
สดจากภาคสนาม AGM 2561 (ตอนที่ 1) : หุ้นกลุ่มพลังงาน
ขอขยายความเก็บผลงานการลงภาคสนามของอาสาพิทักษ์สิทธิ ผู้ถือหุ้น
โดย สิริพร
ขอขยายความเก็บผลงานการลงภาคสนามของอาสาพิทักษ์สิทธิ ผู้ถือหุ้น ถอดรหัสประเด็นร้อนฉ่าที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นจริง มองให้ทะลุในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม มักมีความเสี่ยงที่เดินมาคู่กับผลตอบแทนเสมอ
ราว 5-10 ปีที่ผ่านมา เรื่องพลังงานทดแทนของชาวโลกมีการพูดถึงกันมาก ตามที่พวกเรารู้ๆ กัน จึงไม่แปลกที่หุ้นในกลุ่มพลังงานทดแทนจะทะยานปรับตัวขึ้น ด้วยข่าวพาดหัวเกือบทุกวัน มีการลงทุน มีการร่วมทุนทั้งในและนอกประเทศ อาทิ พลังงานความร้อนใต้พิภพ แดด ลม น้ำ ขยะ ชีวมวล มากันทั้งแผง ผู้ประกอบการยิ้มแก้มตุ่ยกันทั่วหน้า
อารมณ์ของตลาดหุ้นเป็นการขายอนาคต ขายความหวัง หวังว่า-คาดว่าจะกำไร แต่โลกแห่งความเป็นจริงหาเป็นเช่นหวัง-คาดไม่
การเจาะไชตัวเลขทางการเงิน และการลงหมุดลงไปที่ความรับผิดชอบของผู้บริหารของผู้สอบบัญชีที่มีแนวทางตามหลักการบัญชี KAM-Key Audit Matters มีความน่าสนใจ ดิฉันขอนำมาเล่าสู่กันฟัง เป็นตัวเลขจากงบการเงินปีล่าสุด-2560 ยกตัวอย่างจากเรื่องจริงของภาคสนาม แต่ขอเป็นปรับชื่อเรียกให้เหมาะกับหน้าตาทางสังคมของผู้เกี่ยวข้อง ไม่เข้าข่ายว่าให้ได้อาย แต่เป็นการให้ความรู้-รู้เท่าทัน มีสติในการลงทุน เพราะชีวิตคือการลงทุน เรื่องเล่าของชีวิต เรื่องเล่าของการลงทุน จึงเป็นเรื่องเดียวกัน
จากนี้ไปจะเป็นเรื่องเล่าสดจากภาคสนาม เป็นซีรี่ส์หลายตอนต่อเนื่องกันไป เริ่มตอนแรกเป็นหุ้นกลุ่มพลังงาน
หุ้นกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภคในตลาดหุ้นไทยมีจำนวน 49 บริษัท ซึ่งต้องแยกแยะลงไปอีกว่าแต่ละแห่งเน้นทำธุรกิจด้านใด อาทิ ถ่านหิน น้ำมัน พลังงานทดแทน เป็นต้น
ประเด็นที่น่าติดตามถือเป็นปัจจัยเสี่ยงของหุ้นกลุ่มนี้ ล้วนเป็นแบบจำลองที่นักวิเคราะห์ให้ความสำคัญ นโยบายการให้ความสำคัญกับสภาวะแวดล้อม-รักษาระดับภาวะคาร์บอนให้ต่ำ ความเสี่ยงของภาวะชะงักงัน จากการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพอากาศ ภัยทางธรรมชาติ นโยบายของภาครัฐที่กำหนดการควบคุม ความเสี่ยงของธุรกิจในระยะยาว
บทเรียนที่เกิดขึ้นในอดีต ความปลอดภัย การรั่วไหล การปรับปรุง ป้องกัน เตรียมการและเรียนรู้กันอย่างไร ที่จะไม่ควรเกิดขึ้นในอนาคตหรือมีดัชนีชี้วัดการเกิดให้ต่ำสุด
ผลตอบแทนแก่ผู้บริหารที่มักจะต้องใช้อัตราสูง ด้วยว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะวิชาชีพมูลค่าการลงทุนสูงย่อมต้องจ้างสูงด้วย ตอบตรงโจทย์กันไหมเคยเห็นข่าวว่า ซีอีโอของบริษัทพลังงานแห่งหนึ่ง มีค่าตัวระดับเจ็ดหลักขึ้นไปไม่รวมค่ากำเหน็จ โบนัส และอื่นๆ
อีกเรื่องที่สำคัญที่อาจเป็นข่าวลบ พาดหัว กิจการแทบเจ๊ง คือ การทุจริตฉ้อฉลมักจะมีรูปแบบใหม่พัฒนาขึ้นมา จับไม่ได้ ไล่ไม่ทัน กว่าจะความแตกผู้บริหารบินหนีไปต่างประเทศก็เสียหายกันไปมากโขแล้ว
ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา มีการสัมภาษณ์เปิดวิสัยทัศน์ด้านการลงทุนในระยะเวลา 2-3 ปีข้างหน้า ของ 10 ซีอีโอ ในธุรกิจกลุ่มพลังงาน พบว่า ทุกแห่งมีการวางแผนการใช้เงินลงทุนกัน มากบ้าง น้อยกว่าบ้าง ตามขนาดของธุรกิจ รวมวงเงินลงทุนราว 2.4 แสนล้านบาท
ตัวอย่างจริง สดจากภาคสนามของการอ่านบันทึกรายงานของผู้สอบบัญชีด้วยเกณฑ์ KAM ที่อิงการให้ข้อมูลของผู้บริหารเป็นประการสำคัญ เพราะคนคิดคนวางแผนงาน วางกลยุทธ์ น่าจะรู้ดีกว่าใครๆ ผู้สอบบัญชีมีหน้าที่เข้าไปทบทวน ถามซ้ำ ย้ำในบางจุด เพราะช่วยเพิ่มความมั่นใจ ให้ผู้ถือหุ้นสบายใจ
เราจึงพบข้อความ เช่น สอบถามจากผู้บริหาร ทดสอบความเหมาะสมของสมมติฐาน ดุลพินิจที่สำคัญ หารือผู้บริหารเพื่อความสบายใจ คาดว่าจะมีกำไร ฯลฯ
ผู้สอบบัญชีทำหน้าที่อันหนักหน่วง และมีความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้นจนมืออาชีพหลายคนบ่นคำเล็กๆ ว่า หวาดเสียวในการทำงานไปด้วย โทษหนักมีสิทธิติดคุก
บริษัท A เข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านนับพันล้านบาท มีการตั้งบริษัทย่อยหลายบริษัทขึ้นมารับงาน เงินลงทุนไหลออกไปที่บริษัทย่อย ทำให้ตรวจสอบเส้นทาง ทางการเงินไม่ง่ายนัก
ข่าวล่าสุด รัฐบาลของประเทศเพื่อนบ้าน ประกาศหยุดโครงการชั่วคราวการก่อสร้างชะงัก เงินลงทุนราว 1.4 หมื่นล้านบาท ต้องลุ้นกันล่ะผู้บริหารต้องตอบผู้ถือหุ้นเรื่องนี้ และกลายเป็นเรื่องที่ต้องมีความคืบหน้าแจ้งกันเป็นระยะๆ
บริษัท B เข้าไปลงทุนในประเทศที่เป็นเกาะ ส่อว่าเข้าข่ายอาจไปก่อให้เกิดมลภาวะในบ้านเมืองของเขา กฎหมายแรง รัฐบาลตั้งแท่นจะฟ้องเรียกค่าเสียหาย กลายเรื่องใหญ่ระดับประเทศที่รัฐบาลไทย ต้องกระโดดเข้าไปช่วยทันที เพราะมันคือชื่อเสียง หน้าตาของประเทศ และรัฐบาลเองก็ถือหุ้นในบริษัทนี้ด้วยเช่นกัน เพราะเป็นความมั่นคงทางพลังงานของชาติ
บริษัท C D E และอีกหลายแห่ง แห่ดาหน้ากันไปลงทุนในญี่ปุ่น ด้านพลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์ ไทยกับญี่ปุ่น บ้านใครมีแดด มากกว่ากันน่าคิดใช้เงินลงทุนไม่น้อย ผู้สอบบัญชีอาจบินตามไปตรวจงานของจริงกันบ้างล่ะ
น่าติดตามยิ่งนัก…







