posttoday
วันสงกรานต์ไทย-ลาว

วันสงกรานต์ไทย-ลาว

21 เมษายน 2561

ปีนี้เห็นข่าวทางโทรทัศน์ทาง อ.เชียงของ จ.เชียงราย และแขวงบ่อแก้ว เมืองห้วยทราย สปป.ลาว

โดย กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์

ปีนี้เห็นข่าวทางโทรทัศน์ทาง อ.เชียงของ จ.เชียงราย และแขวงบ่อแก้ว เมืองห้วยทราย สปป.ลาว ได้ฟื้นฟูกิจกรรมงานสงกรานต์ขึ้นมา โดยได้ไปจัดงานกันที่เกาะกลางในแม่น้ำโขง มีการละเล่นต่างๆ ทั้งช่างฟ้อนช่างรำพื้นเมือง สะล้อ ซอ ซึงสนุกสนานกันทั้งสองฝั่งโขง ผมเห็นแล้วใจไม่อยู่กรุงเทพฯ มันลอยไปไกลถึงเชียงของแล้วครับ แต่เสียดายจริงๆ ที่ไม่ทราบข่าวล่วงหน้า และไม่มีคนส่งข่าวให้ เลยไม่ได้ไปรื้อฟื้นบรรยากาศเก่าๆ น่าเสียดายจริงๆ ครับ ปีหน้าฟ้าใหม่ถ้ามีงานประเพณีเช่นนี้อีก หวังว่าจะมีแฟนคลับชาวเชียงของช่วยกรุณาส่งข่าวมาด้วยนะครับ จะต้องไปร่วมให้ได้ครับ

ที่ตลาดเชียงของ งานประเพณีใหญ่ๆ ก็จะมีงานสงกรานต์ งานแข่งเรือ งานเทศกาลเข้าพรรษา ออกพรรษา และอีกงานหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ งานตานก๋วยสลาก ผมก็ไม่รู้จะแปลเป็นไทยอย่างไรดีครับ เอาเป็นว่าชาวบ้านศรัทธาวัดต่างๆ ที่อยู่ตามชุมชนวัด เขาจะจัดทำก๋วยสลากใส่ถาด บ้างก็ใส่ชะลอมไม้ไผ่สาน บ้างก็ใส่กะละมัง แล้วก็นำเอาใส่สัพพะสิ่งของเครื่องใช้ ขนมนมเนย รวมทั้งผ้าจีวรพระ นำมาถวายในงานซึ่งโดยมากจะจัดกันที่วัดที่ตนเองศรัทธาอยู่ มักจะจัดกันในเดือนสิบสองถึงเดือนยี่ ก็ประมาณหลังวันลอยกระทงนั่นแหละครับ งานนี้ชาวบ้านจะนำเอาก๋วยสลากมาทานให้แก่พระภิกษุสงฆ์ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้วายชนม์ โดยพระท่านจะจับสลากว่าองค์ไหนจะได้ก๋วยอันใด เลือกเองไม่ได้ครับ และที่วัดจะมีการเลี้ยงพระกัน เราเด็กๆ ก็จะได้ลาภปากจากพระท่านด้วยครับ งานก็จะยิ่งใหญ่เช่นกัน มีการรำฟ้อนแบบชาวล้านนามาตามถนนสายกลาง จากหน้าอำเภอมาที่วัดหลวง สนุกสนานกันมากครับ

ส่วนงานสงกรานต์ที่กำลังจะกล่าวถึง ก็เป็นอีกหนึ่งงานนะครับที่สนุกมากๆ แต่ก็จะแปลกอยู่อย่าง ทุกปีก่อนวันสงกรานต์สักไม่เกินอาทิตย์ จะมีฝนตกใหญ่ทุกปี ตอนเด็กๆ ก็ฟังมาจากผู้ใหญ่ว่าเทวดาจะประทานฝนมาให้เราเล่นสงกรานต์ โตขึ้นถึงรู้ว่านั่นเป็นฝนจากพายุฤดูร้อนต่างหาก ฝนจะตกมาเยอะมาก หน้าร้านค้าเราจะมีถังสองร้อยลิตรวางไว้รองน้ำฝนกันทุกบ้าน เอาไว้รดน้ำถนนเวลามีฝุ่น ก็เป็นจังหวะดีที่เราจะรองน้ำฝนไว้เล่นสงกรานต์กันครับ พอถึงวันงาน เช้าๆ พวกเราก็เริ่มสนุกกันแล้วครับ จะมีขบวนแห่ของช่างฟ้อนช่างรำพื้นเมือง แห่กันมาตั้งแต่หัวถนนหน้าสถานีตำรวจ ไปสุดที่หน้าวัดหัวเวียงเลยครับ จำได้ว่าสาวๆ ช่างฟ้อนจะไม่ได้แต่งตัววิลิศมาหราเหมือนปัจจุบัน โดยมากจะใส่ชุดล้านนาที่เน้นสีดำเป็นหลัก มีแต่งหน้าบ้างแต่ก็ไม่ได้มากเหมือนปัจจุบัน แต่ก็สวยเป็นธรรมชาติดีครับ เพลงที่ใช้ฟ้อนก็จะเป็นเพลงล้านนาเน้นสะล้อ ซอ ซึง ก็ตึงตะตึ่งตึงกันละครับ ฟ้อนช้ามาก เน้นสวย ไม่เหมือนเพลงแดนซ์ปัจจุบันครับ ไม่มีสายย่อด้วย แต่ก็สวยน่าดูมากครับ เฮ้อ...หรือผมแก่แล้วหรือนี่!!!!

หลังจากที่ฟ้อนรำเสร็จ คราวนี้ก็จะเป็นงานรื่นเริงละครับ ด้านล่างใกล้ริมโขง ติดกับผาถ่าน ก็จะมีการแข่งขันจุดบั้งไฟกัน ที่ผมชอบดูคือไปดูเขาพากย์เสียงครับ สนุกตื่นเต้นมาก เด็กๆ จะชอบ บ่ายแก่ๆ พอแข่งบั้งไฟเสร็จ ก็จะมีการแข่งตะกร้อ มากันหมดครับ ในยุคนั้นไม่มีแบ่งไทย-ลาว เขาจะจัดมาแข่งขันกันหมด ก็จะได้บรรยากาศมิตรไมตรีที่ดีมากครับ ส่วนการเล่นสาดน้ำก็แน่นอนครับ สนุกกันเต็มที่ ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ เล่นกันทั้งเมืองเชียงของเลยครับ จำได้ว่าไม่ค่อยจะเห็นจิ๊กโก๋ตีกันนะครับที่นี่ เขาจะสุภาพกันมากเลย ไม่เหมือนปัจจุบันเมืองไหนไม่รู้ ซัดกันจนลงข่าวหน้าจอทีวีกันเลย

งานกลางวันที่สำคัญอีกอย่างคือ การนั่งเรือไปที่เกาะกลางแม่น้ำโขงครับ ที่นี่เขาจะมาเล่นน้ำสงกรานต์กันเยอะมาก ที่มาจากลาวก็เยอะ จะมารวมตัวกันที่นี่ ที่สำคัญคือมาขนทรายกันครับ ชาวบ้านพอเล่นสาดน้ำกันเสร็จ ขากลับก็จะเอาถังใส่น้ำมาใส่ทรายกัน เอากลับมาที่วัดหลวง แล้วกลางคืนก็นำทรายมาก่อกองทรายกันครับ สาวๆ ก็จะแต่งองค์ทรงเครื่องมาแข่งสวยกันที่วัดนี่แหละครับ พวกเราตอนนั้นยังเด็กๆ อยู่ เลยไม่มีโอกาสได้จีบสาวครับ ส่วนงานรื่นเริงกลางคืน แน่นอนว่าขาดไม่ได้ มีครบหมดทุกชนิด ทั้งรำวง มวย และซุ้มต่างๆ แล้วจะนำมาเล่าให้ฟังในตอนต่อไปนะครับ

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล