
ติดเครื่องอีอีซี
การเดินทางมาเยือนไทยของ นายแจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท อาลีบาบา
การเดินทางมาเยือนไทยของ นายแจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท อาลีบาบา พร้อมร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจข้อตกลงร่วมกับรัฐบาลไทย ในการลงทุนด้าน Smart Digital Hub and Digital Transformation Strategic Partnership ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี มีมูลค่าการลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาท ถือเป็นจุดสำคัญอีกก้าวหนึ่งของอีอีซี
พร้อมกันนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ได้รายงานการส่งเสริมการลงทุนไตรมาสแรกของพื้นที่อีอีซี มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่เริ่มเห็นเค้าลางความก้าวหน้าของโครงการนี้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ คือ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในพื้นที่อีอีซีและโดยรอบ การเชื่อมโยงระบบคมนาคมขนส่งอย่างไร้รอยต่อตามที่ได้ประกาศไว้ รวมไปถึงการวางผังเมืองและการประเมินผลกระทบด้านต่างๆ โดยเฉพาะชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่จะต้องทำควบคู่ไปให้สอดรับกับโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เพื่อวางอนาคตของโครงการให้เกิดประโยชน์ทุกด้านต่อประเทศอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ แม้ว่าร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ... หรือกฎหมายอีอีซีจะผ่านการเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ขณะที่หลักเกณฑ์ กฎ ระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจน รัฐบาลต้องเร่งวางแบบแปลนของโครงการให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นนักลงทุนจะยังคงลังเลที่จะเดินหน้าโครงการลงทุนต่างๆ ในพื้นที่อีอีซี
ระบบบริหารจัดการทรัพยากรทั้งน้ำ ไฟ รวมถึงสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ยังไม่เห็นแผนที่ชัดเจน หรือยังไม่เห็นการพูดคุยที่เป็นระบบ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ สำหรับอุตสาหกรรมที่จะมาลงทุนไม่แพ้โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง รวมไปถึงกฎระเบียบต่างๆ ด้านภาษีการอำนวยความสะดวกทางการค้า บริการ และการลงทุนที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ รัฐบาลจำเป็นต้องลงในรายละเอียดเพื่อเติมความเป็นไปได้ให้โครงการดูมีชีวิต ไม่เพียงเน้นแต่โครงร่างภายนอกเท่านั้น เพราะรายละเอียดเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จะขับเคลื่อนโครงการให้เกิดและเติบโตต่อไป
เช่นเดียวกับเรื่องบุคลากรซึ่งถือเป็นหน่วยขับเคลื่อนที่สำคัญมากของโครงการนี้ เพราะหากเราแต่เดินสายโรดโชว์ดึงคนมาลงทุน แต่เราไม่มีบุคลากรเพียงพอที่จะรองรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่เหล่านี้ได้โครงการก็เดินหน้าไปไม่ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งนอกจากเราจะรอการเข้ามาตั้งสถาบันการศึกษาของต่างชาติแล้ว รัฐบาลต้องเร่งรีบร่วมมือกับสถาบันการศึกษาของไทย เพื่อผลิตคนให้เพียงพอกับตลาดแรงงานที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากโครงการนี้และเป็นโครงการที่ใช้เวลา แต่ก็ยังไม่เห็นแผนที่ชัดเจนในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน
ขณะที่ นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ออกมายอมรับเช่นเดียวกันว่าโครงการอีอีซีล่าช้าจากแผนที่วางไว้ 2-3 เดือน เนื่องจากติดปัญหา พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ซึ่งเห็นดเจนว่า พ.ร.บ.นี้ได้ฉุดแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ให้ไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างที่รัฐบาลวางแผนไว้ ทำให้เม็ดเงินลงทุนจากภาครัฐต่ำกว่าเป้าหมายในปีที่ผ่านมา ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องแก้ไข ลำพังแค่การออกกฎหมายพีพีพีคงไม่สามารถช่วยได้เท่าไรนัก
ดังนั้น ปัญหาอยู่ตรงไหนรัฐบาลต้องกล้าตัดสินใจแก้ไข เพื่อให้โครงการอีอีซีซึ่งเป็นความหวังของประเทศได้เดินหน้าต่อไป ไม่ใช่ปล่อยให้เรื้อรังยืดเยื้อต่อไป ซึ่งไม่ใช่แค่โครงการจะไม่เกิด โครงการอื่นๆจะติดขัดไปด้วย ซึ่งจะไม่เกิดผลดีทั้งต่อประเทศชาติ ประชาชนคนไทย ก็ยังติดกับดักอยู่กับวังวนเดิมๆ ต่อไป







