
ตู้แบ่งปันความสุข เพื่อผู้ยากไร้ คนด้อยโอกาส
กลุ่มภาคตะวันออก จ.ตราด ถือว่าเป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจดีและขยายตัวเติบโตต่อเนื่องจากภาคเกษตรและท่องเที่ยว
โดย จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์
กลุ่มภาคตะวันออก จ.ตราด ถือว่าเป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจดีและขยายตัวเติบโตต่อเนื่องจากภาคเกษตรและท่องเที่ยว ทำให้ประชากรมีรายได้ต่อหัวติดอันดับ 1 ใน 15 ของประเทศ ปัจจุบัน จ.ตราด มีแรงงานอพยพมาทำงานกันจำนวนมาก ทั้งที่เป็นชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่ใน จ.ตราด ยังมีประชากรกลุ่มหนึ่งต้องดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร ทำให้ผู้ที่มีรายได้น้อย ผู้ด้อยโอกาสที่ยังขาดแคลนปัจจัยต่างๆ ในการดำรงชีวิต และต้องการความช่วยเหลือจากสังคม
หลังได้รับคัดเลือกเข้ามาดำรงตำแหน่งกำนัน ต.หนองโสน อ.เมือง จ.ตราด ได้ไม่กี่ปี ทำให้ อนุรักษ์ เอกสินชล กำนัน ต.หนองโสน ได้พบเห็นและได้รับการสะท้อนปัญหาต่างๆ จากการได้ลงพื้นที่ในตำบล และ จ.ตราด ที่ยังคงได้รับความเดือดร้อน และต้องการความช่วยเหลือจากสังคม จึงนำโมเดลจากชุมชนอื่นๆ และในต่างประเทศที่เคยพบเจอมาประยุกต์ใช้สำหรับการช่วยเหลือผู้ยากจนและด้อยโอกาส นั่นก็คือ “ตั้งตู้แบ่งปันช่วยเหลือผู้ยากจน” ในชุมชนขึ้น
อนุรักษ์ กล่าวว่า เบี้องต้นได้นำตู้แช่เย็นที่ไม่ได้ใช้แล้ว นำมาวางไว้หน้าที่ทำการกำนัน ต.หนองโสน พร้อมตั้งชื่อตู้ว่า “ตู้แบ่งปัน” และข้อความว่า “ไม่มีให้หยิบไป มีเหลือใช้ให้แบ่งปัน” เพื่อให้ผู้ที่เดือดร้อนได้หยิบไปกินไปใช้ เพื่อให้โอกาสทั้งคนที่เดือดร้อน และให้โอกาสสำหรับคนที่มีความพร้อมและต้องการช่วยเหลือคนเหล่านี้ เพราะการให้เพียง 1 คนเป็นตัวอย่าง ก็จะสร้างผู้ให้เพิ่มขึ้นอีกมากมาย เมื่อหลายคนได้ทำเป็นแบบอย่าง ก็มีชาวบ้านใน ต.หนองโสน นำข้าวของอาหารแห้งมาวางใส่ตู้แบ่งปันทุกวัน กลายเป็นผู้ให้เพิ่มขึ้น ซึ่งมีผู้รับมาทุกวันเช่นกัน
สำหรับที่มาของตู้แบ่งปัน อนุรักษ์ บอกว่า เพราะต้องการให้คนใน ต.หนองโสน มีส่วนร่วม มีกิจกรรมร่วมกัน มีความสามัคคีกัน โดยตู้แบ่งปันจะเป็นตู้สำหรับวางอาหารทุกชนิด เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ยากไร้ หรือผู้ที่มีฐานะยากจน หยิบไปทานได้ในยามที่เดือดร้อน เพื่อการทำบุญทำทานอีกทางหนึ่งเช่นกัน และยังเป็นการลดปัญหาอาชญากรรมจากการลักขโมยสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เพราะหากคนเหล่านี้อดและหิวอาจจะก่อคดีตั้งแต่เล็กและพัฒนาเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตได้
“นี่เป็นการนำศาสตร์พระราชาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง พอกิน พอใช้ พอประมาณ และคุณธรรม ในแง่ของการแบ่งปัน จึงได้สร้างตู้แบ่งปันขึ้นมา เพียงต้องการให้ทุกคนร่วมกันแบ่งปัน และหากตู้แบ่งปันนี้ได้รับความสนใจมากขึ้น ในอนาคตจะเพิ่มตู้ หรืออาจจะเปิดห้องเพิ่ม ไม่ใช่มีแค่ของกิน แต่อาจจะมีเสื้อผ้า ของใช้ที่ไม่ได้ใช้แล้ว มาแบ่งปันให้กับคนที่ไม่มี”
นับตั้งแต่ตั้งตู้แบ่งปันไว้ในชุมชน มีคนที่ขาดแคลน ผู้ยากไร้ เข้ามาเปิดตู้นำสิ่งของในตู้เเบ่งปันอย่างต่อเนื่อง และก็มีชาวบ้านที่ใจบุญนำสิ่งของมามอบให้และใส่ตู้ให้จำนวนมากเช่นกัน นับว่า แนวคิดนี้ประสบความสำเร็จในเบื้องต้นแล้ว อย่างไรก็ตามก็มีผู้ที่ไม่ได้ขาดแคลนมานำสิ่งของเหล่านี้ไปครั้งละมากๆ เหมือนกัน จึงได้เข้าไปพบและขอร้องไม่ให้ทำเช่นนี้อีก เพราะเป็นเรื่องของความเห็นแก่ตัว ส่วนที่รับรู้เพราะว่ามีการตั้งกล้องวงจรปิดไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา ซึ่งวันนี้หลังจากตั้งตู้แบ่งปันแล้ว เริ่มมีชาวบ้านอีกหลายคนและที่ชุมชนอื่นต้องการจะตั้งตู้แบ่งปันเพิ่ม ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่ดี
“สิ่งที่ได้ประโยชน์ทางอ้อมกลับคืนมาก็คือ ปัญหาอาชญากรรมเริ่มลดลง เพราะคนที่จะคิดกระทำความผิดเพราะความขาดแคลนก็เปลี่ยนใจไม่กระทำความผิด นี่เป็นสิ่งที่ดี อีกทั้งคนที่ต้องการทำบุญสามารถใช้ช่องทางนี้ได้ ซึ่งสิ่งของที่บริจาคมีตั้งแต่นมกล่อง ขนมขบเคี้ยว มาม่า หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าใช้แล้วก็มี”อนุรักษ์ กล่าวถึงข้อดีของตู้แบ่งปัน
ขณะที่ กรกฏ ถาวรกิจ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านโพงลำบิด ต.หนองโสน กล่าวว่า การทำตู้แบ่งปันของกำนัน ต.หนองโสน เป็นเรื่องน่ายกย่องและชื่นชม เพราะการทำโครงการนี้ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการร่วมกันช่วยสังคม เหมือนโครงการรัฐบาลที่ชื่อว่าประชารัฐ และการให้และการรับครั้งนี้ ยิ่งเกิดความภูมิใจและมีศักดิ์ศรีทั้งผู้รับและผู้ให้ เป็นการแบ่งปันความสุขระหว่างผู้รับและผู้ให้เป็นอย่างดี และเป็นแบบอย่างที่สังคมควรนำมาเป็นแบบอย่าง
ด้าน นงนุช ชัยจินดา ชาวบ้านหนองโสน กล่าวว่า กำนัน ต.หนองโสน ได้ทำตู้แบ่งปันเพื่อผู้ยากไร้นั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ดี และดีใจที่จะได้มีส่วนร่วมในการแบ่งปันความสุขให้กับผู้ยากไร้ ซึ่งที่ผ่านมาได้นำสิ่งของมาให้แล้วหลายครั้ง ให้แล้วก็รู้สึกภูมิใจที่ได้มีโอกาสได้ช่วยแบ่งปันความสุขให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ
นี่คือตัวอย่างของการทำความดี และเป็นจิตอาสาของสังคมที่จะมีส่วนร่วมในการทำความดีเพื่อสังคมอย่างหนึ่ง เมื่อตัวเองมีเพียงพอและเหลือเฟือก็นำมาแบ่งปันความสุขคืนให้กับผู้ขาดแคลนให้ความสุขร่วมกันด้วย สังคมไทยจึงน่าอยู่







