
สหรัฐเล็งกม.ฉุกเฉินต้านจีน
สหรัฐกำลังพิจารณาเตรียมใช้กฎหมายเศรษฐกิจฉุกเฉิน จำกัดการลงทุนของจีนในภาคเทคโนโลยี คาดกดดันบรรยากาศตึงเครียดขึ้น
สหรัฐกำลังพิจารณาเตรียมใช้กฎหมายเศรษฐกิจฉุกเฉิน จำกัดการลงทุนของจีนในภาคเทคโนโลยี คาดกดดันบรรยากาศตึงเครียดขึ้น
ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานว่า กระทรวงการคลังสหรัฐกำลังพิจารณาแนวทางการประกาศใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ เพื่อจำกัดการลงทุนของจีนในภาคเทคโนโลยีที่อ่อนไหวของสหรัฐ ซึ่งอาจเพิ่มความตึงเครียดกับจีนมากขึ้น นอกเหนือจากข้อพิพาททางการค้าในปัจจุบัน
ฮีธ ทาร์เบิร์ธ ผู้ช่วยรัฐมนตรีคลังฝ่ายนโยบายการลงทุนและการตลาดต่างประเทศ กล่าวในงานประชุมแห่งหนึ่งในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาการใช้กฎหมายว่าด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) โดยเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางควบคุมการลงทุนของต่างชาติที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวถึงเมื่อเดือน มี.ค.
โดยปกติแล้วสหรัฐมักใช้กฎหมายดังกล่าวเพื่อการคว่ำบาตรระบอบรัฐบาลหรือกลุ่มก่อการร้าย โดยกฎหมายนี้จะให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐอย่างกว้างขวาง เพื่อจำกัดการลงทุนจากจีนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของสหรัฐที่มีความอ่อนไหว เช่น หุ่นยนต์ และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งฝ่ายการเมืองสหรัฐกำลังวิตกกันมากขึ้นว่าเป็นกลยุทธ์ของจีนที่ต้องการเข้าถึงเทคโนโลยีของสหรัฐ
ทั้งนี้ ความกังวลดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ของจีนในสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาการลงทุน โรเดียม กรุ๊ป ระบุว่า ตัวเลขเอฟดีไอจีนลดลงเหลือเพียง 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.08 แสนล้านบาท) จากที่เพิ่งทำสถิติสูงสุดถึง 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.44 ล้านล้านบาท) ในปี 2016
ไฟแนนเชียลไทมส์ ระบุว่า แม้จะมีการพูดถึงกันมาพักใหญ่แล้วว่าสหรัฐอาจใช้กฎหมาย IEEPA เพื่อต้านทานกระแสการเทกโอเวอร์เทคโนโลยีจากจีน แต่ทาร์เบิร์ตน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่สหรัฐคนแรกที่กล่าวยอมรับเรื่องนี้ต่อสาธารณชน โดยเป็นส่วนหนึ่งภายใต้ผลสอบมาตรา 301 ของสหรัฐที่อ้างว่าจีนไม่ได้ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐเท่าที่ควร และยังมีการบังคับให้นักลงทุนต่างชาติในจีนถ่ายโอนเทคโนโลยีให้
ด้านบลูมเบิร์กรายงานว่า สตีเวน มนูชินรัฐมนตรีคลังสหรัฐ มีเวลาพิจารณาจนถึงประมาณวันที่ 21 พ.ค. ว่าจะเสนอให้ใช้กฎหมายดังกล่าวกับจีนหรือไม่
ในวันเดียวกัน บริษัท แซดทีอี คอร์ป บริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่อันดับ 2 ในจีน ได้ออกแถลงการณ์ครั้งแรกภายหลังถูกสหรัฐลงโทษห้ามซื้อขายชิ้นส่วนและซอฟต์แวร์กับบริษัทในสหรัฐเป็นเวลา 7 ปี ว่า เป็นบทลงโทษที่ไม่เป็นธรรม และทำให้บริษัทต้องตกอยู่ในความเสี่ยง ซึ่งบริษัทจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง ทั้งนี้แซดทีอีถูกลงโทษเพิ่มเนื่องจากไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงยอมความปีที่แล้ว หลังรับผิดฐานลักลอบส่งออกสินค้าให้อิหร่านและเกาหลีเหนือ







