posttoday
ลุ้นรัฐเข็นอีอีซีถึงเป้าก่อนเลือกตั้ง

ลุ้นรัฐเข็นอีอีซีถึงเป้าก่อนเลือกตั้ง

21 เมษายน 2561

ตลอดช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลมีความพยายามอย่างยิ่งในการผลักดันโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

ตลอดช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลมีความพยายามอย่างยิ่งในการผลักดันโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ให้เป็นที่รู้จักของนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อหวังให้เกิดผลทางด้านเศรษฐกิจ สร้างการลงทุนและสร้างเม็ดเงินให้กับประเทศ ขณะเดียวกันในการโปรโมทอีอีซีนั้น ภาครัฐได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและออกกฎหมายควบคู่กันไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

ล่าสุด “แจ็ค หม่า” ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารกลุ่ม บริษัท อาลีบาบา บินมาไทยเพื่อลงนามความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐของไทยกับกลุ่มบริษัทอาลีบาบาด้าน Smart Digital Hub and Digital Transformation Strategic Partnership พร้อมประกาศจะลงทุนในอีอีซีไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท

แม้รัฐบาลจะมีความตั้งใจในการเดินหน้าอีอีซีให้ไปถึงเป้าหมายตามแผนมากเพียงใด แต่ก็ดูเหมือนว่าระหว่างทางมักจะมีอุปสรรค และอาจทำให้งานหลายอย่างล่าช้าไปกว่าแผนที่กำหนดไปบ้าง แต่ภาครัฐยังยืนยันว่า สามารถบริหารจัดการได้ และทุกอย่างยังคงเดินหน้าตามปกติ

อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลกำหนดโรดแมปทางการเมือง ซึ่งจะเหลือเวลาอีกประมาณ 1 ปี ที่รัฐบาลต้องเร่งสร้างอีอีซี ให้เห็นเป็นรูปธรรมในสายตาของประชาชน เพราะเท่ากับว่าอีอีซีจะเป็นผลงานสำคัญอย่างหนึ่งที่เป็นประจักษ์พยานของการบริหารงานที่ก่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนสมกับที่รัฐบาลประกาศไว้อย่างแท้จริง

เกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เชื่อว่ารัฐบาลมีความตั้งใจเป็นอย่างดีในการดำเนินนโยบายต่างๆ แม้จะล่าช้าไปบ้าง แต่ยังไม่ได้กระทบแผนลงทุน โดยในภาพรวมสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้มาก ทั้งโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การโรดโชว์และชักจูงการลงทุน

“ในสายตาคนทั่วไปมองอีอีซีก็อาจจะมีติดขัดไปบ้าง ล่าช้าไปบ้าง แต่รัฐบาลก็มีความตั้งใจมาก และค่อยๆ แก้ไขไปอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันอยากให้รัฐบาลเร่งเครื่องอีอีซีให้สมบูรณ์ก่อนเลือกตั้ง เนื่องจากในสถานการณ์การเมืองปกติที่มีรัฐสภา มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซักถามข้อสงสัยก็จะยิ่งเดินไปได้ช้า ขณะที่รัฐบาลชุดนี้สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เลย” เกรียงไกร ระบุ

สำหรับโครงการที่เห็นชัดเจนว่ากำลังขับเคลื่อนไปได้ดีคือ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 1.5 ล้านล้านบาท ขณะที่การโรดโชว์เพื่อดึงดูดการลงทุนที่ผ่านมาพบว่า ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติเป็นอย่างดี โดยปีที่แล้วมีนักลงทุนและตัวแทนภาครัฐบาลจากญี่ปุ่นเข้ามาลงพื้นที่อีอีซี และในปีนี้มีรัฐบาลและนักลงทุนจากรัสเซียลงพื้นที่แล้ว คาดว่าเร็วๆ นี้จะมีนักลงทุนจากจีนเข้ามาอีก

นอกจากเรื่องของระยะเวลาการดำเนินงานแล้ว ยอมรับว่ายังมีเรื่องที่กังวลคือ การเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้า อาจมีผลในด้านใช้งบประมาณสำหรับโครงการต่างๆ โดยยอดสรุปการใช้งบประมาณไตรมาสแรกของปีงบ 2561 ก็ออกมาแล้วว่าต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งหากมีการเบิกจ่ายงบได้เพิ่มขึ้นอีกก็อาจเรียกความเชื่อมั่นในการเข้าไปลงทุนของเอกชนไทยได้เพิ่มเติม

“ที่ผ่านมาดูเหมือนว่าภาพของเอกชนไทยที่เข้าไปในอีอีซีอาจจะยังไม่ชัด เชื่อว่าน่าจะกำลังรอ แต่ตอนนี้หลายอย่างเริ่มชัดเจนแล้วก็อาจจะทยอยเข้ามา ซึ่งอาจจะเป็นการร่วมทุนกัน ทั้งกับไทยและกับต่างชาติด้วย” เกรียงไกร สรุป

ด้าน คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กนศ.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานหลายด้านเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการลงทุน ได้แก่ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการทางคู่ โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก โครงการท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 และท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 โดยเตรียมทยอยออกร่างขอบเขตการประมูล (ทีโออาร์) ทั้งหมดให้ทันในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้

ขณะที่การลงทุนของภาคเอกชนในอีอีซีในปีที่ผ่านมา ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สะท้อนความสำเร็จของโครงการได้ในระดับหนึ่ง จากตัวเลขขอรับสิทธิส่งเสริมการลงทุนของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในปีก่อนอยู่ที่ระดับ 2.96 แสนล้านบาท คิดเป็น 46% ของยอดการขอ
ส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด ขยายตัวจากปีก่อนหน้าถึง 49% จากระดับประมาณ 2 แสนล้านบาท ทำให้คาดการณ์ในปีนี้จะต้องไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท เนื่องจาก พ.ร.บ.เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. … อยู่ในขั้นตอนเตรียมประกาศใช้แล้ว

“เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยมีการสรุปแผนเมืองอัจฉริยะ หรือสมาร์ทซิตี้ ถึงทิศทางการส่งเสริมเป็นแบบใด ตลอดจนผลประโยชน์ที่จะตกแก่ชุมชน สังคม และประเทศชาติ เพราะตอนนี้ท่องเที่ยวเริ่มมาแล้ว การลงทุนเป็นเรื่องที่ดี และยังมีเรื่องการศึกษา ดังนั้นต้องวางคอนเซ็ปต์ที่จะไปด้วยกัน” คณิศ กล่าว

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการลงทุนแล้ว สิ่งที่ กนศ.จะเดินหน้าเพื่อปลูกฝังรากฐานที่เข้มแข็งให้อีอีซีคือ การพัฒนาด้านบุคลากรและด้านการศึกษา โดยร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และมหาวิทยาลัยชื่อดังในการสร้างคนและงานวิจัยที่รองรับการลงทุนในอีอีซี โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

คณิศ กล่าวว่า ยอมรับแผนการขับเคลื่อนอีอีซีอาจล่าช้าไปกว่าแผนที่วางไว้เดิม 2-3 เดือน เนื่องจากติดปัญหาเรื่อง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ เพราะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างถูกต้อง จึงอาจมีการปรับกระบวนการทำงาน แต่เชื่อว่าไม่ใช่อุปสรรค ขณะเดียวกันจากการมาเยือนไทยของกลุ่มอาลีบาบาเมื่อวันที่ 19 เม.ย. ก็เป็นหนึ่งในเครื่องยืนยันว่า อีอีซียังได้รับความสนใจและความเชื่อมั่นจากบริษัทระดับโลก ขณะเดียวกันก็จะมีการออกไปโรดโชว์ และคาดว่าจะมีนักลงทุนทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท