
กางแผน 6 แนวทาง ปฏิรูปสิ่งแวดล้อม
การพัฒนาประเทศทุกด้านในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่การประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ในปี 2504
โดย ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์
การพัฒนาประเทศทุกด้านในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่การประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ในปี 2504 แนวทางการพัฒนาที่ผ่านมานั้นปฏิเสธไม่ได้ว่ามุ่งเน้นที่การผลิตและการบริโภค ที่ส่งผลกระทบตามมาต่อปัญหาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทั้งเรื่องขยะ น้ำเสีย คุณภาพอากาศ
ปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลปัจจุบันได้แสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการให้ความสำคัญกับการปฏิรูป จึงจัดทำแผนปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีด้วยกัน 6 ประเด็นปฏิรูป ซึ่งมีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจดังนี้
1.ทรัพยากรทางบก โดยจะเน้นการพัฒนาองค์กรภาครัฐเพื่อสนับสนุนการปฏิรูปทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าทั้งระบบ ปรับปรุงโครงสร้างและพัฒนาศักยภาพของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.4 กอ.รมน.) ให้มีศักยภาพในการสนับสนุนการหยุดยั้งการทำลายทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าอย่างมีประสิทธิภาพ
2.ทรัพยากรน้ำ มี 5 เรื่องสำคัญ คือ 1.การบริหารแผนโครงการขนาดใหญ่อย่างเป็นระบบเชื่อมโยงกับโครงการขนาดกลางและขนาดเล็ก 2.การบริหารเชิงพื้นที่ 3.ระบบเส้นทางน้ำ 4.ระบบขยายผลแบบอย่างความสำเร็จเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง 5.ให้มีความรู้ เข้าถึง
ข้อมูล เครื่องมือ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
3.ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีประเด็นสำคัญ คือ การปฏิรูประบบฐานข้อมูลพร้อมกับการแบ่งเขตการใช้ประโยชน์ตามแนวคิดการวางแผนเชิงพื้นที่ รวมถึงการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรและกฎหมาย และการบริหารจัดการองค์ความรู้ให้ทันสมัยและสอดคล้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 รวมถึงการป้องกันดูแลและรักษาเชิงพื้นที่ด้วยการบริหารจัดการขยะ มลพิษ ประมงทะเล ทรัพยากรแร่ธาตุและแหล่งพลังงานในทะเล รวมถึงการอนุรักษ์ปะการังอย่างยั่งยืน การแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการปกป้อง รักษา และฟื้นฟูทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเล
4.ความหลากหลายทางชีวภาพ มีประเด็นหลัก 6 เรื่อง ดังนี้ 1.ปฏิรูปกลไกโดยการตั้งคณะกรรมการระดับชาติและระดับจังหวัด และจัดทำพระราชบัญญัติว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพครอบคลุมประเด็นหลักที่สำคัญในการอนุรักษ์ คุ้มครอง ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์ 2.ปฏิรูประบบการวิจัย 3.ปฏิรูประบบข้อมูล 4.ปฏิรูประบบและเครือข่ายฐานทรัพยากรท้องถิ่นให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงเครือข่ายระดับประเทศและอาเซียน 5.ปฏิรูประบบบุคลากร 6.ปฏิรูประบบ กลไกรองรับการใช้ประโยชน์และอนุรักษ์อย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มมูลค่าของทรัพยากรชีวภาพ ก้าวไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) ภายใต้ Thailand 4.0
5.สิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ประเด็นขยะมูลฝอยทั่วไป ขยะติดเชื้อ ขยะอันตราย การกำจัดซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงแผนแม่บทการลงทุนแปรรูปและสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีระบบ หรือสถานที่กำจัดขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า
และ 6.ระบบบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย 1.การปฏิรูปด้านเครื่องมือบริหารจัดการ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EIA และ EHIA) 2.การปฏิรูปด้านโครงสร้างองค์กร หลายกรม หลายกระทรวง และมีการจัดตั้งคณะกรรมการเป็นจำนวนมากในช่วงรัฐบาลต่างๆ ทั้งใน ระดับชาติ ระดับกระทรวง และระดับจังหวัด จำเป็นต้องมีการปฏิรูปให้เกิดความชัดเจนของความสัมพันธ์เชิงอำนาจ และระบบการประสานเชื่อมโยงระหว่างคณะกรรมการชุดต่างๆ 3.การปฏิรูปด้านวิธีปฏิบัติของหน่วยงานภาครัฐเพื่อให้สามารถประสานข้ามกรม ข้ามกระทรวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามหลักการ“ธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อม” 4.การปฏิรูปด้านระบบงบประมาณและแผน และ 5.การปฏิรูปด้านระบบกฎหมาย มีจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นกฎหมายที่ประกาศใช้มากว่า 30-50 ปี จำเป็นต้องพัฒนากฎหมายใหม่เพื่อรองรับการปฏิรูปและการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ
น่าจับตาถึงการนำแนวทางปฏิรูปประเทศด้านสิ่งแวดล้อมที่ว่านี้ไปใช้ ภายใต้บริสังคมและเศรษฐกิจที่กำลังจะมีการปฏิรูปขนานใหญ่เช่นเดียวกัน โดยการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นก็จะตามมาด้วยโครงการขนาดใหญ่ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมไม่น้อยเช่นกัน







