
ซีไอเอ็มบีลั่นลุยแหลกให้กู้โตปีนี้12%
โพสต์ทูเดย์
— “ซีไอเอ็มบี” สุดมั่น “สุภัค” ลั่นสิ้นปีขยายสินเชื่อได้ 12% ลุยดะทั้งรายใหญ่ เอสเอ็มอี รายย่อยนายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เป้าหมายของธนาคารก่อนจะจบสิ้นปีนี้ต้องการขยายสินเชื่อให้ได้ 12% จากเป้าหมายสินเชื่อปีนี้เติบโต 1012% ซึ่งขณะนี้สามารถปล่อยสินเชื่อได้แล้ว 8.9 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 9%
ทั้งนี้ เป้าหมายของธนาคารก่อนสิ้นปี แบ่งเป็น กลุ่มลูกค้ารายย่อย เน้นเพิ่มสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้ได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต้องปิดยอดขายปลายปี กลุ่มลูกค้าขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จากนี้น่าจะขยายสินเชื่อได้อีก 1,0002,000 ล้านบาท
กลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ น่าจะเจาะกลุ่มลูกค้าส่งออกได้อีก 3,0004,000 ล้านบาท รวมแล้วไตรมาสสุดท้ายปีนี้น่าจะขยายสินเชื่อได้ประมาณ 4,0005,000 ล้านบาท
“
ที่เราเน้นคือ สินเชื่อบ้าน เพราะจะได้ลูกค้าในระยะยาว สามารถต่อยอดได้อีก เช่น การขายประกัน สินเชื่อตกแต่งบ้าน ทำให้ปีนี้สินเชื่อบ้านเติบโต 60%” นายสุภัค กล่าวส่วนหนึ่งเพราะฐานสินเชื่อเราเล็ก เดิมมีอยู่ 1 หมื่นล้านบาท แต่ตอนนี้เพิ่มเป็น 1.6 หมื่นล้านบาท เพราะเรามีการปรับฐาน หันมาปล่อยสินเชื่อผู้ประกอบการ แล้วค่อยปล่อยลูกค้ารายย่อย ซึ่งผู้ประกอบการที่เราเข้าร่วมเป็นพันธมิตรถือเป็นผู้ประกอบการที่มีชื่ออันดับต้น ๆ อย่างแอล.พี.เอ็น. พฤกษา ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงลูกค้า” นายสุภัค กล่าวนายสุภัค กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารได้ปรับปรุงระบบหลังบ้าน ทำให้การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย จะได้รับคำตอบจากธนาคารไม่เกิน 10 วันทำการ และเร็วสุด 3 วันทำการ โดยสาขาสามารถตรวจสอบประวัติลูกค้าได้จากระบบทันที และส่งเรื่องไปยังฝ่ายอนุมัติสินเชื่อ ทำให้ขณะนี้กระบวนการที่ล่าช้า คือ ขั้นตอนการประเมินราคา
ขณะเดียวกันการแข่งขันเรื่องเงินฝากก็ต้องดูแลต่อเนื่อง เพราะขณะนี้มีผลิตภัณฑ์เงินฝากในตลาดออกมาจำนวนมาก และปีนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 34 ปีที่สินเชื่อทั้งระบบเติบโต 67% เป็นอัตราการเติบโตที่มากกว่าการเติบโตของเงินฝาก ส่งผลให้สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เฉลี่ยอยู่ที่ 8590% ซึ่งหากธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่รายใดปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก เพราะขยายสินเชื่อได้มาก ธนาคารขนาดเล็กก็จะได้รับผลกระทบ จึงเป็นเรื่องที่ธนาคารต้องติดตาม ดังนั้นตัวแปรเรื่องดอกเบี้ยขณะนี้ ไม่ได้ขึ้นกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เพียงอย่างเดียว
นายสุภัค กล่าวว่า เชื่อว่าธปท.จะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในรอบนี้ เนื่องจากเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัว และสาเหตุที่เงินเฟ้อปรับตัว ก็เกิดจากหมวดอาหารที่มีราคาสูงขึ้น ซึ่งหากเป็นเรื่องนี้ ธปท.ก็ไม่น่าห่วงเรื่องเงินเฟ้อมากนัก เพราะเรื่องที่หลายฝ่ายเริ่มเป็นห่วงคือเงินบาทแข็งมากกว่าเงินเฟ้อ







