
จี้สวทช.สอบเอแบค
นักกฎหมายแนะ สวทช.สอบเอแบคปมผิดปกติในโครงการช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี
นักกฎหมายแนะ สวทช.สอบเอแบคปมผิดปกติในโครงการช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี
นายบรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยว่า ตามหลักกฎหมายในการตรวจสอบเอาผิด กรณีการดำเนินการเครือข่ายโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือเอแบค ที่มีความผิดปกติในโครงการให้ความช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีนั้น ทาง สวทช.จะต้องเรียกทางมหาวิทยาลัยมาสอบสวน
ทั้งนี้ ในการดำเนินโครงการระหว่างรัฐกับมหาวิทยาลัยนั้น ไม่ว่าจะโครงการใดก็ตามต้องผ่านสถาบันหรือมหาวิทยาลัย เนื่องจากมีสถานะเป็นนิติบุคคลทางกฎหมาย เพื่อสะดวกต่อการเบิกงบประมาณ และความรับผิดชอบหากเกิดกรณีผิดพลาดขึ้น ดังนั้นโครงการระหว่าง สวทช.กับเอแบคก็เช่นกัน เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นทาง สวทช.ต้องไปตรวจสอบมหาวิทยาลัยว่ามีข้อผิดพลาดบกพร่องหรือไม่อย่างไร คือต้องไปดูในรายละเอียดตั้งแต่ต้นว่าเกิดการเอื้อประโยชน์หรือผลประโยชน์ทับซ้อนกันได้อย่างไร“การตรวจพบการทุจริตในระดับมหาวิทยาลัยเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น จำเป็นต้องมีการตรวจสอบเชิงลึกตั้งแต่เริ่มต้นโครงการที่มาจากส่วนภาครัฐจนเกิดความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วน” นายบรรเจิด กล่าว
ขณะที่นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) กล่าวว่า ทาง สวทช.ควรตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมหาวิทยาลัยในฐานะผู้ลงนามทำสัญญากับอาจารย์ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาก่อน ว่าใครเป็นฝ่ายกระทำผิดกันแน่ จากนั้นจึงดำเนินการฟ้องร้องตามขั้นตอน โดยจะเป็นการฟ้องที่ตัวบุคคลหรือองค์กร
ทั้งนี้ เมื่อพบว่ามีมูลความผิด อาทิ ปลอมเอกสาร การนำกิจการในครอบครัวมารับงาน หรือตั้งบริษัทที่ตัวเองเป็นที่ปรึกษามารับงานภาครัฐ ย่อมต้องมีการตรวจสอบทั้งจาก สวทช. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการตรวจสอบการทุจริต เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะที่มหาวิทยาลัยต้องเร่งตรวจสอบภายในด้วยเช่นกัน ที่มีข้อกล่าวหาต่อตัวอาจารย์ในมหาวิทยาลัย รวมถึงผู้บริหารมหาวิทยาลัยต้องใช้ดุลพินิจพิจารณาว่าควรจะพักงานผู้ที่ถูกสอบจนกว่าผลการตรวจสอบเสร็จสิ้น ซึ่งเป็นสิทธิของมหาวิทยาลัยในการดำเนินการอยู่แล้วฟ







