posttoday

ยกระดับสงกรานต์... ให้เป็นไทยแลนด์คาร์นิวัล

16 เมษายน 2561

ช่วงเวลาแห่งความสุข คอลัมน์นี้ยกให้เป็นเรื่องราวของสงกรานต์แบบเต็มๆ ผลจาก ครม.

โดย ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย           

ช่วงเวลาแห่งความสุข คอลัมน์นี้ยกให้เป็นเรื่องราวของสงกรานต์แบบเต็มๆ ผลจาก ครม.ใจดีขยายวันหยุดราชการยาวต่อเนื่องถึง 5 วัน บริษัทธุรกิจเอกชนบางรายเพิ่มวันหยุดไปจนถึงวันอังคาร แต่ก็มีประชาชนอีกไม่น้อยหยุดต่อเนื่องมาก่อนหน้านี้ นัยการเพิ่มวันหยุดเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในระดับรากหญ้าซึ่งยังไม่ค่อยฟื้นตัว เพราะงบทั้งหลายที่ใช้ไปหลายแสนล้านบาทส่วนใหญ่ไปกระจุกที่โครงสร้างพื้นฐานทั้งใต้ดิน-บนดิน เจ้าสัวก่อสร้างบางรายได้ตังค์เยอะแยะแทนที่จะไปกินหูฉลามตามเหลา แต่ดันไปกินเนื้อเสือดำจนเป็นเรื่องเป็นราวอยู่ขณะนี้

สงกรานต์มาจากภาษาสันกฤต แปลว่า การย้าย-การเคลื่อนที่ของราศีใหม่ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนทุกเดือน แต่เมื่อครบ 12 เดือนเรียกว่า “วันมหาสงกรานต์” เป็นเถลิงศกเปลี่ยนจุลศักราช โดยยึดการเคลื่อนที่ของการโคจรดวงอาทิตย์เป็นสำคัญ วันสงกรานต์จึงไม่แน่นอนในอดีตเพื่อความสะดวกจึงกำหนดเอาวันที่ 13 เม.ย.ของทุกปีเป็นวันปีใหม่ของไทย ยึดถือเช่นนี้ต่อเนื่องมาแต่สมัยสุโขทัย จนเมื่อ 78 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2483) ในยุคของจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เปลี่ยนวันที่ 1 ม.ค.ของทุกปีเป็นวันปีใหม่ เพื่อให้
ทันสมัยสอดคล้องกับนานาประเทศ

ที่กล่าวนี้หลายคนคงไม่ทราบ เพราะหลงไปเคาต์ดาวน์นับถอยหลังเที่ยงคืนของวันสุดท้ายของทุกปีเป็นวันปีใหม่ วัดวาอารามต่างๆ มีการสวดมนต์ข้ามปีโดยหลงลืมไปว่าวันปีใหม่ของไทยก็คือ “วันสงกรานต์” ช่วงฟีเวอร์ “บุพเพสันนิวาส” กระทรวงวัฒนธรรมนอกจากให้แต่งกายแบบไทยหรือส่งเสริมให้ไปเที่ยวแหล่งประวัติศาสตร์ ควรใช้โอกาสนี้คืนปีใหม่ไทยให้กลับมา ไม่ได้บอกว่าจะให้กลับมาใช้วันสงกรานต์เป็นวันปีใหม่ ซึ่งยังคงใช้วันที่ 1 ม.ค. เป็นวันเปลี่ยนศักราชให้เหมือนกับประเทศต่างๆ

สงกรานต์ของไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างจากประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเน้นแต่เชิงวัฒนธรรม แต่การเล่นน้ำแบบไทยในเทศกาลเช่นนี้เป็นไฮไลต์ที่ไม่เหมือนใครในโลก หากพิจารณาให้ถือวันมหาสงกรานต์เป็นวันเฉลิมฉลองวันปีใหม่ไทย มีการเคาต์ดาวน์สร้างธีม (Theme) เป็นงานระดับชาติให้เป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยว แต่ละจังหวัดที่มีศักยภาพก็ไปสร้างธีมของพื้นที่

บอกได้ว่าสงกรานต์หากยกระดับจะกลายเป็นจุดแข็งของไทย เพราะมีความพร้อมในด้านต่างๆ เช่น โครงสร้างท่องเที่ยวมีความหลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรม-สถานที่ท่องเที่ยว ต่างชาติที่มาเที่ยวสงกรานต์ไทยเลือกสนุกที่จะสาดน้ำแบบสุดเหวี่ยง และยังเลือกที่จะไปเที่ยวทั้งทะเล-ภูเขา และแหล่งบันเทิงต่างๆ ซึ่งประเทศรอบข้างขาดศักยภาพที่จะมาเป็นคู่แข่ง

เสียดายที่ของดีๆ เช่นนี้ไม่ได้ใช้โอกาสในการสร้างเป็นจุดขายในด้านท่องเที่ยวเหมือนกับในหลายประเทศซึ่งนำวัฒนธรรมมาดัดแปลงให้เป็นจุดขายแต่ละปีนำเงินเข้าประเทศมากมาย เช่น เทศกาลปามะเขือเทศของสเปนที่เรียกว่า ลา โตมานิต้า ซึ่งในงานต่างเอามะเขือเทศมาขว้างใส่กัน คงคล้ายๆ กับการสาดน้ำของไทย

กรณีเทศกาลคาร์นิวัล (Carnival) เป็นตัวอย่างที่ดัดแปลงวัฒนธรรมให้กลายเป็นจุดขาย ที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันทั่วโลกคืองาน “ริโอ คาร์นิวัล” ของประเทศบราซิล มีพาเหรดตระการตา เต้นรำตลอดหลายวัน แต่ละปีดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 5 ล้านคน หลายประเทศมีการจัดงานทำนองนี้ เช่น โคโลญ คาร์นิวัล ของเยอรมนี รวมถึงอิตาลีและอินเดียก็มีงานเช่นนี้

สงกรานต์ของไทยเป็น “Water Festival” หากมีการจัดการที่ดี สร้างธีม ใส่สตอรี่ ออกแบบ คอสตูมเครื่องแต่งกาย สร้างพาเหรดแบบอลังการเป็นเทศกาลเล่นน้ำระดับโลกที่ปีหนึ่งใครจะรวยหรือใหญ่โตแค่ไหนสามารถมาสนุกและถูกสาดน้ำหรือถูกฉีดน้ำแบบไม่โกรธกันซึ่งในโลกนี้ไม่มี ที่เห็นชัดเจนเช่นการจัดสงกรานต์ย่านถนนสีลมและถนนข้าวสารเป็นงานท้องถิ่นซึ่งแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเล่นเป็นหลายแสนคน ปีนี้ทราบว่าโรงแรมในย่านพวกนี้เต็มหมด

รายได้การท่องเที่ยวของไทยเป็นอันดับ 3 ของโลก ปีนี้น่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 39.5 ล้านคน รายได้ประมาณ 2 ล้านล้านบาท ยังไม่รวมรายได้นักท่องเที่ยวไทยอีกประมาณใกล้ๆ 1 ล้านล้านบาท แรงงานอยู่ในภาคท่องเที่ยวมีประมาณ 4.2 ล้านคน ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายเหมือนภาคอุตสาหกรรม เงินส่วนใหญ่กระจายตัวลงไปในระดับท้องถิ่น หากยกระดับสงกรานต์เป็น “ไทยแลนด์ คาร์นิวัล-วอเตอร์เฟสติวัล” เป็นเทศกาลงานเล่นน้ำระดับโลกนอกจากเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จัก ยังจะสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศได้อีกมากมาย

เอาว่าเทศกาลปีใหม่ไทย ขอให้ทุกคนมีความสุขที่ไปเที่ยวต่างประเทศ ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง ฯลฯ คงเจอแต่คนไทยแห่กันไปเที่ยว พวกที่กลับบ้านต่างจังหวัดจนกรุงเทพฯ เงียบเหงาคงได้ไปทำบุญ ไปไหว้พ่อแม่-ปู่ย่า-ตายาย รดน้ำขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล และขอให้เดินทางกลับด้วยความปลอดภัยไม่มีชื่อติดโพล 7 วันอันตราย

เกี่ยวกับการรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ในเทศกาลสงกรานต์ จากการสำรวจของสวนดุสิตโพลพบว่าบุคคลที่ประชาชนอยากจะรดน้ำวันสงกรานต์ 5 อันดับแรก ปรากฏว่า บิ๊กตู่-พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา คะแนนนิยมมาเป็นอันดับ 1 แซงหน้า โป๊ป ธนวรรธน์ กับเบลล่า การะเกด ซึ่งเป็นพระเอก-นางเอกละครบุพเพสันนิวาสยอดฮิต แบบนี้ไม่ต้องรีรอ...พรรคใดจะชูเป็นนายกฯ หลังเลือกตั้งเปิดตัวเลยครับ

(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?