท หรือบริการเยี่ยมผู้ป่วยถึงบ้านเพื่อการดูแลต่อเนื่องหลังจากออกโรงพยาบาล

“ในยุคที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โรงพยาบาลจึงต้องเตรียมความพร้อมและเพิ่มบริการทางการแพทย์ และศูนย์เฉพาะทางต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการส่วนนี้ เช่น บริการวัฒนาโฮมแคร์ ให้บริการดูแลผู้สูงอายุ และผู้ป่วยภายหลังจากการรักษาตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีบริการคลินิกเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-aging Clinic) คลินิกเบาหวาน (Diabetes Mellitus Clinic) รวมไปจนถึงการขยายบริการของแผนกไตเทียม และพัฒนาคุณภาพการฟอกไต ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย”

โรงพยาบาลวัฒนา-อุดรธานี ปรับโฉมดึงคนเข้าถึงบริการแพทย์

ณัฐธิรา กล่าวต่อไปว่า คลินิกผู้มีบุตรยาก (Infertility Clinic) ถือเป็นอีกหนึ่งคลินิกที่โรงพยาบาลให้ความสำคัญ เนื่องจากประชากรในวัยเจริญพันธุ์มีแนวโน้มแต่งงานช้าลงและมีความต้องการมีบุตร

“แม้ว่าเราจะมีการรีโนเวตโรงพยาบาลใหม่ให้มีความทันสมัย เพิ่มการรักษาที่เฉพาะทางและเร่งด่วนมากขึ้น แต่เราก็ไม่มีแผนจะปรับค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น โดยยังคงไว้ที่ราคาเดิม คือถูกกว่าที่เป็นโรงพยาบาลเอกชนด้วยกันประมาณ 10-20% เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้น”


รวมทั้งให้สมดังปณิธานของโรงพยาบาลที่มุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิต โรงพยาบาลวัฒนา-อุดรธานี ยังได้มีการพัฒนาแอพพลิเคชั่น “Wattana Health Care” ที่สามารถส่งพิกัด และแผนที่พร้อมรูปสถานที่มายังหน่วยบริการของโรงพยาบาล เพื่อให้โรงพยาบาลเข้าถึงผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วที่สุด

พร้อมกันนี้ยังได้เพิ่มเครือข่ายโรงพยาบาลพันธมิตรเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการ และการรักษาที่เหมาะสม รวดเร็ว โดยสร้าง Referral Network ระหว่างโรงพยาบาลทั้งในและต่างประเทศ เช่น  โรงพยาบาลวัฒนา-หนองคาย และ Alliance International Medical Centre (สปป.ลาว) ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมาพบว่าได้เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาได้ทันท่วงทีมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยรอดชีวิตมากขึ้นอีกด้วย

โรงพยาบาลวัฒนา-อุดรธานี ปรับโฉมดึงคนเข้าถึงบริการแพทย์

ณัฐธิรา กล่าวอีกว่า หลังจากปรับโฉมจะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ตัวอาคารที่มีรูปลักษณ์โดดเด่น สะท้อนถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ด้วยการดึงเอาจุดเด่นของสถานที่ตั้งโรงพยาบาลที่อยู่ติดกับแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดอย่างสวนสาธารณะหนองประจักษ์
มาไฮไลต์ โดยการออกแบบตัวอาคารให้มีความโปร่ง โล่ง สามารถชมวิวของสวนสาธารณะและบริเวณพื้นที่สีเขียวของจังหวัดได้จากภายในโรงพยาบาล ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวิธีการในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมในการช่วยเยียวยาผู้ป่วย (Healing Environment)

ขณะเดียวกันในส่วนของภายในตัวอาคารเองและห้องผู้ป่วยในก็ได้มีการออกแบบให้มีความสะดวกสบาย ทันสมัย กว้างขวาง สไตล์ Modern Resident ทำให้การมาโรงพยาบาล หรือการเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

 “เป้าหมายในการทำโรงพยาบาลของเรานอกเหนือจากรายได้ที่เข้ามาหล่อเลี้ยงโรงพยาบาลแล้ว อีกหนึ่งเป้าหมายที่เราให้ความสำคัญ คือ การมุ่งมั่นพัฒนาบริการทางการแพทย์ การเพิ่มจำนวนผู้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ดี ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ และอัตราการรอดชีวิตของคนไข้ฉุกเฉินที่สูงขึ้น”

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล