
เกษตรชี้ผลไม้ลด หนุนราคาขายพุ่ง
เกษตรฯ เผยผลสำรวจแม้พื้นที่ปลูกผลไม้หลัก 4 ชนิดเพิ่ม แต่อากาศแปรปรวนฉุดปริมาณลด 18%
เกษตรฯ เผยผลสำรวจแม้พื้นที่ปลูกผลไม้หลัก 4 ชนิดเพิ่ม แต่อากาศแปรปรวนฉุดปริมาณลด 18%
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ข้อมูล ณ วันที่ 4 เม.ย.ของคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออก พบว่าปริมาณการผลิตไม้ผลสำคัญ 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด ลองกอง และเงาะ มีพื้นที่ปลูกรวมทั้งสิ้น 678,203 ไร่ จากปี 2560 ที่มีพื้นที่ปลูกอยู่ 677,061 ไร่ หรือเพิ่มขึ้น 0.17%
ทั้งนี้ ด้านผลผลิตคาดจะอยู่ที่ 647,522 ตัน ลดจากปี 2560 อยู่ที่ 18.25% โดยจะส่งผลให้ราคาผลไม้ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะทุเรียนปีนี้คาดผลผลิตจะลดลงเพราะมีปัญหาโรครากเน่าในพื้นที่ จ.จันทบุรี และตราด ที่เป็นแหล่งผลิตใหญ่ แต่ที่คาดว่าจะมีการลดลงในเชิงปริมาณมากที่สุด คือ มังคุดที่จะลดลง 64.81% รองลงมา คือ ลองกองลดลง 32.05% เงาะลดลง 9.81% และทุเรียนลดลง 4.37%
“ปัจจัยหลักของการลดลงของผลไม้สำคัญนี้ คือสภาพอากาศที่แปรปรวน ทั้งอากาศหนาว ร้อน และฝนตกสลับในแต่ละวัน ทำให้ไม้ผลปรับสภาพต้นไม่ทัน ไม่เอื้ออำนวยในการติดดอกออกผล ไม้ผลออกใบอ่อนแทนการออกดอก สำหรับช่วงที่ผลไม้จะออกมามากในปีนี้ คือ ปลายเดือน พ.ค.ถึงต้นเดือน มิ.ย.” นายวิณะโรจน์ กล่าว
นายสรวิศ ธานีโต โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การบริหารปริมาณผลไม้ปกติจะอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการพัฒนาผลไม้ (ฟรุตบอร์ด) ซึ่งจะมีการสำรวจปริมาณผลไม้ช่วงเวลาที่ออกเพื่อประเมินผลผลิตและเป็นแนวทางบริหารจัดการ ทำให้ในหลายปีที่ผ่านมาไม่ได้ใช้เงินจากคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) เพื่อแทรกแซงราคา







