
การจ้างงาน สำหรับผู้สูงอายุ (9)
เพื่อเตรียมรับมือ “สังคมสูงวัย” ในอนาคต การปรับตัวของภาคส่วนต่างๆ
เพื่อเตรียมรับมือ “สังคมสูงวัย” ในอนาคต การปรับตัวของภาคส่วนต่างๆ จึงนับว่ามีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติในประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะในส่วนของการจ้างงานผู้สูงอายุ
ข้อมูลของสำนักงานสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ ได้ศึกษาเรื่อง “การส่งเสริมโอกาสด้านอาชีพและการทำงานของผู้สูงอายุ” พบว่าหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทยให้ความสำคัญต่อการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และมีข้อบ่งชี้ว่าการเสริมสร้างโอกาสการมีงานทำให้กับผู้สูงอายุจะเป็นนโยบายที่มีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากผู้สูงอายุบางส่วนยังมีศักยภาพที่จะอยู่ในตลาดแรงงานหากแรงงานยังคงให้ผลผลิตที่คุ้มค่าแก่องค์กร องค์กรและแรงงานอาจมีข้อตกลงร่วมกันในด้านการทำงาน สภาพงานและค่าตอบแทนที่เหมาะสมภายใต้มาตรการสนับสนุนที่เหมาะสมจากภาครัฐ ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดในลักษณะการส่งเสริมตามความสมัครใจในลักษณะการสร้างข้อตกลงร่วมกันระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยจ้างการประเมินนโยบายการจ้างงานผู้สูงอายุในต่างประเทศพบว่า ต้องมีมาตรการจูงใจทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานทั้งด้านของสถานประกอบการและตัวผู้สูงอายุด้วย
จากงานวิจัยของศูนย์บริการวิชาการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ศึกษาเกี่ยวกับการทำงานของผู้สูงอายุ พบว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่ทำงานอยู่นอกระบบ โดยภาคการผลิตที่มีผู้สูงอายุกลุ่มที่มีศักยภาพที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในการทำงานคือ ภาคเกษตรกรรม ภาคการผลิต ภาคพาณิชยกรรมและการขนส่ง และภาคกิจกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ โดยการศึกษาส่วนใหญ่ของผู้สูงอายุจะเป็นผู้จบการศึกษาระดับประถมศึกษาและต่ำกว่า และแนวโน้มของการจ้างแรงงานผู้สูงอายุมีข้อสรุปที่สำคัญคือ ลักษณะงานนอกระบบประเภทการประกอบธุรกิจส่วนตัว มีความสอดคล้องกับการทำงานของผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นงานที่มีความยืดหยุ่นสูง และไม่มีข้อจำกัดด้านวุฒิการศึกษา ดังนั้น หากภาครัฐต้องการสนับสนุนการจ้างงานผู้สูงอายุจะต้องให้ความสำคัญกับปัจจัยสนับสนุนการประกอบธุรกิจส่วนตัว
ขณะที่แรงงานผู้สูงอายุในระบบจะถูกจ้างโดยภาคราชการเป็นส่วนมาก แต่จะมีข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณวุฒิการศึกษา และรูปแบบของการจ้างงานจะไม่ค่อยมีความยืดหยุ่นในเรื่องของเวลา สถานที่ ค่าตอบแทนและประเภทของงาน ตัวอย่างงานที่สำคัญของกลุ่มนี้คือ งานที่ปรึกษา และงานวิชาการสถาบันวิจัยและพัฒนา
ในปัจจุบันเราไม่อาจปฏิเสธได้ว่ารถยนต์เป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คน ที่เปรียบเสมือนปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิต อุตสาหกรรมยานยนต์จึงเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีความหมาย และมีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
ประเทศไทยมีการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์มานานกว่า 40 ปี และได้รับการยอมรับให้เป็นประเทศฐานการผลิตที่มีคุณภาพ ทั้งยังเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน และเป็นประเทศฐานการผลิตรถปิกอัพเป็นอันดับหนึ่งของโลก







