
กู้แก้หนี้นอกระบบ พุ่ง 1.1 หมื่นล้าน
คลังเผยยอดปล่อยกู้แก้หนี้นอกระบบยอดทะลุ 1.1 หมื่นล้านบาท คนส่วนใหญ่แห่กู้ออมสิน ธ.ก.ส. ส่วนพิโก ยอดให้กู้ขยับแค่กว่า 300 ล้านบาท
โดย กนกวรรณ บุญประเสริฐ
คลังเผยยอดปล่อยกู้แก้หนี้นอกระบบยอดทะลุ 1.1 หมื่นล้านบาท คนส่วนใหญ่แห่กู้ออมสิน ธ.ก.ส. ส่วนพิโก ยอดให้กู้ขยับแค่กว่า 300 ล้านบาท
พรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยรายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบประจำเดือน มี.ค. 2561 แยกเป็นยอดผู้ยื่นขอใบอนุญาตสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) นับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2559 ถึงสิ้นเดือน มี.ค. 2561 มีนิติบุคคลยื่นคำขออนุญาตทั้งสิ้น 458 ราย ใน 66 จังหวัด
สำหรับจังหวัดที่มีผู้ยื่นคำขออนุญาตมากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ จ.นครราชสีมา 45 ราย กรุงเทพมหานคร 36 ราย และร้อยเอ็ด 29 ราย ทั้งนี้มีจำนวนที่คืนคำขออนุญาตทั้งสิ้น 63 ราย ใน 37 จังหวัด คงเหลือนิติบุคคลที่ยื่นคำขออนุญาตสุทธิ 395 ราย ใน 64 จังหวัด และมีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจแล้ว 331 ราย ใน 62 จังหวัด ซึ่งในจำนวนนี้ได้เปิดดำเนินการแล้ว 201 ราย ใน 54 จังหวัด และมีผู้ประกอบการที่ปล่อยสินเชื่อแล้ว 165 ราย ใน 50 จังหวัด โดยผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตสามารถปล่อยสินเชื่อได้ภายในเขตจังหวัดให้แก่ผู้มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ภายในจังหวัดนั้นๆ วงเงินรายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท คิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกิน 36%
ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน ก.พ. 2561 มียอดสินเชื่ออนุมัติสะสม 1.18 หมื่นบัญชี รวมเป็นเงิน 313.34 ล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงินสินเชื่ออนุมัติเฉลี่ย 2.64 หมื่นบาท/บัญชี ประกอบด้วย สินเชื่อแบบมีหลักประกัน 6,337 บัญชี เป็นเงิน 199.46 ล้านบาท คิดเป็น 63.66% ของจำนวนสินเชื่อที่อนุมัติ และสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน 5,516 บัญชี เป็นเงิน 113.88 ล้านบาท คิดเป็น 36.34% ของจำนวนสินเชื่อที่อนุมัติ ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างรวมมีทั้งสิ้น 3,679 บัญชี คิดเป็นเงิน 100.99 ล้านบาท
สำหรับสินเชื่อที่ค้างชำระไม่เกิน3 เดือน มีจำนวน 313 บัญชี คิดเป็นเงิน 9.43 ล้านบาท หรือ 9.34% ของยอดสินเชื่อคงค้างรวม และมีสินเชื่อค้างชำระเกินกว่า 3 เดือน (เอ็นพีแอล) จำนวน 118 บัญชี คิดเป็นเงิน 4ล้านบาท หรือ 3.96% ของสินเชื่อคงค้างรวม
อย่างไรก็ตาม สินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2560 ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้อนุมัติสินเชื่อเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินให้เป็นทางเลือกของประชาชนในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบแทนหนี้นอกระบบ รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท คิดอัตราดอกเบี้ย 0.85% ต่อเดือน โดยได้เร่งกระจายความช่วยเหลือด้านสินเชื่อดังกล่าวแก่ประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2561 มีการอนุมัติสินเชื่อรวม 2.44 แสนราย เป็นเงิน 1.09 หมื่นล้านบาท จำแนกเป็นสินเชื่อที่อนุมัติแก่ประชาชนทั่วไป 2.29 แสนราย เป็นเงิน 1.02 หมื่นล้านบาท และสินเชื่อที่อนุมัติแก่ผู้มีรายได้น้อยในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 ที่มีหนี้นอกระบบจำนวน 1.5 หมื่นราย เป็นเงิน 679.39 ล้านบาท
ขณะที่การดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่กระทำผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงกวดขันจับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบและผู้ติดตามทวงถามหนี้โดยวิธีการผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยผลการดำเนินการสะสมนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2559 ถึง ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2561 มีการจับกุมผู้กระทำผิดรวมทั้งสิ้น 2,195 คน







