
หลักการวางแผนเกษียณ สำหรับเด็กจบใหม่
สังคมไทยในปัจจุบัน เราประสบปัญหาอย่างมากเกี่ยวกับการไม่มีเงินสำรองเพื่อใช้ในยามเกษียณ
โดย...อานนท์ ลีลาชุุติพงศ์
สังคมไทยในปัจจุบัน เราประสบปัญหาอย่างมากเกี่ยวกับการไม่มีเงินสำรองเพื่อใช้ในยามเกษียณ ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ มีทั้งปัจจัยภายนอก เช่น ค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สวัสดิการรัฐที่ไม่เพียงพอ
แต่ก็ยังมีปัจจัยภายในหลายประการ เช่น การเก็บเงินเกษียณไว้ผิดที่ การไม่วางแผนทางการเงิน หรือการไม่ประเมินค่าใช้จ่ายในอนาคตอย่างรัดกุม
ซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว เพราะถึงแม้ใกล้เกษียณจะมีรายได้ต่อเดือนให้ลงทุนมาก แต่ก็ไม่สามารถลงทุนถึงเป้าหมายได้เนื่องจากระยะเวลาการลงทุนไม่เพียงพอ วันนี้จึงอยากขอมาแนะนำหลักการวางแผนเกษียณที่ดีสำหรับเด็กจบใหม่ มีอะไรบ้างมาดูกัน
1.เวลาในการเริ่มลงทุนที่ดีที่สุด คือ “วันนี้”
ความมหัศจรรย์ของการลงทุนประการหนึ่ง คือ ระยะเวลาการลงทุนที่มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เกิดการ “ทบต้น” ของผลตอบแทนไปเรื่อยๆ ทำให้จำนวนเงินที่ต้องลงทุนเพื่อบรรลุเป้าหมายลดลงไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ ยกตัวอย่างเช่น สมมติคุณสามารถลงทุนได้ผลตอบแทน 8% ต่อปี เงิน 10,000 บาทในปัจจุบัน คือ 46,600 ในอีก 20 ปีข้างหน้า ดังนั้นการลงทุนที่ช้าลงทำให้เงินที่คุณต้องใช้ลงทุนต่อเดือนมากขึ้น อาจทำให้ไม่ถึงเป้าหมายได้
2.มองความผันผวนเป็นเพื่อนร่วมทาง
เมื่อเรามีเวลามากและไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุน จึงไม่ควรขายทิ้งเมื่อราคาสินทรัพย์ตก โดยเฉพาะหุ้น เนื่องจากในระบบทุนนิยม ธุรกิจที่ดีควรจะดิ้นรนเพื่อทำให้กำไรของตนมีแนวโน้มมากขึ้นกว่าปีก่อนเสมอ ซึ่งทำให้กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น ราคาหุ้นก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในระยะยาว ดังนั้นความผันผวนจึงเป็นโอกาสในการซื้อสินทรัพย์ในราคาที่ถูกลง
3.มีวินัยในการลงทุน
กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนว่า ต้องการมีเงินเท่าไร เมื่ออายุเท่าไร จากนั้นจึงคำนวณเงินที่ต้องแบ่งมาลงทุนต่อเดือน (หรือไตรมาส) และปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอ ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในตลาดหุ้น อย่าพยายามเก็งภาวะตลาด เนื่องจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดจะนำไปสู่การไม่กล้าลงทุนอีกเลย
4.ไม่จำเป็นต้องลงทุนเอง
ปัจจุบันมีเครื่องมือที่ช่วยในด้านการลงทุนโดยไม่ต้องไปวิเคราะห์เอง คือ กองทุนรวม ซึ่งทำผลตอบแทนได้อย่างน่าพอใจ และมีให้เลือกหลากหลายสินทรัพย์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริหารโดยผู้จัดการกองทุนมืออาชีพที่ติดตามตลาดแทนเราตลอดเวลา และหาสินทรัพย์ที่มีคุณภาพเข้าพอร์ตการลงทุนของกองทุนอย่างสม่ำเสมอ
5.เมื่อมีระยะเวลาในการลงทุนมาก ก็ทำให้เราสามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงได้
ระยะเวลาลงทุนที่มากขึ้น ทำให้เราสามารถลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงขึ้นได้ แลกกับผลตอบแทนที่มากกว่า เช่น ถ้าคุณต้องการเกษียณตอนอายุ 60 ปี คุณอาจจะลงทุนในหุ้นทั้ง 100% ตอนอายุ 22-45 ปีเลยก็ได้ จากนั้นก็ค่อยๆ ลดสัดส่วนหุ้นลง แทนด้วยตราสารหนี้เพื่อลดความผันผวนในช่วงใกล้เกษียณ ทำให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินแน่นอน
6.กระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม
คุณไม่จำเป็นต้องลงหุ้นไทยทั้ง 100% ของเงินลงทุน ยังมีอีกหลายประเทศที่มีความน่าสนใจมากกว่าประเทศไทย เช่น ประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่ หรือหลายกลุ่มอุตสาหกรรมที่กำลังมีบทบาทสำคัญต่อโลก เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ และกลุ่มเทคโนโลยี เป็นต้น
7.คอยติดตามและปรับแผนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ
การปรับสัดส่วนของสินทรัพย์ในพอร์ตให้กลับมาเท่ากับตอนเริ่มต้น (Rebalance) เพื่อนำกำไรจากกองทุนที่มีราคาปรับตัวสูงขึ้น มาซื้อกองทุนที่ราคาปรับตัวขึ้นน้อยกว่า เรียกว่าการ ขายแพง ซื้อถูก จะทำให้ผลตอบแทนและความเสี่ยงที่คาดหวังกลับมาในจุดเดิม หรือแม้แต่การประเมินคุณภาพสินทรัพย์ในอนาคตว่าดีดังเดิมหรือไม่ ถ้ามองเห็นว่าไม่ดีในระยะยาว ก็ควรพิจารณาปรับออก เป็นต้น







